โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรุปให้ เคสสูญเงินดิจิทัลเกลี้ยงบัญชี กระเป๋า Bitkub ถูกแฮก ล่าสุดยังไร้การยืนยันระบบรั่ว

SpringNews

อัพเดต 08 ก.พ. เวลา 09.09 น. • เผยแพร่ 07 ก.พ. เวลา 09.25 น.

กระแสความตื่นตระหนกในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย เกิดขึ้นอีกครั้ง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังอดีตผู้เข้าประกวดรายการร้องเพลงชื่อดัง เปิดเผยว่าสูญเสียเงินเก็บจากการลงทุนกว่า 3 ปี ทั้งที่มีการป้องกันความปลอดภัย ส่งผลให้มีผู้เสียหายจำนวนมากออกมาแสดงตัว อย่างไรก็ตาม หน่วยงานกำกับดูแลและผู้เชี่ยวชาญยังยืนยัน ไม่พบหลักฐานว่าระบบของแพลตฟอร์มรายใหญ่ถูกเจาะในระดับโครงสร้าง

จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ ณัฐพัชร์ จิรนิวรรธน์ หรือ"จ๋อ" อดีตผู้เข้าประกวดรายการ The Voice Thailand ซีซั่น 3 ได้โพสต์ข้อความผ่านกลุ่ม Facebook "Bitcoin Thai Community" ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ขนาดใหญ่ของนักลงทุนคริปโตไทย

ณัฐพัชร์ จิรนิวรรธน์ ระบุว่า บัญชี Wallet ของตนบนแพลตฟอร์ม Bitkub ถูกแฮ็ก ส่งผลให้สินทรัพย์ที่ทยอยลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) มาตลอด 3 ปี มูลค่าความเสียหายประมาณ 250,000 บาท สูญหายไปจนหมดเกลี้ยง

"ท้อใจอยู่เพราะกว่าจะเก็บได้ นานมาก งงอยู่ขนาดใช้ 2FA ก็โดน" ณัฐพัชร์ จิรนิวรรธน์ ระบุในโพสต์ พร้อมทิ้งท้ายเตือนให้นักลงทุนรายอื่นเปิดระบบยืนยันตัวตน 2 ชั้น (2FA) หรือหันไปใช้ Cold Wallet (กระเป๋าเก็บสินทรัพย์ที่ไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต) ก่อนจะเตรียมตัวเดินทางไปแจ้งความ

ที่มาของโพสต์

ปฏิกิริยาลูกโซ่: การขยายวงของผู้เสียหาย

โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจ และถูกแชร์ไปจำนวนมาก ถูกขยายวงกว้างเมื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อดังอย่าง Drama-addict นำเรื่องราวไปแชร์ต่อ สิ่งที่ตามมาคือ มีผู้เสียหายในเคสใกล้เคียงกันอยู่พอสมควร

ผู้ใช้งานจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงตัวว่าประสบเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน คือสินทรัพย์ในกระเป๋าดิจิทัลบน Bitkub หายไป มูลค่าความเสียหายมีตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท พร้อมมีการแชร์ภาพยืนยันและข้อความเตือนภัยให้ย้ายสินทรัพย์ออกไปยัง Cold Wallet เพื่อความปลอดภัย

โดยทาง SPRiNG ได้ติดต่อไปยังผู้เสียหายในกรณีนี้แล้ว เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ

Hot wallets กับ Cold wallets ต่างกันอย่างไร ?

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น กระเป๋าคริปโต ในบางกรณีก็ถูกแบ่งประเภทออกเป็นสอง คือ Hot wallet และ Cold wallet
Hot wallet คือกระเป๋าคริปโตที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งมีประโยชน์หลักคือความสะดวกในการใช้งาน เพราะสามารถเข้าถึงได้ง่ายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการความเร็วในการเข้าถึงตัวกระเป๋า
Cold wallet คือกระเป๋าคริปโตที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ต จึงต้องใช้อุปกรณ์อย่าง Hardware wallet มาเป็นตัวกักเก็บคีย์แทน ซึ่งการเก็บคีย์ในกระเป๋าลักษณะนี้ก็จะสามารถการันตีความปลอดภัยได้เลย เนื่องจากได้ปิดโอกาสการแฮกข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตได้อย่างสิ้นเชิง จึงเหมาะสมมาก ๆ สำหรับนักลงทุนระยะยาวหรือ HODLer

ข้อเท็จจริงจากฝั่งระบบและผู้กำกับดูแล

มีแหล่งข้อมูลหลายแห่งจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยและรายงานในวงการคริปโตให้ความเห็นว่า ความเข้าใจผิดระหว่าง “บัญชีผู้ใช้ถูกเข้าถึง” กับ “ระบบ Exchange ถูกแฮ็ก” เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยในตลาดคริปโต โดยกรณีแรกมักเกิดจากความประมาทของผู้ใช้งานหรือการโจมตีแบบวิศวกรรมสังคม (Social Engineering) ขณะที่กรณีหลังจะต้องมีหลักฐานชัดเจน และมักส่งผลกระทบในวงกว้างจนไม่สามารถปกปิดได้

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวม จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานหรือเอกสารจากหน่วยงานกำกับดูแลหรือแพลตฟอร์มที่ยืนยันว่า Bitkub ถูกแฮ็กจนทำให้ทรัพย์สินของผู้ใช้สูญหายเป็นวงกว้างตามที่มีการแชร์ในโซเชียลมีเดีย กระแสที่เกิดขึ้นจึงยังอยู่ในระดับ “ข้อกล่าวอ้างของผู้ใช้งานบางราย” มากกว่าจะเป็นเหตุการณ์ด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากฝั่ง Bitkub ที่ผ่านมา มักยืนยันถึงมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และมีการแยกสินทรัพย์ลูกค้าออกจากสินทรัพย์บริษัท โดยระบุว่ากรณีความเสียหายส่วนใหญ่มักเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น การถูกโจมตีแบบฟิชชิง (Phishing) การดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอม หรือการที่ผู้ใช้เผลอให้ข้อมูลส่วนตัวกับมิจฉาชีพโดยไม่รู้ตัว

ที่ผ่านมา เคสผู้ใช้บริการที่โดนแฮคส่วนใหญ่จะมาจากผู้ที่คลิกลิงก์ scam bitkub desktop

โดยทางบริษัทจะมีการสื่อสารเตือนภัยให้ระมัดระวัง scammer ประเภทนี้อย่างต่อเนื่อง

และตอนนี้บริษัทฯ ได้เปิดมาตรการการถอนเหรียญสามารถทำได้เฉพาะบน bitkub app เท่านั้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ และแนะนำให้ทุกคนเปิด passkey และ 2FA เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

"บัญชีถูกเจาะ" หรือ "ระบบถูกแฮ็ก" ?

ทั้งนี้ ความสับสนระหว่าง "บัญชีส่วนบุคคลถูกเข้าถึง" กับ "ระบบของ Exchange ถูกแฮ็ก" เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง สื่อสายบล็อกเชนและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ให้ความเห็นตรงกันว่า เหตุการณ์นี้มีแนวโน้มที่จะเป็นการโจมตีแบบ วิศวกรรมสังคม (Social Engineering) มากกว่าการเจาะระบบหลัก

Social Engineering: คือการหลอกลวงที่ตัวบุคคล เช่น หลอกให้คลิกลิงก์ปลอม, หลอกขอรหัส OTP หรือสร้างหน้าเว็บปลอมเพื่อดักจับรหัสผ่าน ซึ่งผู้เสียหายมักไม่รู้ตัวว่าได้มอบกุญแจเข้าบ้านให้โจรไปแล้ว
System Hack: คือการที่แฮ็กเกอร์เจาะเข้าเซิร์ฟเวอร์หลักของกระดานเทรด ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง ความเสียหายจะมหาศาลและกระทบผู้ใช้งานทุกคนทันที ไม่ใช่เพียงบางกลุ่ม
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ใดๆ ที่ชี้ว่าระบบหลังบ้านของ Bitkub ถูกเจาะ กระแสข่าวที่เกิดขึ้นจึงยังจัดอยู่ในระดับ "ข้อกล่าวอ้างของผู้ใช้งานรายบุคคล" ที่ตกเป็นเหยื่อภัยไซเบอร์ ซึ่งกำลังระบาดหนักในรูปแบบแอปปลอมและลิงก์ปลอมในช่วงเวลานี้

คำแนะนำสำหรับนักลงทุน

แม้จะยังไม่มีการยืนยันเรื่องระบบล่มสลาย แต่กรณีของ "จ๋อ The Voice" คือเครื่องเตือนใจที่สำคัญ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้นักลงทุนตื่นตัวในเรื่องความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตนเอง (Self-Custody) ดังนี้:

• ตรวจสอบแหล่งที่มา: ระวังการดาวน์โหลดแอปฯ หรือเข้าเว็บไซต์จากลิงก์ที่ไม่น่าเชื่อถือ
• ความปลอดภัยหลายชั้น: เปิดใช้งาน 2FA และไม่ให้รหัสนี้กับใครเด็ดขาด
• กระจายความเสี่ยง: พิจารณาใช้ Cold Wallet สำหรับเก็บสินทรัพย์ระยะยาว เพื่อตัดขาดการเชื่อมต่อจากโลกอินเทอร์เน็ต ลดโอกาสเสี่ยงจากการถูกแฮ็กได้เกือบ 100%

ที่มา : theguardiansupport.bitkubcoinlawventureburn

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ

อ่านคอนเทนต์เพิ่มเติม คลิก!

'เหรียญ' พารวย

PremiumStock 13/02/69 (PIS BCH ILM)

Share2Trade

นักวิเคราะห์เตือน Bitcoin จ่อดิ่ง 40,000 ดอลล์ เซ่นตลาดหมีซึมยาว

ทันหุ้น

Bitcoin จะร่วงไปถึงจุดไหน อะไรคือสาเหตุ? คริปโตมายด์มองแนวรับ 55,800 ดอลลาร์

THE STANDARD
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...