เมื่อเอไอเพิ่มบทบาทในวงการเฮลธ์แคร์จีน ( ตอนจบ)
วันนี้ ผมจะพาไปส่องตัวอย่างการประยุกต์ใช้เอไอกับระบบสาธารณสุขเพื่อพัฒนา “โรงพยาบาล AI” หรือ “โรงพยาบาลอัจฉริยะ” ในวงกว้างของจีนที่ผมแอบชื่นชอบกันครับ …
ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทด้านการดูแลสุขภาพและสถาบันวิจัยได้พัฒนาโรงพยาบาล AI รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมตั้งแต่การช่วยวินิจฉัย การวางแผนการรักษาอัจฉริยะ การผ่าตัดโดยหุ่นยนต์ การจัดการโรงพยาบาลและการแพทย์ทางไกล และอื่นๆ ซึ่งสามารถแบ่งเป็นระยะของการพัฒนาได้ดังนี้
ในระยะแรก จีนได้เริ่มนำเอา AI มาประยุกต์ใช้ผ่าน “ระบบช่วยวินิจฉัยและสนับสนุนแพทย์” ในงานเฉพาะทาง อาทิ การวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ เช่น CT Scan และ MRI โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจโรคมะเร็งปอด และโควิด-19 โดย Infervision ระบบการคัดกรองผู้ป่วยก่อนพบแพทย์ และการช่วยจัดทำและวิเคราะห์เวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์
โซลูชั่นที่ขับเคลื่อนด้วย AI ดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นและการขาดแคลนแพทย์ของจีน Shanghai Renji Hospital ถือเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกที่นำร่องระบบ AI สำหรับการวินิจฉัยโรคทั่วไป
ในเวลาต่อมา การใช้งานเหล่านี้ดำเนินงานในวงกว้างอย่างรวดเร็ว โดยมากกว่า 90% ของโรงพยาบาลระดับสูงในจีนได้ติดตั้งและเชื่อมโยงระบบข้อมูลเข้ากับ AI ขั้นพื้นฐาน ซึ่งช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการวินิจฉัยและงานเอกสารให้มีความแม่นยำและความเร็ว และลดงานเอกสารแพทย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ระยะที่ 2 ได้แก่ การนำ AI ไปสู่บริการผู้ป่วยในเชิงรุก ในระยะนี้ จีนไม่ได้มุ่งเป้าเพียงแค่ให้ AI เป็น “ผู้ช่วยแพทย์” ที่ทำหน้าที่ในการช่วยให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาผู้ป่วยเท่านั้น แต่ต้องการพัฒนาระบบสาธารณสุขที่สามารถตอบคำถาม รักษา และบริการผู้ป่วยไปพร้อมกัน อาทิ ระบบปรึกษาเบื้องต้นและแนะนำแผนการรักษาแบบอัตโนมัติ การจัดคิวการนัดหมายและเงื่อนไขความเร่งด่วน และระบบติดตามผลการรักษาและกำหนดการฟื้นฟู
ภายหลังการอนุมัติผลิตภัณฑ์ซอฟท์แวร์ที่อยู่บนพื้นฐานของ AI อย่างต่อเนื่องโดย National Medical Products Administration นวัตกรรมในส่วนนี้สามารถช่วยให้บริการสุขภาพเชิงรุกแก่ประชาชนในวงกว้าง โดยช่วยลดความแออัดของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ และช่วยให้บริการแก่สถานพยาบาลระดับชุมชนและคลินิกทั่วประเทศได้
ปัจจุบัน Ping An Smart Healthcare ได้นำเอานวัตกรรมในส่วนนี้ไปใช้ในโรงพยาบาลหลายแห่งในจีน และได้พิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถยกระดับการดำเนินงานของโรงพยาบาลผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองผู้ป่วย ปรับปรุงกระบวนการบริหาร อาทิ การเรียกเก็บเงินและการเรียกร้องคต่าสินไหมทดแทน
ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มอย่าง Ali Health, JD Health และ Ping An Good Doctor ยังใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ออนไลน์ในหลายด้าน อาทิ การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing) ที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ ตีความ และตอบสนองต่อภาษามนุษย์ และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) สำหรับแพทย์ทางไกล ยิ่งเมื่อผนวก AI และ 5G เข้าด้วยกัน ก็ทำให้สามารถให้บริการผ่าตัดทางไกลและการจัดส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ในหัวเมืองต่างๆ ได้ อาทิ ปักกิ่ง ฮุ่ยโจว และไหโค่ว
ระยะที่ 3 ได้แก่ “AI Agent Hospital” ซึ่งเป็นโรงพยาบาล AI แบบครบวงจร ซึ่งหนึ่งในความก้าวหน้าที่โดดเด่นที่สุดคือ การเปิดตัวโครงการโรงพยาบาล AI แห่งแรกของโลกเมื่อปี 2024 โดยสถาบันวิจัยอุตสาหกรรม (AIR) ภายใต้มหาวิทยาลัยชิงฮวา (Tsinghua) ในปักกิ่ง
โรงพยาบาลเสมือนจริงอัตโนมัติดังกล่าวใช้ AI ในการจำลองกระบวนการทางการแพทย์แบบครบวงจรที่เชื่อมต่อทั้งกระบวนการตั้งแต่การพบแพทย์ ตรวจ วินิจฉัย และติดตามผล โดยใช้โมเดลที่ผ่านการฝึกจากข้อมูลขนาดใหญ่จำลอง
โดยในช่วงแรก โรงพยาบาล AI มีการติดตั้งแพทย์ AI จำนวน 14 ตัวและพยาบาล AI จำนวน 4 ตัว ซึ่งสามารถดูแลผู้ป่วยได้ถึง 3,000 รายต่อวันโดยไม่ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ที่เป็นมนุษย์เข้าปฏิบัติงานร่วมด้วยเลย
การนำ AI มาใช้ในส่วนนี้เป็นการบูรณาการแพทย์มนุษย์ร่วมกับแพทย์ AI ในระบบงานจริง ซึ่งทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าสนใจหลายประการ อาทิเช่น ระบบนี้ครอบคลุมกว่า 21 หมวดโรคและความผิดปกติ 300 ชนิด ทำให้สามารถ “รักษา” ผู้ป่วยจำลองถึง 10,000 คนได้ภายในเวลาอันสั้น
แหล่งข้อมูลยังระบุว่า ระบบนี้มีความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายความว่า ความแม่นยำที่ระดับมากกว่า 93% ในชุดคำถามทดสอบความรู้ทางการแพทย์ จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ แนวคิดนี้ยังไม่ใช่เพียงการนำ AI มาประยุกต์ใช้เท่านั้น แต่เป็นการสร้างระบบ AI แพทย์เสมือนจริงที่ทำงานแบบเชื่อมต่อกันทั้งระบบ ตั้งแต่การลงทะเบียนไปจนถึงการติดตามผลหลังการรักษา
ระยะที่ 4 การใช้งาน AI ในระดับเมืองและโรงพยาบาลทั่วไป ในเชิงภูมิศาสตร์ จีนก็ขยายการใช้งาน AI ออกไปอย่างกว้างขวาง โดยในเมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว และเซินเจิ้น มีการนำ AI ไปใช้อย่างแพร่หลาย อาทิ หุ่นยนต์ช่วยรักษาและอุปกรณ์บำบัดแบบอัตโนมัติ ระบบช่วยเขียนเวชระเบียนแบบเรียลไทม์ และการช่วยแนะนำแผนกและจับคู่แพทย์ให้เหมาะสม รวมทั้งอุปกรณ์วิเคราะห์ภาพทางกาย เช่น ใบหน้าและลิ้นเพื่อประเมินสุขภาพของผู้เข้ารับการตรวจ
เมื่อไม่นานมานี้ Peking Union Medical College Hospital ก็ยังใช้ AI อย่างสร้างสรรค์ในการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์และการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ในการดูแลห้องไอซียู หรือการให้บริการแชตบอต AI (ChatBot AI) ที่ช่วยวินิจฉัยและติดตามผลการรักษาของผู้ป่วยเพื่อลดระดับการพึ่งพาระบบสาธารณสุข
ทั้งนี้ ในปัจจุบัน การใช้งานไม่จำกัดอยู่เฉพาะในโรงพยาบาลใหญ่เท่านั้น แต่ขยายไปยังคลินิกชุมชนและระบบสาธารณสุขพื้นฐานของจีน เพื่อช่วยลดแรงกดดันต่อบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากนี้ ผู้ช่วยด้านสุขภาพเสมือนจริงนี้ยังช่วยตอบคำถามทางแพทย์สำหรับคนไข้ที่พบว่าการเดินทางเพื่อขอรับการรักษาพยาบาลเป็นเรื่องยาก เพราะคนไข้เหล่านี้บางส่วนอาจอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านการดูแลสุขภาพภาคประชาชนอีกด้วย
มองออกไปข้างหน้า จีนตั้งเป้าหมาย “โรงพยาบาล AI” ในระยะยาวได้อย่างสนใจ โดยรัฐบาลจีนได้กำหนดว่าภายในปี 2030 จีนจะสามารถพัฒนา “ระบบการดูแลสุขภาพอัจฉริยะ” ผ่านการสร้างแพลตฟอร์ม AI-Health ที่สมบูรณ์ตั้งแต่การป้องกัน การรักษา ไปจนถึงการติดตามผลผู้ป่วยทั่วประเทศ
ทั้งนี้ โรงพยาบาลระดับมัธยมและสูงกว่าจะต้องใช้ AI ในงานวินิจฉัยและสนับสนุนการตัดสินใจอย่างเป็นมาตรฐาน ขณะเดียวกัน การใช้ AI จะขยายไปสู่การจัดการโรคเรื้อรัง เชื่อมต่อระบบการแพทย์และการดูแลผู้สูงอายุ และระบบส่งต่อผู้ป่วยอัจฉริยะระหว่างสถานพยาบาล
นอกจากประโยชน์ในการวินิจฉัยและการจัดการอัจฉริยะในโรงพยาบาลแล้ว Alibaba ยังนำเอาระบบ “ET Medical Brain” ที่ใช้ฐานความรู้และ AI ในการวิจัยและพัฒนายา ทำให้สามารถเร่งการระบุสารประกอบและการเพิ่มประสิทธิภาพของตัวยา รวมถึงการพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine) ซึ่งอาจนำไปสู่การค้นพบยาใหม่ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และอาจทำให้จีนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำด้านชีวเภสัชกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในอนาคต
จะเห็นได้ว่า การนำเอา AI มาช่วยยกระดับระบบสุขภาพของจีนได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดทั้งปวงนี้อยู่ภายใต้นโยบาย “Healthy China 2030” ของรัฐบาลจีนที่สนับสนุนการวิจัย การลงทุน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในระบบสุขภาพของจีน
คนจีนกำลังได้รับบริการดูแลสุขภาพที่ดี แม่นยำ มีประสิทธิภาพ และสะดวกในการเข้าถึง และคาดว่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีส่วนช่วยให้อายุขัยเฉลี่ยของคนจีนยืนยาวขึ้นในระยะยาว ใช่ครับ ผมกำลังบอกว่า “นอกจากคนจีนจะมั่งคั่งขึ้นแล้ว ยังจะมีเวลาอยู่ใช้ตังค์อย่างมีความสุขอีกด้วยในอนาคต” …
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- แมทธิว แมคคอนาเฮย์ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภาพและเสียงของตนเองเพื่อป้องกัน AI
- กลุ่มสิทธิสตรีผนึกกำลังจี้ "Apple"-"Google" ถอด X และ Grok เซ่นปม AI ทำภาพอนาจาร
- รวมเด็ด 5 นวัตกรรมเพื่อการแพทย์ จากแขนกลถึง AI ช่วยวินิจฉัยโรค
- ปี 2569 AI ยังมาแรง บริษัทเทคกู้หนี้ลงทุน
- ปี 2569 AI ยังมาแรง บ.เทคกู้หนี้ลงทุน