บุกจับคาหนังคาเขา แก๊งบัญชีม้าเวียดนาม คุมเจ้าของบัญชีธนาคาร เบิกเงินสด 1.5 แสนบาท
บุกจับคาหน้าธนาคาร! รวบหัวโจกเวียดนาม คุมทีมเฝ้าถอนเงิน 1.5 แสนบาท เจ้าของบัญชีม้า ก่อนส่งต่อ สุดท้ายไม่รอด แจ้งข้อหาหนัก
วันนี้ (24 ก.พ. 69) เวลาประมาณ 17.30 น. ที่ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางใหญ่ พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิวรรธน์ แก้วพลู รอง ผกก.สส.สภ.บางใหญ่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางใหญ่ ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ นายอำพร เจริญวงศ์ อายุ 31 ปี, นายประสิทธิ์ ภิรมย์พร อายุ 29 ปี และ Mr. PHAN HUNG หรือ นายฟาน อุบ อายุ 46 ปี สัญชาติเวียดนาม ได้บริเวณหน้าธนาคารออมสิน สาขาอินเด๊กซ์ บางใหญ่ พร้อมของกลางเป็นธนบัตรชนิดราคา 1,000 บาท จำนวน 149 ฉบับ รวม 149,000 บาท, ธนบัตรชนิดราคา 500 บาท จำนวน 1 ฉบับ, ธนบัตรชนิดราคา 100 บาท จำนวน 3 ฉบับ, ธนบัตรชนิดราคา 20 บาท จำนวน 1 ฉบับ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 149,820 บาท สมุดบัญชีธนาคารออมสิน สาขาคลองใหญ่ จ.ตราด จำนวน 1 เล่ม และเครื่องนับธนบัตร 1 เครื่อง
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการประสานจากธนาคารออมสิน สาขาอินเด๊กซ์ บางใหญ่ ว่ามีชายต้องสงสัยเข้ามาทำธุรกรรมถอนเงินจำนวน 150,000 บาท โดยมีลักษณะพิรุธ เนื่องจากมีเงินโอนเข้าบัญชีและทำการถอนออกทันที เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและสังเกตการณ์ พบว่านายอำพรเป็นผู้เข้าไปถอนเงิน ขณะเดียวกันมีชายอีก 2 คนนั่งรออยู่บริเวณหน้าธนาคาร เมื่อถอนเงินเสร็จ นายอำพรได้เดินออกมาพร้อมซองสีน้ำตาลบรรจุเงินสด เตรียมนำไปมอบให้ชายทั้งสอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวทั้งหมดไว้ทันที
จากการสอบถาม นายอำพรให้การรับสารภาพว่า ตนได้รับการว่าจ้างให้เปิดบัญชีธนาคารจำนวน 2 ธนาคาร โดยได้ค่าจ้างบัญชีละ 500 บาท รวมเป็น 1,000 บาท ซึ่งตนอาศัยอยู่ที่ จ.ตราด ผู้ว่าจ้างยืนยันว่าไม่ใช่เงินผิดกฎหมาย และอ้างว่าหากเป็นเงินผิดกฎหมายคงถูกจับไปแล้ว พร้อมให้ค่ารถค่าเดินทางจำนวน 500 บาท เพื่อเดินทางมายัง อ.บางใหญ่ โดยตนเดินทางมาถึงช่วงเที่ยงคืนและพักค้างคืนกับนายประสิทธิ์ ซึ่งเป็นผู้คอยจัดการขั้นตอนต่าง ๆ เช้าวันนี้จึงมานั่งรอที่หน้าธนาคารเพื่อรอให้มีเงินโอนเข้า เมื่อมีโทรศัพท์แจ้งว่าเงินเข้าแล้วจำนวน 150,000 บาท ตนจึงเข้าไปถอนเงินหน้าเคาน์เตอร์ และเมื่อเดินออกมาก็ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม โดยยืนยันว่าเพิ่งทำเป็นครั้งแรก และยังไม่ได้รับค่าจ้างตามที่ตกลงกันไว้จำนวน 1,000 บาท
ด้านนายประสิทธิ์ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นแก๊งจัดหาบัญชี แต่ยอมรับว่าได้รับค่าจ้างวันละ 1,000 บาท จาก Mr. PHAN HUNG ชาวเวียดนาม เพื่อทำหน้าที่เฝ้าไม่ให้เจ้าของบัญชีนำเงินที่ถอนออกมาไปเอง โดยมีหน้าที่เฝ้าดูผู้ที่นำบัญชีไปเปิดบัญชี ส่วนใหญ่ดำเนินการในพื้นที่เวสต์เกต อาศัยอยู่ย่านบางใหญ่ และรับงานเฉพาะเคสในพื้นที่บางใหญ่ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ว่าจ้าง มีหน้าที่เพียงเฝ้า เมื่อเจ้าของบัญชีถอนเงินแล้วต้องส่งมอบต่อให้ชาวเวียดนาม และตนจะได้รับค่าจ้างตามตกลง โดยตนรู้จักติดต่อกับผู้ต้องหาชาวเวียดนามผ่านทางโซเชียลมีเดียเฟซบุ๊ก โดยทำงานลักษณะนี้มาตั้งแต่เดือนมกราคม ส่วนเงินที่กดมาไม่ทราบว่าชาวเวียดนามจะโอนต่อไปให้ใคร ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนหาผู้หาคนมาเปิดบัญชีม้า
พ.ต.อ.สิรภพ เปิดเผยว่า ปัจจุบันตำรวจได้ขอความร่วมมือจากสถาบันการเงินทุกแห่งในการตรวจสอบพฤติกรรมลูกค้าที่มีลักษณะเงินโอนเข้าแล้วถอนออกทันที หากพบความผิดปกติให้รีบแจ้งสถานีตำรวจเข้าตรวจสอบ กรณีนี้ธนาคารออมสิน สาขาอินเด๊กซ์ บางใหญ่ ได้แจ้งข้อมูลอย่างทันท่วงที ทำให้สามารถจับกุมขบวนการบัญชีม้าได้ครบทั้งเจ้าของบัญชี ผู้คุมบัญชี และผู้จัดหา รวม 3 ราย พร้อมของกลาง ฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อรับจ้างเปิดบัญชีเพียงค่าตอบแทน 1,000-2,000 บาท เนื่องจากมีโทษทางกฎหมายร้ายแรง จำคุกสูงสุดถึง 5 ปี
ส่วนทางด้าน Mr. PHAN HUNG หรือ นายฟาน อุบ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างประสานล่ามภาษา เพื่อทำการสอบสวนอย่างละเอียดและขยายผลถึงเครือข่ายแก๊งบัญชีม้าดังกล่าว พร้อมทั้งจะติดตามกวาดล้างในพื้นที่บางใหญ่ ไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา นายอำพร ในข้อหา “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนเอง โดยมีพฤติการณ์ที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (มาตรา 9) และเป็นสมาชิกคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นความผิดฐานอั้งยี่”
ส่วนนายประสิทธิ์ และ Mr. PHAN HUNG หรือ นายฟาน อุบ ถูกแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจัดหา โฆษณา หรือไขข่าว เพื่อให้มีการซื้อขายบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำไปใช้กระทำความผิดทางอาญา (มาตรา 10) และร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นความผิดฐานอั้งยี่” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO