โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ด่วน! ทหารกัมพูชาดับคากองเพลิง หลังจุดไฟป่วนไทย เจอลมตีกลับ ก่อนป้ายสีฝั่งไทยกลบความผิด

สยามนิวส์

เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 21 ก.พ. 69 เฟซบุ๊กเพจ Army Military Force โพสต์ข้อความระบุว่า ด่วน!!! กัมพูชาเสียชีวิตคากองเพลิงหลังจุดไฟป่วนทหารไทยในแนวหน้า ก่อนพบศพไหม้เกรียมทางทิศใต้

วันที่ 21 ก.พ. 69 เฟซบุ๊กเพจ Army Military Force โพสต์ข้อความระบุว่า ด่วน!!! กัมพูชาเสียชีวิตคากองเพลิงหลังจุดไฟป่วนทหารไทยในแนวหน้า ก่อนพบศพไหม้เกรียมทางทิศใต้ของปราสาทตาเหมือนธม เพื่อนทหารสบช่องป้ายสีฝั่งไทยหวังกลบความผิด

ชายแดนกัมพูชา - (21 ก.พ. 2569) มีรายงานเหตุสลดจากการเผชิญหน้าบริเวณชายแดน เมื่อพบร่างของ เรียม เคือญ ทหารกองทัพกัมพูชา เสียชีวิตในสภาพถูกเพลิงไหม้เกรียม บริเวณทางทิศใต้ของปราสาทตาเหมือนธม โดยสาเหตุเกิดจากความพยายามในการลักลอบจุดไฟเผาป่าเพื่อสร้างสถานการณ์ก่อกวนทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่แนวหน้า ทว่าเกิดกระแสลมพัดกรรโชกย้อนกลับอย่างรุนแรง ทำให้เปลวไฟลุกลามเข้าหาตัวจนไม่สามารถหลบหนีได้ทัน

รายงานระบุว่า มีการตรวจพบศพของผู้เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และล่าสุดเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (21 ก.พ.) ญาติรีบดำเนินการประกอบพิธีฌาปนกิจและเก็บอัฐิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเพื่อนทหารในหน่วยเดียวกันได้พยายามสร้างข้อมูลบิดเบือนและป้ายสีทหารไทยว่าเป็นผู้ลักลอบจุดไฟเผาป่าในครั้งนี้ เพื่อปกปิดความผิดพลาดจากการกระทำของพวกตน โดยอ้างว่า เรียม เคือญ ขาดการติดต่อระหว่างปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่า ก่อนถูกพบศพในภายหลัง

นอกจากนี้ กลุ่มทหารดังกล่าวยังได้มีการระดมทุนช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการระบุช่องทางบริจาคผ่าน QR Code ของเพื่อน และทิ้งหมายเลขติดต่อโดยตรงไว้ที่เบอร์ 0882479687 เพื่อขอรับความเมตตาจากประชาชนผู้ใจบุญในกรณีดังกล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...