โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ย้อนอดีตเลือกตั้ง “โมฆะ” มรสุมการเมืองไทยสมัย “ทักษิณ -ยิ่งลักษณ์”

Thai PBS

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

กลายเป็นประเด็นร้อน หลัง นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี บรรยายพิเศษที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในหัวข้อ"ถอดรหัสภาวะผู้นำ-กรณีศึกษาอดีตนายกรัฐมนตรีไทย" ภายใต้หลักสูตรวิทยาการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง หรือ วบส.รุ่น 14 เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2569

วิษณุ เครืองาม

หลังมีการถาม-ตอบในประเด็นว่า การเลือกตั้งอาจเป็น"โมฆะ" หรือไม่ จากกรณีการพิมพ์บาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้

โดยนายวิษณุ ระบุว่า การตีความกฎหมายมี 2 แนวทาง คือ

1. ผลการลงคะแนนเลือกตั้ง ไม่ลับ กกต.ทำผิดและขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะบาร์โค้ดทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงอย่างไร ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85

2.ผลการลงคะแนนยังเป็นไปในทางลับ เพราะลับหรือไม่ลับ พิจารณาจากตอนกากบาทลงคะแนนในคูหา ไม่ได้ดูกันภายหลัง

และกรณีบาร์โค้ดไม่เหมือนปี 2549 ซึ่งตั้งหีบหันไปในทิศทางที่ทำให้บุคคลที่ผ่านไปมาเห็นผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งลงคะแนน นั่นหมายความว่า ครั้งนั้นได้สร้างบรรทัดฐาน โดยยึดเหตุการณ์ระหว่างกากบาทว่าต้องเป็นความลับ

"แนวทางที่ 1 ว่าไม่ได้ลับ เพราะตรวจสอบย้อนกลับได้ มีโอกาสรู้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ ก็ไม่ใช่ความลับ"

คำว่าลับในรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ระบุว่าการเลือกตั้งต้องทำโดยตรงและลับ ไม่ได้หมายความว่าเป็นความลับตอนไหน แต่ต้องเป็นความลับตลอดเวลา ถ้าลับแบบหลังจากเลือกไปแล้ว อีก 2 เดือน มาเปิดดูกันได้ แล้วก็รู้กันว่าใครนั้น ถือว่าได้เลือกตั้งโดยลับไปแล้ว พูดแบบนั้น พูดไม่ได้ เพราะว่ามันถูกเปิดเผยออกมาแล้ว

คดีนี้หากไปที่ ศาลรัฐธรรมนูญ จะพิสูจน์ด้วยการที่หยิบบัตรเลือกตั้งมา 1 ใบ ที่มีบาร์โค้ด และเอาบาร์โค้ดไปเทียบกับต้นขั้ว เอาต้นขั้วไปเทียบกับบัญชีรายชื่อ ชื่อออกมาแล้วว่า นาย ก. ก็แสดงว่าไม่ลับ ถือเป็นความเห็นส่วนตัว ซึ่งอาจจะผิดก็ได้

ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้มีโอกาสจะเป็นโมฆะหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ และไม่กล้าจะคาดเดา … หากการลงคะแนนไม่ลับแล้ว ก็อยู่ที่ กกต. ว่าจะสั่งอย่างไร หาก กกต. เห็นว่าไม่ลับก็ออกได้ทางเดียว คือสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ จะเลือกเฉพาะบางเขตไม่ได้ เพราะบัตรเลือกตั้งมันเหมือนกันทั้งประเทศ

แต่ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาดอย่างไร ไม่กล้าฟันธง แต่จะมาบอกว่าเอาแค่ กกต. รับผิดไปก็แล้ว จะไม่เป็นแบบนั้น เพราะคดีเมื่อปี 2549 โดนหลายเด้ง ทั้งเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ กกต. ต้องรับผิดแล้วก็ติดคุก

พลันที่ประเด็นดังกล่าว ถูกมือกฎหมายของประเทศ ชี้ออกมา ทำให้มีการตั้งคำถามว่า หากการเลือกตั้งเป็นโมฆะจริง จะสถานการณ์ทางการเมืองจะเป็นอย่างไร

ด้วยก่อนหน้านี้ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ก็เคยออกมาวิเคราะห์ถึงประเด็นนี้ ผ่านรายการตอบโจทย์ ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2569 โดยระบุนอกจากปัญหาคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ด บนบัตรลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ยังมีอีก 2 ปัจจัยที่ส่งให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะได้ด้วย คือ"คูหาเลือกตั้ง" ที่อาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ เพราะต้องใช้สำหรับลงคะแนนออกเสียงประชามติพร้อมๆ กัน และเรื่องของการจัดการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต เที่ยงธรรม ดังที่ปรากฏข้อร้องเรียนต่างๆ มากมาย

สมชัย ศรีสุทธิยากร

และหากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การเมืองไทย จะพบว่า การสั่งให้ "เลือกตั้ง" เป็นโมฆะเคยเกิดขึ้นครั้งแรก เมื่อปี 2549 หลัง นายทักษิณ ชินวัตร ประกาศยุบสภาฯ และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ เมื่อวันที่ 2 เม.ย.2549 โดยมีการประท้วงจาก 3 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน คือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย และพรรคมหาชน ประกาศไม่เข้าร่วมเลือกตั้ง เนื่องจากมองว่า มีความเสียเปรียบ เหตุจากรัฐบาลเร่งยุบสภา แล้วรีบกำหนดวันเลือกตั้งกระชั้นชิดจนเกินไป

อย่างไรก็ตาม หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ด้วยเหตุผล อาทิ

1.การกำหนดวันเลือกตั้งในพระราชกฤษฎีกายุบสภาโดยไม่เหมาะสมและไม่เที่ยงธรรม มีการกำหนดวันเลือกตั้งห่างจากวันยุบสภาเพียง 35 วันเท่านั้น

2.กกต.ได้กำหนดการจัดคูหาในลักษณะที่บุคคลภายนอกสามารถสังเกตเห็นได้ว่าผู้เลือกตั้งใช้สิทธิเลือกตั้งหมายเลขใด

จึงทำให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่อีกรอบ ในวันที่ 15 ต.ค. 2549 แต่เกิดเหตุรัฐประหาร 19 ก.ย.เสียก่อน และครั้งนั้น ยังส่งผลให้ กกต.ในฐานะ"ผู้คุมกฏ" ถูกตัดสินลงโทษจำคุกคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) 3 คน คือ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ (ประธาน กกต. ในขณะนั้น), นายปริญญา นาคฉัตรีย์ (กกต.) และนายวีระชัย แนวบุญเนียร (กกต.) ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2541 มาตรา 24 และ 42

โดยการต่อสู้คดียืดเยื้อยาวนานกว่า 10 ปี ก่อนที่ พล.ต.อ.วาสนา และนายปริญญา จะถูกตัดสิน จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ส่วนนายวีระชัย เสียชีวิต ในปี พ.ศ.2555 ระหว่างต่อสู้คดีในชั้นฎีกา

ส่วนครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2557 ในสมัยรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เป็นนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางวิกฤตการณ์การประท้วงที่เกิดขึ้นรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของเมืองไทย โดยมีการประกาศยุบสภา ในวันที่ 9 ธ.ค.2556 และจัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557 แต่การเลือกตั้ง กลับถูกกลุ่มผู้ประท้วง "กปปส." ขัดขวาง ด้วยการ "ปิดคูหา" ทำให้หน่วยเลือกตั้งร้อยละ 10-15 ไม่สามารถเปิดทำการให้ประชาชนเข้าไปใช้สิทธิได้ กกต.

ต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นโมฆะ ในวันที่ 21 มี.ค.2557 ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในขณะนั้นจะทำการรัฐประหาร ภายใต้ชื่อ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557

อ่านข่าว

"วิษณุ" ระบุเสี่ยงโมฆะ กรณีบัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ด

"พริษฐ์" มั่นใจปม Laser ID ไม่เสี่ยงทำ ปชน.ถูกยุบ ย้ำทำถูกกฎหมาย

พรรค ปชน.จ่อยื่นสัปดาห์หน้า ฟ้อง ม.157 กกต.ปม "บาร์โค้ด" บัตรเลือกตั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ทล.เร่งคืนผิวจราจร ถ.พระราม 2 หลังเทคอนกรีตเชื่อมสะพาน M82 แล้วเสร็จ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ธ.ก.ส.ยันสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ยังเข้มแข็ง ดำเนินงานปกติ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผลนับคะแนนใหม่ 2 ประเภท เขต 7 ปทุมฯ ปชน.ชนะ ภท.

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แจ้งความอดีต หน.ขสป.แม่ยวมฝั่งขวา ปมตัดถนนผ่านป่า พบอีก 2 จนท.เอี่ยว

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...