เศรษฐกิจจีนปี2025โต5%ตามเป้าหมาย ส่งออกแข็งแกร่งแต่ดีมานด์ในปท.ยังแย่
เศรษฐกิจจีนปี 2025 ขยายตัวได้ 5% ตามเป้าหมาย จากการที่ผู้ส่งออกขวนขวายขยายตลาดทั่วโลก ซึ่งช่วยช่วยป้องเศรษฐกิจแดนมังกรจากผลกระทบมาตรการภาษีศุลกากรของทรัมป์ อย่างไรก็ดี อุปสงค์ความต้องการภายในประเทศยังคงอ่อนแอ และทิศทางแนวโน้มการเติบโตต่อไปก็ไม่สดใส
ตามคำแถลงของสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (เอ็นบีเอส) เมื่อวันจันทร์ (19 ม.ค.) ว่า อัตราเติบโตในไตรมาส 4 ของปี 2025 ที่ผ่านมา ขยับลงอยู่ที่ 4.5% จากระดับ 4.8% ในไตรมาสก่อนหน้า และถือเป็นสถิติต่ำสุดนับจากปลายปี 2022 ที่จีนเริ่มผ่อนคลายข้อจำกัดต่างๆ ที่ใช้ควบคุมการระบาดของโควิด-19
ในช่วง 2-3 ที่ผ่านมา ผู้นำจีนพยายามใช้มาตรการต่างๆ ในการกระตุ้นการเติบโตหลังจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ดำดิ่ง และเศรษฐกิจที่ชะงักงันจากวิกฤตโรคระบาด ถึงแม้ไม่ได้มีการประกาศแผนกระตุ้นขนาดใหญ่โตมโหฬารอย่างที่พวกนักวิเคราะห์ฝ่ายตะวันตกวาดหวังไว้
แม้ไตรมาส 4 เติบโตเชื่องช้าลง แต่ยังเพียงพอทำให้จีดีพีเฉลี่ยของตลอดปีที่แล้วอยู่ที่ 5% ตามเป้าหมายที่ทางการจีนวางเอาไว้ โดยปัจจัยสำคัญที่สุดคือ การส่งออกอันแข็งแกร่งช่วยชดเชยการชะลอตัวของการใช้จ่ายผู้บริโภคในประเทศและของการลงทุนภาคธุรกิจ รวมทั้งส่งผลให้จีนมียอดเกินดุลการค้าในปี 2025 ถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ สร้างสถิติสูงสุดครั้งใหม่ และเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 20%
จีนส่งออกไปยังอเมริกาลดลง หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่สองเมื่อต้นปีที่แล้ว และเริ่มขึ้นภาษีศุลกากร กระนั้น มูลค่าที่ลดลงดังกล่าวได้รับการชดเชยจากการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก จากการที่ผู้ผลิตจีนพยายามหาตลาดใหม่เพื่อปกป้องตัวเองจากนโยบายภาษีของทรัมป์ อย่างไรก็ตาม การนำเข้าสินค้าจีนเพิ่มขึ้นก็กำลังกระตุ้นให้บางประเทศดำเนินมาตรการเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงการขึ้นภาษีนำเข้า
การที่ทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ตกลงกันในช่วงปลายปี 2025 ขยายการพักรบในสงครามภาษีศุลกากร ก็มีส่วนช่วยลดความกดดันต่อภาคส่งออกจีน ทว่า ยอดส่งออกของจีนไปยังอเมริกาในปี 2025 ยังคงลดลงถึง 20%
หลิน ซ่ง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคจีนและปริมณฑล ของไอเอ็นจี ตั้งคำถามว่า ภาคส่งออกจะยังคงเป็นพลังหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนได้อีกนานแค่ไหน หากประเทศต่างๆ เริ่มขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าจีน อย่างเช่นที่เม็กซิโกได้ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างไปแล้ว
ขณะเดียวกัน แม้ผู้นำจีนเน้นย้ำนโยบายกระตุ้นดีมานด์ภายในประเทศมาโดยตลอด ทว่า ผลลัพธ์กลับจำกัด ยกตัวอย่างเช่นโครงการนำรถเก่าไปแลกรถใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาปรากฏว่าเป็นที่นิยมลดน้อยลง
ทั้งนี้นอกจากรถยนต์แล้ว ทางการจีนยังเสนอโครงการอุดหนุนประชาชนนำเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอย่างตู้เย็น เครื่องซักผ้า และทีวี ไปแลกเครื่องใหม่
ชือ หลอ นักกลยุทธ์การตลาดอาวุโสภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิกของบีเอ็นพี ปาริบาส์ แอสเส็ต แมเนจเมนต์ ย้ำว่า การฟื้นเสถียรภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศต่างหาก เป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน ซึ่งจะกระตุ้นการบริโภคในครัวเรือนและการลงทุนของธุรกิจเอกชนให้เพิ่มขึ้น
เว่ยเฮง เฉิน นักกลยุทธ์การลงทุนทั่วโลกของเจพี มอร์แกน ไพรเวต แบงก์ คาดว่า แม้มีแนวโน้มว่า จีนจะสานต่อนโยบายกระตุ้นการบริโภคสำคัญๆ ในปีนี้ แต่อาจลดขนาดลง
เกี่ยวกับการลงทุนของจีนนั้น พวกนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ ยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญอันดับต้นๆ ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่มีเป้าหมายในการเพิ่มศักยภาพการพึ่งพาตนเองและแข่งขันกับอเมริกา
ขณะที่ประชาชนทั่วไปและธุรกิจขนาดเล็กของจีน กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับงานและรายได้
คัง อี้ ผู้อำนวยการเอ็นบีเอส กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เศรษฐกิจจีนยังคงสามารถรุดหน้าอย่างต่อเนื่องในปี 2025 แม้เผชิญความกดดันหลายอย่าง และมีรากฐานแข็งแกร่งในการรับมือความเสี่ยง
จากข้อมูลของทางการ เศรษฐกิจจีนขยายตัวในอัตราปีละ 5% ในปี 2024 และ 5.2% ในปี 2023 ช่วงไม่กี่ปีมานี้ เป้าหมายการเติบโตของทางการยังลดลงต่อเนื่อง จาก 6-6.5% ในปี 2019 เป็นราว 5% ในปีที่ผ่านมา
สำหรับปีนี้ ดอยช์ แบงก์คาดว่า เศรษฐกิจจีนจะโตแค่ 4.5%
นีล โทมัส นักวิชาการของศูนย์เพื่อการวิเคราะห์จีนของสถาบันนโยบายสังคมแห่งเอเชีย ชี้ว่า เป้าหมายสำคัญของผู้นำจีนคือ เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพซึ่งมีความสำคัญต่อเสถียรภาพทางสังคม และปักกิ่งต้องการให้เศรษฐกิจเติบโตต่อไป
(ที่มา: เอพี/รอยเตอร์)
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO