ตลาดตั้งคำถาม “เงิน” กลายเป็น GameStop เวอร์ชันปี 2569?
ราคาเงิน (Silver) ผันผวนรุนแรงจากแรงซื้อรายย่อยและกระแสโซเชียล จนถูกเปรียบเทียบกับหุ้นมีมอย่าง GameStop นักวิเคราะห์เตือนราคาหลุดปัจจัยพื้นฐาน เข้าสู่ภาวะคลั่งไคล้แบบหล่อเลี้ยงตัวเอง
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.27 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ความร้อนแรงของราคาเงิน (Silver) ที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะกลับตัวรุนแรงไม่แพ้กัน กำลังทำให้นักลงทุนตั้งคำถามพื้นฐานว่า เมื่อใดสินทรัพย์หนึ่งจะหยุดเคลื่อนไหวตามปัจจัยพื้นฐาน และเริ่มมีพฤติกรรมแบบมีม (meme)
ความผันผวนของราคาเงินในระยะหลังถูกนำไปเปรียบเทียบมากขึ้นกับหุ้นมีมอย่าง GameStop ซึ่งกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกในปี 2564 หลังนักลงทุนรายย่อยจากแพลตฟอร์ม Reddit แห่เข้าซื้อพร้อมกัน จนราคาหุ้นพุ่งไกลเกินกว่าที่โมเดลประเมินมูลค่าแบบดั้งเดิมจะอธิบายได้
โดยทั่วไป หุ้นหรือสินทรัพย์แบบมีมมักมีลักษณะร่วมกันคือ ราคาเคลื่อนไหวรุนแรงและรวดเร็ว การมีส่วนร่วมของนักลงทุนรายย่อยในสัดส่วนสูง และการเล่าเรื่องที่แพร่กระจายอย่างไวบนโซเชียลมีเดีย จนบางครั้งกลบปัจจัยพื้นฐานทั้งหมด สภาพคล่องไหลเข้าเร็ว และไหลออกเร็วไม่แพ้กัน
ไมเคิล แอนโทเนลลี นักกลยุทธ์ตลาดจาก Bull and Baird ตั้งคำถามตรงไปตรงมาบน X ว่า “เงินแตกต่างจาก GameStop ตรงไหน?” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า “นี่ไม่ใช่มีมแล้วหรือ” โดยเขากล่าวกับ CNBC ว่า ราคาเงินกำลังเข้าสู่ภาวะ zeitgeist ในหมู่นักลงทุนรายย่อย ที่เริ่มเคลื่อนไหวเป็นฝูง แม้เงินจะมีการใช้งานจริงทั้งด้านอุตสาหกรรมและการบริโภค แต่ราคาที่พุ่งเกิน 100% ภายใน 3 เดือนนั้น ขาดการเชื่อมโยงกับปัจจัยพื้นฐานอย่างสิ้นเชิง และพุ่งขึ้นจากแรงซื้อของรายย่อยเป็นหลัก
ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด VandaTrack ระบุว่า เมื่อวันที่ 26 มกราคม นักลงทุนรายย่อยอัดเงินสุทธิราว 171 ล้านดอลลาร์เข้าสู่กองทุน iShares Silver Trust ซึ่งเป็น ETF ที่อิงราคาเงิน คิดเป็นเกือบสองเท่าของสถิติเดิมในช่วง silver squeeze ปี 2564 ขณะที่ราคาสปอตเงินดีดขึ้นเกือบ 5% สู่ระดับ 83.37 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และสัญญาเงินล่วงหน้าในนิวยอร์กพุ่งกว่า 9% แตะ 84 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ราคาเงินมีความผันผวนรุนแรง โดยเกิดการเคลื่อนไหวเกิน 5% ในวันเดียวถึง 10 ครั้ง แอชวิน ภากเร นักวิเคราะห์ของ Vanda กล่าวว่า “เงินได้กลายเป็นของเล่นชิ้นใหม่ของนักลงทุนรายย่อย”
กระแสดังกล่าวสะท้อนชัดบน Reddit โดยเฉพาะในฟอรัม Silverbugs ซึ่งผู้ใช้งานแชร์ทั้งการซื้อเงินจริง ตั้งเป้าราคา และมีมต่าง ๆ หลังแรงขายล่าสุดมีผู้โพสต์ว่า “Bought the dip today! DIAMOND HANDS” ซึ่งคำว่า Diamond hands เป็นศัพท์ของสายมีม หมายถึงการถือสินทรัพย์ต่อไปแม้ราคาจะร่วงแรง เพื่อแสดงความเชื่อมั่นหรือท้าทายแรงขาย
นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า พฤติกรรมของเงินได้ข้ามเส้นอันตรายไปแล้ว โรนา โอคอนเนลล์ หัวหน้าฝ่ายข้อมูลตลาดของ StoneX เตือนว่าราคาเงินหลุดจากระดับที่ยั่งยืน และกำลังอยู่ในความคลั่งไคล้ที่หล่อเลี้ยงตัวเอง พร้อมเปรียบว่าเงินกำลังทำตัวเหมือนอิคารัสที่บินเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากเกินไป เสี่ยงที่นักลงทุนรายอื่นจะโดนเผา
ด้าน ทอม โซสโนฟ ซีอีโอของแพลตฟอร์มการเงิน Lossdog ถึงขั้นรวมทองคำเข้าไปในกลุ่มเดียวกัน โดยระบุว่า“ทองและเงินกลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์แบบมีมของปี 2569” พร้อมเตือนนักลงทุนหน้าใหม่ว่า ตลาดฟิวเจอร์สและ ETF เงินมีความผันผวนสูงมาก และกำลังเคลื่อนไหวในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยกับการจัดเงินเป็นสินทรัพย์เชิงเรื่องเล่าเพียงอย่างเดียว วาสุ เมนอน กรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนของ OCBC มองว่า เงิน บางครั้งอาจมีพฤติกรรมแบบมีม แต่โดยธรรมชาติแล้วไม่ใช่ เนื่องจากยังมีอุปสงค์จริงจากอุตสาหกรรม เช่น แผงโซลาร์เซลล์ รถยนต์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตามเขายอมรับว่าแรงเก็งกำไรได้ขยายความผันผวนในรอบนี้ และการปรับฐานแรงก็เป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอของราคาเงินอยู่แล้ว**
อ้างอิง : www.cnbc.com