BAM ลุยต่อ “ทรัพย์มหาชน ซีซัน 2” ขยับราคาบ้านแตะ 5 ล้าน ดันรายได้ทั้งปีนี้ 2 หมื่นล้าน
นายรักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ แบม เปิดเผยว่า ปีนีั ภาคอสังหาฯ ยังคงเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และการปฏิเสธปล่อยสินเชื่อ โดยแบมได้ปรับโมเดลธุรกิจ จากการขายให้คนเข้ามาอยู่อาศัย มาเป็นขายทรัพย์เพื่อการลงทุนเพิ่มเติม ให้สอดคล้องกับเทรนด์คนยุคใหม่ที่เน้นการเช่ามากกว่าซื้อ ตลอดจนเป็นทางเลือกในการลงทุน นอกเหนือจากทองคำ หุ้น สินทรัพย์ดิจิทัล ที่มีความผันผวน
ทั้งนี้ ในปี 69แม้เป็นปีที่เสี่ยงสูง แต่แบมตั้งเป้าหมายทำผลเรียกเก็บ 1.9-2 หมื่นล้านบาท ทำสถิติสูงสุดของบริษัท ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่มีผลเรียกเก็บ 1.5-1.6 หมื่นล้านบาท โดยผลเรียกเก็บส่วนใหญ่ ยังมาจากฝ่ายขายที่ขายสินทรัพย์ 1.44 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือยังมาจากโครงการพิเศษเพิ่มเติม โดยเฉพาะ โครงการทรัพย์มหาชน เพื่อบ้านของคนสู้ชีวิต ซีซั่น 2 ที่จะเปิดตัวในเดือนมี.ค.นี้ หลังจากประสบความสำเร็จในเฟสแรก ช่วง 4 เดือน ตั้งแต่เดือนก.ย.-ธ.ค. 68 มียอดขายกว่า 900 ล้านบาท ช่วยกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและอาชีพอิสระไปแล้วมากกว่า 1,000 ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นการขายห้องชุด รองลงมาเป็นทาวน์เฮ้าส์ และบ้านเดี่ยว
สำหรับซีซั่นสอง จะขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังบุคคลทั่วไปและปรับเพดานราคาทรัพย์จากไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 5 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้มีทรัพย์เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นจาก 10,000 กว่ารายการ เป็นกว่า 21,000 รายการ ประกอบด้วยบ้าน ห้องชุดอาคารพาณิชย์ นอกจากนี้ บริษัทยังมีแนวคิดที่จะปรับปรุงเงินทำสัญญาเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวมถึงศึกษาความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อขยายโอกาสการมีที่อยู่อาศัย โดยคาดมีผลเรียกเก็บส่วนนี้ 2,500-2,800 ล้านบาท
ส่วนผลเรียกเก็บอื่นมาจากโครงการอสังหาฯเพื่อการเช่า ซึ่งจะร่วมมือกับโบรกเกอร์ในการหาผู้เช่าพร้อมกับนำเสนอขายทรัพย์นั้นให้กับนักลงทุนได้เลย เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนใหม่ทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ โดยขณะนี้ทราบว่า มีนักลงทุนที่ซื้ออสังหาเพื่อปล่อยเช่าสูงถึง 70,000 ถึง 100,000 ราย และพบว่ามีผลตอบแทนรวมสูงถึง 17% ซึ่งในโครงการนี้คาดจะเปิดตัวได้ช่วงปลายไตรมาสแรก และอีกโครงการจะเป็นความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ เช่น ทหาร ตำรวจ กรมสรรพสามิต เพื่อขายทรัพย์ให้ข้าราชการชั้นผู้น้อย เนื่องจากพบว่ามีข้าราชการชั้นผู้น้อยมากกว่า 500,000 คนที่ยังไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองและต้องเข้าพักในบ้านพักสวัสดิการเป็นหลัก ส่วนเป้าหมายกำไรจะพยายามทำให้โตแบบมีเสถียรภาพปีละ 5-7% ไม่มียอดผันผวนขึ้นลงเร็วเหมือนก่อน และมีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ สำหรับให้นักลงทุนถือในระยะยาว มากกว่าเก็งกำไรระยะสั้น