โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พณ.อุ้มราคา “ทุเรียน”-“ข้าว” คุมคุณภาพ กระจายตลาดใหม่

Thai PBS

อัพเดต 3 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (29 ม.ค.2569) นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากการสำรวจคาดว่าผลผลิตทุเรียนรวมในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 1.78 ล้านตัน คาดการณ์ว่าปีนี้ส่งออกประมาณ1.2 ล้านตัน บริโภคในประเทศ 5 แสนตัน ขณะที่ราคาไม่ต่ำกว่า 100 บาทกิโลกรัม โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นมาจากต้นทุเรียนที่ปลูกในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาเริ่มให้ผลผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งสัดส่วนเป็นพื้นที่ภาคตะวันออก 1.06 ล้านตัน (60%) และภาคใต้ 7.2 แสนตัน (40%)

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน

คาดว่าผลผลิตจะออกสู่ตลาดหนาแน่นที่สุดในช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตจากทั้งภาคตะวันออกและภาคใต้ออกมาทับซ้อนกัน

สำหรับความท้าทายในปีนี้ ได้แก่ การขาดแคลนแรงงานดูแลสวน/โรงคัดบรรจุ (ลัง) จีนเข้มงวดมาตรการสุขอนามัยพืช (BY2 แคดเมียม) รวมถึงตู้คอนเทนเนอร์ไม่เพียงพอในช่วงผลผลิตออกมาก เพราะสินค้าติดที่ด่านปลายทางประเทศจีน และมีความกังวลเรื่องขาดล้งรับซื้อ ช่วงทับซ้อนผลผลิตระหว่างตะวันออกและภาคใต้

นอกจากนี้ ยังต้องจับตาดูคู่แข่งอย่างเวียดนามที่คาดว่าจะมีผลผลิตสูงถึง 2 ล้านตัน และมีความได้เปรียบเรื่องระยะทาง ขณะที่ไทยจะเน้นการขนส่งผ่านเส้นทางรถไฟและเส้นทาง R3A (เชียงของ-บ่อเต็น-คุณหมิง) เพื่อกระจายสินค้าเข้าสู่จีนตะวันตก (เฉิงตู) ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมประสานผู้ประกอบการ ล้ง"ให้เตรียมเคลื่อนย้ายกำลังซื้อจากภาคตะวันออกลงสู่ภาคใต้ให้ทันตามกำหนดเวลาเพื่อรักษาเสถียรภาพทางราคา

อย่างไรก็ตาม ได้มีการวางแผนเพื่อขยายตลาดใหม่และผลิตภัณฑ์แปรรูป ภาครัฐวางแผนลดการพึ่งพาตลาดเดียวโดยรุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ได้แก่ อินเดีย รัสเซีย เกาหลี โดยใช้กลไกการท่องเที่ยวสร้างการรับรู้และขยายฐานเป้าหมาย

ขณะที่ ตลาดเอเชียกลางจะเน้นเจาะตลาดผ่านเส้นทางขนส่งทางรถไฟ ส่วน ตะวันออกกลางและญี่ปุ่น เน้นผลิตภัณฑ์ทุเรียนแช่เย็นและแช่แข็ง ซึ่งได้รับผลตอบรับดีในตลาดที่ต้องการความสะดวก

เพื่อรักษาตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลัก ภาครัฐได้ปรับกลยุทธ์การตรวจสอบคุณภาพสินค้า โดยเฉพาะการควบคุมสารตกค้างและแคดเมียม โดยจะขยายการตรวจสอบไปถึงระดับปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ยและสารเคมีที่เกษตรกรใช้ เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแทนการตรวจสอบเพียงปลายทางที่ด่านส่งออก

นอกจากนี้ยังเร่งเพิ่มทักษะ ให้แก่แรงงานเมียนมาเพื่อทดแทนแรงงานกัมพูชาที่ลดลง โดยเน้นความชำนาญในการคัดเลือกและดูแลทุเรียน อย่างไรก็ดียังมีมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนการบริโภคในประเทศปรับตัวสูงขึ้น จึงได้เตรียมแผนกระจายผลผลิตผ่านเครือข่ายตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ (ตลาดไท, สี่มุมเมือง, ศรีเมือง) และสนับสนุนกลุ่ม "รถเร่" เพื่อนำสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคในระดับอำเภอและตำบลที่ห่างไกล พร้อมเตรียมจัดงาน Kick-off เปิดฤดูกาลเพื่อสร้างกระแสการบริโภคตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมนี้ ซึ่งเป็นวันเริ่มตัดทุเรียนพันธุ์กระดุมของจ.จันทบุรี

ส่วนการกำกับดูแลราคาสินค้าเกษตรอื่น เช่น ข้าว เป็นสินค้าเกษตรส่งออกอันดับสองมีมูลค่า 80,000 ล้านบาท พบว่าตัวเลขผลผลิตข้าวไทย (ผลผลิต+stock) ณ เดือนพ.ย. 2568 มีจำนวน 23.04 ล้านตัน มีความต้องการใช้ (การบริโภค+การค้า) 23.50 ล้านตัน ขณะที่ผลผลิตข้าวทั้งโลก (ผลผลิต+stock) เดือนธ.ค. 2568 มีจำนวน 730.74 ล้านตัน มีความต้องการใช้ (การบริโภค+การค้า) 604.67 ล้านตัน

เบื้องต้น กรมฯ กำลังเร่งแก้ปัญหา Over Supply โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เริ่มทำข้าวกล่อง ในตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ หรือ ตู้กดข้าว เพื่อดูดซับในช่วงผลผลิตออกจำนวนมาก โดยกำหนดราคาเป้าหมายกล่องละ 35 บาท ซึ่งเหตุผลที่เลือกทำรูปแบบตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ เนื่องจากร้านสะดวกซื้อผู้ประกอบการมีค่า GP สูง ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์กระทรวงพาณิชย์ที่ต้องการลดค่าครองชีพประชาชน ส่วนผู้ประการตู้จำหน่ายอาหารอัตโนมัติ เป็นการลงทุนบริษัทเอกชน เช่น ตู้กดข้าว ตู้ผลไม้ ตู้น้ำดื่มอัตโนมัติ คาดว่าจะได้คำตอบจากผู้ประกอบการว่า ทำได้ หรือ ทำไม่ได้ ในเดือนกพ.นี้

สำหรับแผนการดูแลเสถียรภาพราคาข้าว ปีนี้มีความท้าทายผลผลิตนาปรังจะกระจุกตัวช่วง มี.ค.-เม.ย.จำนวน 3.80 ล้านตันข้าวสาร และนาปีช่วงพ.ย.-ธ.ค. จำนวน 12.30ล้านต้นข้าวสาร รวมทั้งยังมีปัจจัยค่าเงินบาทแข็งที่เข้ามากระทบด้านความสามารถในการแข่งขันส่งออก โดยค่าเงินบาทไทยแข็งค่ามากกว่าคู่แข่งเกือบ20%

โดยแบ่งมาตการตามประเภทคือ1.ข้าวหอมมะลิ ปริมาณ 6.80 ล้านตันข้าวสาร ปัจจุบันราคายังดีอยู่ที่ตันละ16,500 บาท จะใช้มาตรการชะลอการขาย เบื้องต้นจะส่งเสริมเครื่องมือในการสีและแปรรูปเป็นข้าวสารผ่านการรวมกลุ่มวิสาหกิจ เพื่อเก็บสต็อกไว้ขายในช่วงที่ราคาดีเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ,การวิจัยและพัฒนาพันธุ์ให้มีความหอมและมีปริมาณเมล็ดพันธุ์ที่เพียงพอ ,เพิ่มช่องทางการตลาดเมนูข้าวผ่านร้านThai Select รวมถึงเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและจัดคณะผู้แทนการค้าไปขยายตลาด ในแคนนาดา อเมริกา ฮ่องกง และจีน

2.ข้าวขาว ข้าวหอมปทุมและข้าวเหนียว ปริมาณ 21.04 ล้านตันข้าวสาร จะใช้มาตรการชะลอการขายส่งเสริมเครื่องมือในการสีและแปรรูปเป็นข้าวสารผ่านการรวมกลุ่มวิสาหกิจ เร่งลดต้นทุน การวิจัยและพัฒนาพันธุ์ให้มีความหอมและมีปริมาณเมล็ดพันธุ์ที่เพียงพอ แก้ไขกฎระเบียบนำ เข้าเมล็ดพันธุ์ให้เอกชนมีส่วนช่วยพัฒนาให้เร็วขึ้นโดยประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กระจายข้าวถุง ไปยังหน่วยราชการ ปั้มน้ำ มัน งานธงฟ้า ส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง อาทิ snack เครื่องสำ อาง เครื่องดื่มสุขภาพ ปรับเปลี่ยนพื้นที่เพื่อปลูกพืชอื่นตามความเหมาะสม เป้า 1 ล้านไร่

ระยะสั้นจะร่วมมือกับผู้ประกอบการจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ทำ เมนูข้าวกล่องราคาประหยัดขายผ่านตู้กดอัตโนมัติ เพื่อช่วยดึงซัพพลายข้าวออกจากตลาด รวมทั้งช่วยเหลือค่าครองชีพแก่ประชาชนด้วย รวมทั้งอยู่ระหว่างการหารือกับร้านสะดวกซื้อชั้นนำ เพื่อให้ช่วยจำหน่ายเมนูข้าวกล่องด้วย แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปเนื่องจากอยู่ระหว่างเจรจาขอปรับลดค่า GP (Gross Profit) หรือ ค่าส่วนแบ่งการขาย เพื่อให้ราคาจำหน่ายไม่เกินกล่องละ35 บาท หากไม่สำเร็จอาจจะยกเลิกการจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ

3.ข้าวประณีต หรือข้าวคุณภาพสูง จะนำร่องนำผู้ประกอบการกลุ่มวิสาหกิจ 200 แห่ง ซึ่งมีข้าวรวม 300 สายพันธุ์มาส่งเสริม โดยแบ่งมาตรการออกเป็น2 กลุ่ม คือTire1 กลุ่มที่มีความพร้อม จะใช้มาตรการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ทั้งในและต่างประเทศ ผ่านMasterChefสายการบิน ,เชื่อมโยงตลาดเป้าหมาย โรงแรม ร้านอาหาร เชฟ,จัด Business Matching ในช่วงระหว่างงานแสดงสินค้า/กิจกรรมต่างๆ

และกลุ่มTier 2-3กลุ่มที่ยังไม่พร้อม จะสนับสนุนอุปกรณ์การผลิต/แปรรูป/บรรจุภัณฑ์อบรมให้ความรู้ผลักดันเกษตรกรรายย่อยส่งออกข้าวคุณภาพสูงผลักดันข้าวคาร์บอนต่ำ นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดกิจกรรรมขยายตลาดในต่างประเทศ อาทิ เข้าร่วมงานแสดงสินค้าGulfood f ดูไบ , Natural Products Expo West สหรัฐอเมริกา จัดคณะผู้แทนการค้าไปเยือนตลาดยุโรป

อ่านข่าว:

ส่งออกข้าวปี 68 ทะลุเป้า 7.9 ล้านตัน พณ.เร่งรุกตลาดศักยภาพ รักษาตลาดเดิม

โจทย์ใหญ่ “ทุเรียนไทย” ปี2569 หืดขึ้นคอ คู่แข่งรอบด้าน ราคาไม่ฟื้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ถอนเงินแตกเป็นแบงก์ร้อย ไม่ใช่เรื่องใหม่กับ "ฤดูเลือกตั้ง"

57 นาทีที่แล้ว

ปรองดอง แต่ไม่สมานฉันท์? เกมรวมบ้านใหญ่สู้ค่ายแดง

59 นาทีที่แล้ว

ติดตาม "3 ช้างป่า" หลังรับวัคซีนคุมกำเนิดครบ 48 ชั่วโมง

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กทม.เผยสถานการณ์ฝุ่นแนวโน้มดีขึ้น ใช้มาตรการควบคุมมลพิษต่อเนื่อง

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ธุรกิจ-เศรษฐกิจ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...