โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นราพัฒน์ ซัด! กลุ่มทุนอุปสรรคแก้จน!

TOJO NEWS

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Admin Tojo

"นราพัฒน์" ซัดกลุ่มทุนอุปสรรคแก้จน! ชี้ ทางออกปัญหาค่าแรงต้องลดต้นทุนพลังงานทั้งระบบ

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายด้านแรงงาน ในเวที “จับชีพจร ก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569” ต่อข้อเสนอของเครือข่ายแรงงานทั่วประเทศ โดยเฉพาะเรื่องค่าแรงและสวัสดิการ โดยระบุว่า ข้อเรียกร้องของผู้ใช้แรงงานเป็นประเด็นที่ทุกพรรคการเมืองรับฟัง และไม่มีใครปฏิเสธ แต่การผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติจำเป็นต้องอาศัยกระบวนการทางกฎหมายและระยะเวลา หัวใจของแรงงานคือ "รายได้"

แต่การกำหนดค่าแรงไม่สามารถทำได้โดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เนื่องจากต้องผ่านกลไกไตรภาคี และต้องคำนึงถึงความอยู่รอดของภาคธุรกิจ หากค่าแรงสูงขึ้นโดยที่ต้นทุนของผู้ประกอบการไม่ลดลง ย่อมกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและการจ้างงานในระยะยาว

นายนราพัฒน์ระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติได้เสนอแนวคิดการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ด้วยการ "ลดต้นทุนทั้งระบบ" ครอบคลุมทั้งต้นทุนชีวิตของประชาชน ต้นทุนอาชีพของแรงงาน และต้นทุนของประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของค่าครองชีพและต้นทุนการผลิต

"ในช่วงที่ผ่านมา พรรครวมไทยสร้างชาติได้ตรึงราคาแก๊สหุงต้มไว้ที่ 423 บาทต่อถังต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี ขณะที่ค่าไฟฟ้าสามารถปรับลดจาก 4.70 บาท เหลือ 3.94 บาทต่อหน่วย และตั้งเป้าลดลงเหลือ 3.30 บาทในทุก ๆ 4 เดือน ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง" นายนราพัฒน์ กล่าว

สำหรับราคาน้ำมัน นายนราพัฒน์ระบุว่า โครงสร้างราคาปัจจุบันมีภาระจากภาษีและการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ซึ่งเป็นการนำ "เงินไปพยุงราคาน้ำมัน" ทั้งที่เงินมีค่าเสื่อมลงตามเวลา พรรครวมไทยสร้างชาติจึงเสนอให้เปลี่ยนแนวคิดเป็น "เอาน้ำมันไปพยุงน้ำมัน" ด้วยการยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน จะสามารถลดราคาน้ำมันได้ทันทีประมาณ 5 บาทต่อลิตร และตั้งเป้าน้ำมันดีเซลและเบนซินไม่เกิน 25 บาทต่อลิตร พร้อมจัดตั้งระบบสำรองน้ำมันเข้าคลังเพื่อรับมือความผันผวนในอนาคต

"เมื่อพลังงาน ค่าไฟฟ้า และต้นทุนโลจิสติกส์ลดลง ผู้ประกอบการจะมีต้นทุนที่ต่ำลง ส่งผลให้มีศักยภาพในการจ้างงานและเปิดโอกาสให้แรงงานมีอำนาจต่อรองในการปรับขึ้นค่าแรงมากขึ้น" นายนราพัฒน์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังเสนอนโยบายด้านการจ้างงานและการศึกษา ได้แก่ การจัดตั้งกองทุนฉุกเฉินการจ้างงาน 300,000 ตำแหน่ง สำหรับนักศึกษาจบใหม่ ผู้ตกงาน และผู้สูงอายุ กลุ่มละ 100,000 คน ทำงานในภาครัฐ ค่าตอบแทนเดือนละ 12,000 บาท เป็นระยะเวลา 1 ปี ควบคู่กับการพัฒนาระบบข้อมูลตำแหน่งงานว่างแบบ Real-time และกำหนดอัตราค่าจ้างมาตรฐานในแต่ละสาขาอาชีพ รวมถึงการปฏิรูปการศึกษาจากระบบ “สอบเข้า” เป็น “สอบจบ” เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

ทั้งนี้ นายนราพัฒน์ ย้ำว่า อุปสรรคสำคัญของการผลักดันนโยบายคือ "การเมืองที่ถูกครอบงำโดยกลุ่มทุน" การทุจริตคอร์รัปชัน และการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ซึ่งทำให้นโยบายที่ดีไม่สามารถเดินหน้าได้จริง พร้อมเรียกร้องให้แรงงานรวมพลังสร้างสหภาพที่เข้มแข็ง และเลือกนักการเมืองที่โปร่งใส ไม่พึ่งพาทุน เพื่อให้การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและแรงงานเกิดผลอย่างแท้จริงในระยะยาว

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...