โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ราคาทองพุ่งทะลุ 4,800 ดอลลาร์ ดันเงินบาทแข็งค่าระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศูนย์วิจัย กสิกรไทย จำกัดระบุว่า เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 30.93-30.95 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (9.15 น.) หลังแข็งค่าทะลุแนว 31.00 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 10 เดือน ที่ 30.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ (แข็งค่าสุดนับตั้งแต่ 23 มี.ค. 2564)

เงินบาทยังคงได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงเทขายอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และหลายประเทศในยุโรปจากประเด็นเรื่องกรีนแลนด์และสัญญาณการยกระดับของสงครามการค้า

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 30.85-31.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่

  • ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ
  • การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียโดยเฉพาะเงินเยน
  • ประเด็นขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและยุโรป
  • สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลก
  • ตัวเลขยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนธ.ค.

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทยกล่าวว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (9.15 น.) ที่ระดับ 31.02 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยมีการปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดของวันก่อนที่ 31.05 บาทต่อดอลลาร์ฯ

แม้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 31.01-31.12 บาทต่อดอลลาร์ฯ แต่การเคลื่อนไหวในช่วงนี้ยังคงสะท้อนการแข็งค่าของเงินบาทมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

ก่อนหน้านี้ ราคาทองคำในตลาดโลกทำจุดสูงสุดใหม่ (New All-Time High) ส่งผลให้เงินบาทได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาทองคำ ท่ามกลางความกังวลในเรื่องความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

ขณะที่การเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ฯ ในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้รับผลกระทบมากจากราคาทองคำที่สูงขึ้น เนื่องจากเงินดอลลาร์เริ่มรีบาวด์กลับขึ้นบ้าง โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับตัวสูงขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อสกุลเงินหลักๆ

รวมถึงเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่กลับมาอ่อนค่าทะลุ 158 เยนต่อดอลลาร์ฯ เนื่องจากความกังวลในเรื่องเสถียรภาพการคลังของรัฐบาลญี่ปุ่น นอกจากนี้ ความปั่นป่วนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังสะท้อนถึงความไม่มั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลจากนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป โดยดัชนี S&P500 ปิดตลาดในลบที่ -2.06% และดัชนี Nasdaq ลดลง -2.39%

บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยทดสอบโซน 4.30% ท่ามกลางแรงกดดันจากการปรับตัวสูงขึ้นของบอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นและความกังวลต่อแนวโน้มสงครามการค้าระลอกใหม่

ทั้งนี้ ตลาดบอนด์ทั่วโลกยังคงอยู่ในสภาวะผันผวนสูง ซึ่งส่งผลให้ตลาดพันธบัตรของสหรัฐฯ ได้รับความสนใจจากนักลงทุน แต่ในทางกลับกัน การปรับตัวสูงขึ้นของราคาทองคำในตลาด COMEX ส่งผลให้ราคาทองคำทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ 4,780 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 30.85-31.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยอาจจะได้รับอานิสงส์จากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาทองคำ แต่ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงในเรื่องความผันผวนของตลาดการเงิน และการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และนโยบายการเงินในประเทศต่างๆ

อย่างไรก็ตาม หากเงินบาทสามารถแข็งค่าทะลุ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ได้อย่างชัดเจนและทดสอบโซนแนวรับที่ 30.80-30.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก็อาจถือว่าเป็นการแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐานไป ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงที่เงินบาทจะกลับมาอ่อนค่าในระยะกลางถึงระยะยาว โดยเฉพาะหากราคาทองคำมีการปรับตัวสูงขึ้นหรือเกิดแรงเทขายสินทรัพย์ในตลาดทุนไทยจากนักลงทุนต่างชาติ

การปรับตัวของเงินบาทในช่วงนี้ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรระมัดระวังความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในตลาดเงินและพันธบัตร โดยอาจพิจารณากลยุทธ์ "Buy on Dip" หรือรอจังหวะที่ตลาดมีการปรับฐานก่อนตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ

นอกจากนี้ ตลาดยังคงต้องเฝ้าติดตามข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญและการแถลงนโยบายทางการเงินจากธนาคารกลางต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินและตลาดการเงินทั่วโลกในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...