โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ประเด็นร้อน...ย้อนแย้ง เมื่อ'ด้อมส้ม' เอื้อมมือโหนสถาบัน

แนวหน้า

เผยแพร่ 30 ม.ค. เวลา 17.00 น.

การเมืองที่แตะเรื่องสถาบัน ‘พรรคส้ม’ กำลังสื่อสารผิดจังหวะ
——

“เลือกตั้งครั้งนี้ให้สีส้ม ไม่เปลี่ยนใจ
รักในหลวง ร.9 เท่าชีวิตตลอดไป ไม่เปลี่ยนแปลง”

ข้อความสองบรรทัดนี้ปรากฏขึ้นและแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในโซเชียลมีเดียช่วงก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้หยุดอยู่แค่บัญชีเดียว หากแต่ถูกนำไปทำซ้ำ ใส่กราฟิกพื้นสีส้ม และเผยแพร่ต่ออย่างเป็นวงกว้างในหมู่ผู้สนับสนุนพรรคประชาชนหรือพรรคส้ม จนกลายเป็นหนึ่งในเนื้อหาทางการเมืองที่ถูกพูดถึงมากในช่วงเวลาอันสั้น

การแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นสิทธิและเป็นความรู้สึกร่วมของคนไทยจำนวนมากอยู่แล้ว ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ถ้อยคำแสดงความจงรักภักดี หากแต่อยู่ที่การนำถ้อยคำนั้นมาวางคู่กับการตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองอย่างชัดเจนในช่วงเลือกตั้ง เมื่อถูกใช้ในบริบทเช่นนี้ ข้อความย่อมเปลี่ยนสถานะจากความรู้สึกส่วนบุคคล ไปเป็นการสื่อสารทางการเมืองโดยสมบูรณ์

ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หลักการพื้นฐานนี้หมายความว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะประมุขของชาติ และอยู่เหนือการแข่งขันทางการเมือง ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการช่วงชิงคะแนนเสียง

การพิทักษ์รักษา ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นหน้าที่ปกติของนักการเมืองทุกพรรคและประชาชนทุกคน ไม่ใช่เหตุผลพิเศษ และไม่ใช่เครื่องมือประกอบการตัดสินใจในคูหาเลือกตั้ง

เมื่อความรักต่อสถาบันถูกเชื่อมตรงกับการเลือกพรรคการเมือง ผลที่ตามมาคือการดึงสถาบันเข้ามาอยู่ในพื้นที่การเมืองโดยตรง ต่อให้เจตนาเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติก็คือการทำให้สถาบันเข้าไปอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความเข้มข้นขึ้นตามจังหวะการเลือกตั้ง

ประเด็นนี้ยิ่งถูกจับตามอง เมื่อพรรคส้มมีประวัติข้อครหาเกี่ยวกับท่าทีต่อสถาบันมาอย่างต่อเนื่อง ข้อเท็จจริงที่ต้องกล่าวให้ตรงคือ การเสนอแก้ไขมาตรา 112 เคยถูกประกาศเป็นนโยบายอย่างเป็นทางการในยุคพรรคก้าวไกล และเป็นหนึ่งในเหตุที่นำไปสู่การยุบพรรค อดีต สส.จำนวน 44 คนจากพรรคดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. จนถึงปัจจุบัน เรื่องนี้เป็นกระบวนการตามกฎหมาย ไม่ใช่การกล่าวหาลอย ๆ

แม้ในปัจจุบันพรรคส้มจะไม่มีการบรรจุนโยบายดังกล่าวไว้อย่างเป็นทางการอีกต่อไป แต่ความต่อเนื่องของบุคคล แกนนำ และฐานผู้สนับสนุน ทำให้สังคมจำนวนมากยังเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันเข้าด้วยกัน เงื่อนไขนี้เองที่ทำให้ทุกการสื่อสารซึ่งแตะเรื่องสถาบันในช่วงเลือกตั้ง ถูกจับตามองเป็นพิเศษ และถูกประเมินทั้งในแง่เนื้อหาและความเหมาะสมของจังหวะเวลา

แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงเลือกตั้ง กลับเห็นการหยิบประโยคยืนยันความรักในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ถี่ขึ้นอย่างชัดเจนในหมู่ผู้สนับสนุนพรรคส้ม พร้อมกับการส่งต่อและทำซ้ำในเวลาใกล้เคียงกัน จนกลายเป็นภาพการสื่อสารอีกแบบหนึ่งที่ปรากฏขึ้นเฉพาะในจังหวะการเลือกตั้งเท่านั้น

ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ถ้อยคำ หากแต่อยู่ที่ “เวลา” และ “สถานการณ์” ที่ถ้อยคำเหล่านี้ถูกเลือกมาใช้ และถูกใช้ซ้ำในช่วงที่สังคมกำลังให้ความสนใจกับการแข่งขันทางการเมืองเป็นพิเศษ

ความย้อนแย้งจึงเกิดขึ้น เมื่อในอีกด้านหนึ่งมีการวิพากษ์ฝ่ายอื่นว่าดึงสถาบันมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่อีกด้านหนึ่งกลับปรากฏการสื่อสารในลักษณะเดียวกันจากฝั่งผู้สนับสนุนพรรคส้ม เพียงแต่เปลี่ยนวิธีการอธิบายและการให้เหตุผลให้ดูแตกต่างออกไป

ยิ่งไปกว่านั้น พรรคส้มยังมีบุคคลและ สส. บางรายที่เคยแสดงพฤติกรรมดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือพาดพิงในหลวงรัชกาลที่ 9 ในลักษณะที่สังคมจำนวนมากรับไม่ได้ รวมถึงการกล่าวถึงสภาพร่างกาย เหตุการณ์เหล่านี้ยังอยู่ในความทรงจำของผู้คน และไม่เคยได้รับการอธิบายหรือจัดการอย่างจริงจัง

การนำข้อความแสดงความรักต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประกอบการสื่อสารทางการเมืองในช่วงเลือกตั้ง จึงไม่ช่วยคลี่คลายข้อครหาเดิม หากแต่กลับย้ำให้คำถามเดิมถูกหยิบกลับมาพิจารณาอีกครั้ง

การเมืองที่มีความรับผิดชอบ ไม่ควรนำสถาบันซึ่งควรอยู่เหนือความขัดแย้ง มาใช้เป็นองค์ประกอบในการแข่งขัน ไม่ว่าจะในรูปแบบใด การรักษาสถานะของสถาบันให้อยู่พ้นจากการเมือง ไม่ได้ทำเพื่อพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ทำเพื่อเสถียรภาพของสังคมโดยรวม

การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ควรเป็นพื้นที่ถกเถียงด้านนโยบาย การบริหารประเทศ และทิศทางอนาคต มากกว่าการใช้สัญลักษณ์ทางความรู้สึกมาเป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบทางการเมือง การดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง มีแต่จะเพิ่มแรงปะทะในสังคม โดยไม่สร้างประโยชน์ระยะยาวให้ใคร

คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ใครรักในหลวงรัชกาลที่ 9 มากกว่ากัน แต่อยู่ที่ใครเข้าใจบทบาทของสถาบันมากพอจะรู้ว่า เรื่องใดควรถูกหยุดไว้ และควรถูกเว้นระยะออกจากเกมการเมือง โดยเฉพาะในห้วงเวลาของการแข่งขันเลือกตั้ง

การเคารพสถาบัน ไม่ได้วัดจากถ้อยคำหรือภาพที่ถูกแชร์ในช่วงหาเสียง แต่วัดจากการรู้ว่าเรื่องใดควรถูกกันออกจากเกมการเมือง และเรื่องใดควรถูกปล่อยให้อยู่ในที่ที่เหมาะสมที่สุด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...