รวบแล้วโจรปล้นทองขอนแก่น อดีตนายหน้าที่ดินชีวิตพลิก เมียทิ้ง–หนี้ท่วม วางแผนชิงทองหวังใช้หนี้
รวบแล้วโจรปล้นทองขอนแก่น พบเป็นอดีตนายหน้าที่ดิน แต่ไปไม่รอด เมียทิ้ง หนี้สินรัดตัวต้องเลี้ยงลูกลำพัง ตัดสินใจก่อเหตุหวังได้เงินมาใช้หนี้
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 21 ก.พ.2569 ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค (บก.สส.ภ. 4 ) พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4,พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ,พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผกก.สภ.บ้านเป็ด ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายชลธิป สาระคำ หรือเก๋ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 312 ม.12 บ้านเหล่าโพนทอง ต.บ้านหว้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ในข้อหาชิงทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์. โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำผิดหรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม พร้อมของกลาง ไม้หน้าสาม ยาว 1 เมตร จำนวน 1 ท่อน เหล็กกล่องปากแฉก ยาว 1 เมตร จำนวน 1 ชิ้น สร้อยทองรูปพรรณ 9 เส้น รวมน้ำหนัก 21 บาท
พล.ต.ต.นพเก้า กล่าวว่า ภายหลังจากเกิดเหตุคนร้ายเป็นชาย ก่อเหตุชิงทรัพย์ทองรูปพรรณ จำนวน 11 เส้น น้ำหนักรวม 26 บาท มูลค่าเกือบ 2 ล้านบาท ไปจากร้านทองกรุงเทพเยาวราช เลขที่ 206 ม.12 ต.บ้านทุ่ม อ.เมืองขอนแก่น คนร้ายหลบหนีลอยนวล ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 4 สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น สืบสวนสภ.บ้านเป็ด ร่วมกันลงพื้นที่หาเบาะแสคนร้ายมาอย่างต่อเนื่องในขณะเดียวกัน ก็มีการประกาศให้รางวัลนำจับ สำหรับคนแจ้งเบาะแส 100,000 บาท
การสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า คนร้ายจอดรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีเทา ไม่ติดทะเบียน ไว้ภายในซอยห่างจากห้างทองไปประมาณ 20 เมตร หลังก่อเหตุก็ขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวหลบหนีไป
" เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจสอบตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีไป พบว่าคนร้ายได้เข้าไปเติมน้ำมัน ที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนเหล่านาดี จำนวน 40 บาท และในจุดดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พบว่ารถจักรยานยนต์คันที่คนร้ายใช้เป็นยานพาหนะก่อเหตุ มีสติกเกอร์สีเหลืองเขียนคำว่า VIP ที่ท้ายรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นชาวบ้านในพื้นที่ ที่อยู่ไม่ไกลจากจุดก่อเหตุ จึงกระจายกำลังลงพื้นที่ตามหมู่บ้านชุมชนต่างๆ จนพบเบาะแสของคนร้าย หายไปในสวนและป่ายางพารา ในพื้นที่ บ้านป่าสังข์ ต.ดอนช้าง อ.เมืองขอนแก่น จึงเฝ้าติดตามหาตัวคนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์คันที่ตรงกับของคนร้ายเข้าออกในพื้นที่ พร้อมๆกับนำตำหนิรถจักรยานยนต์ของคนร้ายไปสอบถามกับชาวบ้าน ในพื้นที่ตำบลดอนช้าง จนมีชาวบ้านแจ้งว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถของนายเก๋ อายุ 47 ปีพ่อค้าขายบะหมี่ ที่เปิดร้านขายบะหมี่อยู่ริมถนนเหล่านาดี"
พล.ต.ต.นพเก้า กล่าวต่อว่า หลังทราบรายละเอียด จึงให้ชุดสืบสวนติดตามดูพฤติกรรมของนายเก๋ ซึ่งพบว่ามีบางครั้งที่ออกจากบ้านพักในบ้านเหล่าโพนทอง และเดินทางไปที่สวน ในพื้นที่บ้านป่าสังข์ จนกระทั่งเย็นวันที่ 20 กพ.ที่ผ่านมา นายเก๋ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างออกจากบ้านไปขายบะหมี่ที่ร้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัว พร้อมกับให้ดูภาพและคลิปของคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทองและภาพที่คนร้ายเติมน้ำมัน ภาพที่คนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี นายเก๋หน้าถอดสี พร้อมกับสารภาพว่าเป็นคนร้าย ที่ก่อเหตุชิงทองในวันดังกล่าวจริง จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวนที่ บก.สส.ภ.4
"จากการสอบสวน นายเก๋ ให้การว่า เดิมมีอาชีพนายหน้าซื้อขายที่ดิน มีเงินมีทองใช้แต่ก็มีหนี้สิน ต่อมาภรรยามีคดีความ จึงหนีไป ทิ้งให้เลี้ยงลูกคนเดียว รับผิดชอบหนี้สินคนเดียว รับปัญหาคนเดียว จนมีปัญหา หมุนเงินไม่ทัน หนี้สินรัดตัวไปหมด รายได้ไม่พอใช้หนี้ จึงวางแผนในการชิงทองจากร้านทอง เพื่อจะเอาทองไปขาย นำเงินมาใช้หนี้ โดยได้นำรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีน้ำเงิน เป็นรถเก่ามือสอง ไม่มีทะเบียน ซื้อมาจากร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ในราคา 5,000 บาท นำมาพ่นเป็นสีบรอนด์เทา และใช้เหล็กกล่อง ยาว 2 เมตร นำมาทำเป็นปากฉลามเพื่อเอาไว้สอยเอาทองในร้านทอง และนำไม้หน้าสาม มาเตรียมไว้กั้นประตู เพราะจากการตระเวนดูร้านทองหลายแห่งพบว่า ประตูเปิดเข้าออกร้าน เป็นประตูอัตโนมัติ เมื่อเข้าไปในร้านแล้ว ประตูจะปิดเองและเมื่อเกิดเหตุร้าย ประตูจะล็อคเอง จึงเตรียมการและวางแผนไว้ว่าจะเอาไม้หน้าสามวางขวางประตูไม่ให้ปิดสนิท"
พล.ต.ต.นพเก้า กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า ศึกษาข้อมูลจากข่าวการชิงทองที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าว จนแน่ใจว่าลงมือแล้วต้องรอด และต้องไม่หนีไปในเส้นทางสายหลัก เพราะปัจจุบันชาวบ้านนิยมติดวงจรปิดไว้หน้าบ้าน อาจจะจับภาพตนได้ ต้องหนีไปตามถนนสายรองหรือแถนนตามท้องนา และตามสวนของชาวบ้านเชื่อมต่อกับหมู่บ้านป่าสังข์ และบ้านเหล่าโพนทอง เมื่อคิดทบทวนดีแล้ว จึงขับขี่รถจักรยานยนต์ไปดูที่ห้างทองฯ แต่ไม่สะดวกจึงไม่ลงมือ และพยายามจะลงมือก่อเหตุที่ร้านอื่นก็ไม่สะดวกอีก จึงกลับบ้าน กระทั่งวันที่ 15 กพ. จึงมาลงมือก่อเหตุชิงทองที่ห้างทองฯดังกล่าว โดยวางไม้หน้าสามขวางประตูเอาไว้ตามที่คิดไว้ก็สำเร็จ เพราะประตูปิดไม่ได้ และตนก็ออกมาได้อย่างปลอดภัย
เมื่อได้ทองมาแล้ว ก็ใส่ไว้ในกระเป๋าสีขาว จากนั้นก็ขับขี่รถวนไปตามสวนยางของชาวบ้านในพื้นที่ต.ดอนช้าง จนมืดค่ำจึงกลับเข้าบ้าน จากนั้นเอาลวดร้อยทองรวมกัน หย่อนลงไปในเสาเหล็กกล่องสี่เหลี่ยมที่เป็นเสาค้ำระเบียงบ้าน เพื่อซ่อนทองเอาไว้
"ก่อนจะเอารถจักรยานยนต์คันที่ใช้ขับขี่ไปก่อเหตุ ไปทิ้งลงหนองน้ำ ที่บ้านหนองเต่า ต.ดอนช้าง ซึ่งอยู่ไกลจากบ้านเหล่าโพนทองประมาณ 2 กม.แล้วก็นำเสื้อผ้าพร้อมหมวกกันน็อคที่ใส่ในวันก่อเหตุไปเผาทิ้งในสวนที่บ้านป่าสังข์ จากนั้นก็กลับมานอนอยู่บ้าน ไม่ออกไปขายบะหมี่ และตลอดเวลาที่นอนอยู่ในบ้านก็ติดตามข่าวทางสื่อมวลชน ถึงการติดตามคนร้ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง จนรู้ความเคลื่อนไหวของตำรวจ และเหมือนถูกกดดัน ไม่กล้านำทองออกมาขาย จนเห็นว่าเรื่องเงียบจึงออกไปเปิดร้านขายบะหมี่ แล้วก็ถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว"
รอง ผบช.ภ.4 กล่าวต่ออีกว่า นายเก๋ ยอมรับว่าก่อเหตุครั้งนี้เพราะไม่มีทางออกในเรื่องของการหาเงินใช้หนี้ที่สะสมมานาน แล้วยังต้องหาเงินส่งเสียลูกเรียนหนังสือ จนเกิดปัญหาในครอบครัว จนตัดสินใจก่อเหตุ เพราะคิดว่าตัวเองจะรอด แล้วซ่อนทองไว้ ตำรวจจะตามจับกุมไม่ได้ เรื่องเงียบแล้วจะทยอยขายทอง นำเงินมาใช้หนี้ แต่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 4 สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ ร่วมสืบสวนจนสามารถจับกุมนายเก๋ คนร้ายที่ลงมือชิงทองจากร้านทองฯเอาไว้ได้ และตำรวจได้เชิญเจ้าของร้านมาตรวจสอบทองแล้ว ยืนยันว่า เป็นทองของทางร้านจริงเพราะมีการปั้มตราที่เป็นสัญลักษณ์ของทางร้านและปั้มสัญลักษณ์บริษัทผลิตทองเอาไว้ เพียงแต่ว่าทองที่คนร้ายชิงเอาไปนั้นรวมทั้งหมด 11 เส้นน้ำหนัก 26 บาท แต่ยึดคืนมาได้ 9 เส้น น้ำหนักรวม 21 บาท ในส่วนของทองที่หายไปเป็นทองเส้นละ 3 บาทและ 2 บาท ได้มอบหมายให้ตำรวจสภ.บ้านเป็ด ทำการสืบสวนขยายผลว่า หายไปไหน นำไปขายหรือยังซ่อนไว้ ก่อนจะควบคุมตัวมาดำเนินคดีที่ สภ.บ้านเป็ดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภูมิภาค-48
#ปล้นทองขอนแก่น #โจรปล้นทอง #ข่าวอาชญากรรม #ตำรวจภาค4 #ชิงทรัพย์ #ข่าวภูมิภาค #ขอนแก่น #จับโจร #คดีดัง #ข่าววันนี้ #อาชญากรรมไทย #ข่าวด่วน #รวบคนร้าย #สืบสวน #วงจรปิด #ข่าวอาชญากรรมล่าสุด