เทพไทท้า ‘ภูมิใจไทย-กล้าธรรม’ กล้าประกาศอย่าเลือกคนซื้อเสียงหรือไม่
21 ม.ค.2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊กในหัวข้อ “ประกาศอย่าเลือกคนซื้อเสียง “ภูมิใจไทย-กล้าธรรม” กล้าหรือไม่” ช่วงนี้มีกระแสข่าวเรื่องการซื้อเสียงในการเลือกตั้ง สส.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ดังหนาหูมาก มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเป็นไปได้ถึงตัวเลข ที่มีการซื้อเสียงๆ ละ 7,500 บาท มีนักข่าวไปถามความเห็นเรื่องนี้ ต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้คำตอบว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เคยทำเรื่องแบบนี้ และการซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาท เอาเงิน 700-800 บาทไปซื้อเขาควายดีกว่า ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า นายอนุทินไม่เชื่อว่า มีการซื้อเสียงกันจริงๆ รวมถึงนักข่าวไปถามความเห็น จากร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม ซึ่งได้แสดงอาการตกใจว่าเป็นไปได้หรือ ที่มีการซื้อเสียงสูงถึง 7,500 บาทต่อเสียง และบอกว่าถ้าเป็นเช่นนี้ บ้านเมืองก็จะพังพินาศ
ถ้าหากว่าทั้งนายอนุทินและผู้กองธรรมนัส ไม่เชื่อว่ามีการชื่อเสียงจริง และทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมไม่ได้เกี่ยวข้องหรือไม่เคยทำเรื่องเช่นนี้ ก็อยากจะให้ทั้ง 2 ท่านได้ประกาศในนามพรรคภูมิใจไทยและในนามพรรคกล้าธรรมว่า ใครก็ตามถ้าไปเดินซื้อเสียง เพื่อให้เลือกผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย หรือผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรม ถือว่าเป็นการใส่ร้าย และประสงค์ร้ายต่อพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม ต้องประกาศให้ผู้คนได้รับทราบว่า อย่าเลือกบุคคลที่มีผู้ไปซื้อเสียงให้กับผู้สมัครพรรคกล้าธรรม และพรรคภูมิใจไทย เพราะผู้นำพรรคทั้ง 2 คนได้ประกาศว่า ทั้งพรรคภูมิใจไทยไม่เคยทำเรื่องเช่นนี้ และพรรคกล้าธรรมก็เช่นเดียวกัน
ถ้ามีการไปซื้อเสียงแสดงว่าเป็นการแอบอ้างพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า เป็นผู้ที่ไม่หวังดีต่อพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม จึงขอให้ประชาชนอย่าเลือกคนที่มาซื้อเสียง ซึ่งจะได้เป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเหมือนกับพรรคการเมืองอื่นๆ หลายพรรค ที่ประกาศมาแล้วว่า จะไม่ซื้อเสียง จะการเมืองสุจริตจะการเมืองสีขาว และประชาชนจะได้สบายใจ เช่นเดียวกัน กกต.ก็จะได้ไปตรวจสอบในพื้นที่ และจะได้ดำเนินการสำหรับคนที่แอบอ้างมาซื้อเสียง จะได้จับกุมและดำเนินคดีต่อไป
ส่วนกระแสข่าวที่ทนายอั๋น จากบุรีรัมย์ ออกมาระบุว่า มีการหิ้วเงิน 1,000 ล้านบาทไปให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดใน 5 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นข่าวลือหรือข่าวจริง แต่ถ้าหากว่าเป็นข่าวจริง ก็มีความเป็นไปได้ เพราะมีพรรคการเมืองบางพรรคใช้กลไกอำนาจรัฐผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ไปบริหารจัดการการเลือกตั้ง จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาผู้ว่าราชการจังหวัด คือตัวการของการช่วยเหลือ จะเห็นได้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดบางจังหวัดหรือหลายจังหวัด คือตัวการช่วยเหลือพรรคการเมือง เพื่อตอบแทนในสิ่งที่ตัวเองได้รับการแต่งตั้ง
จึงเป็นไปได้ว่ามีการใช้อำนาจรัฐเต็มรูปแบบ และการใช้อำนาจรัฐที่ดีที่สุด และทรงประสิทธิภาพที่สุด คือการใช้อำนาจรัฐผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด จึงอยากจะให้ กกต.เข้าไปตรวจสอบและไปดูว่า มีการใช้อำนาจรัฐเพื่อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองบางพรรค หรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.บางคนหรือไม่