ตรวจยึด ซากโคเถื่อน กว่า 3.6 ตัน คาห้องเย็นกลางเมืองอยุธยา
วันที่ 21 ก.พ. 2569 ปัจจุบันพบปัญหาการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายซากสัตว์และเครื่องในสัตว์จากต่างประเทศ โดยไม่ได้ผ่านการควบคุมตรวจสอบตามกฎหมาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคระบาดสัตว์ เช่น โรคปากและเท้าเปื่อย, โรคแอนแทรกซ์ รวมถึงโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านอาหาร ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และอุตสาหกรรมปศุสัตว์ของประเทศ
จากการทำงาน สนธิกำลังและแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ จนทราบว่า ห้องเย็นต้องสงสัยในพื้นที่หมู่ 10 ตำบลปากกราน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพฤติการณ์น่าสงสัยเกี่ยวกับการลักลอบนำเนื้อสัตว์ผิดกฎหมายมาเก็บไว้ เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชน
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์ ได้เข้าตรวจสอบห้องเย็นดังกล่าวพบผู้ดูแลสถานที่อยู่ภายใน จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานและขอทำการตรวจสอบตามกฎหมาย
ผลการตรวจสอบพบของกลาง
1. เครื่องในโคแช่แข็ง (ลิ้น) จากประเทศบราซิล จำนวน 46 กล่อง กล่องละประมาณ 30 กิโลกรัม รวม 1,380 กิโลกรัม
2. เครื่องในโคแช่แข็ง (กระเพาะ) จากประเทศอาร์เจนตินา จำนวน 173 กล่อง กล่องละประมาณ 13 กิโลกรัม รวม 2,249 กิโลกรัม
รวมปริมาณเครื่องในโคแช่แข็งทั้งสิ้นกว่า 3,629 กิโลกรัม (กว่า 3.6 ตัน)
รวมมูลค่าของกลาง 300,660 บาท
จากการตรวจสอบไม่พบใบอนุญาตนำเข้าสัตว์หรือซากสัตว์และใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ตามที่กฎหมายกำหนด จึงมีเหตุอันควรสงสัยว่าเข้าข่ายความผิดตาม พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการอายัดเครื่องในโคแช่แข็งทั้งหมดไว้ ณ สถานที่เกิดเหตุ พร้อมเก็บตัวอย่าง ส่งตรวจสอบคุณภาพและเชื้อโรคระบาดที่ห้องปฏิบัติการของสำนักตรวจสอบคุณภาพสินค้าปศุสัตว์เพื่อประเมินความปลอดภัยและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558
1. นำเข้าสัตว์หรือซากสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 31 วรรคหนึ่ง, 68 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. เคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 22, 65 ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับเนื้อสัตว์หรือเครื่องในที่เข้านำมาโดยไม่ผ่านการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์ อาจปนเปื้อนเชื้อโรคระบาดสัตว์ เช่น โรคปากและเท้าเปื่อย แอนแทรกซ์ หรือเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคในคน เสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonotic diseases) ทำให้ประชาชนเจ็บป่วย และอาจทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อราคาเนื้อสัตว์ในประเทศและยังเสี่ยงกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค รวมถึงกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยอาหาร (Food Safety) ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศ
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน