โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ทหารมีไว้ทำไม? ฟังคำตอบจากสมรภูมิจริง ‘พล.ท.กนก’ ชี้ถ้าไร้รั้วของชาติ ไทยเสี่ยงเสียเอกราชชายแดน

THE STATES TIMES

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 09.51 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 09.48 น. • THE STATES TIMES TEAM

วันที่ 28 ม.ค. 69 ที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จัดเสวนาวิชาการ ในหัวข้อ ทหารมีไว้ทำไม :วิเคราะห์นโยบายหาเสียงเลือกตั้งด้านกองทัพของพรรคการเมืองไทย นำเสวนาโดย พล.อ.ดร.นพนันต์ ชั้นประดับ อดีตที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก , พล.ท.กนก เนตระคะเวสนะ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการกอง กำลังสุรนารี , ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และที่ปรึกษา รมว.กลาโหม
โดยช่วงหนึ่ง พล.ท.กนก เนตระคะเวสนะ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการกองกำลังสุงสุรนารี กล่าวว่า คำถามที่หลายคนพูดกันว่าทหารมีไว้ทำไม ตนอยากจะถามว่าเคยได้ยินคำว่าว่าประเทศเป็นบ้านทหารเป็นรั้วหรือไม่ หน้าที่ของทหารคือป้องกันประเทศ และปกป้องแผ่นดินไม่ให้ข้าศึกเข้ามารุกราน ในห้วงเวลาที่ผ่านมาถ้าไม่มีการสู้รบก็จะไม่เห็นว่าทหารนั้นทำหน้าที่อย่างไร แต่เราทุกคนก็เห็นหน้าที่ของทหารจากการสู้รบครั้งที่ 1 ทำให้เรารู้ว่าพื้นที่ที่บางส่วนที่อยู่ชายแดนของเรานั้นเป็นอย่างไร เช่น บริเวณพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 จะเป็นภูเขา ในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 จะเป็นพื้นที่ราบและในชายแดนจันทบุรี ตราดจะมีพื้นที่เป็นลำน้ำสลับกับภูเขา ในส่วนการสู้รบในพื้นพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2 นั้น ก็ดำเนินการที่จะผลักดันทหารกัมพูชาที่เข้ามาอยู่อาศัยรวมทั้งประชาชนบางส่วนในแต่ละพื้นที่ซึ่งรวมทั้งหมด 11 จุด
พล.ท.กนก กล่าวอีกว่า แต่ยังมีพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ทับช้อน อาทิ ช่องอานม้า, เนิน 677, เนิน 500, เนิน 350, ปราสาทตาควาย โดยเฉพาะปราสาทตาเมือนธม ที่มีการเผชิญหน้ากันจนเกิดการกระทบกระทั่ง และเกิดเหตุการณ์รบครั้งที่ 2 ซึ่งใช้เวลาในการรบมากกว่ารอบแรก และรบต่อเนื่องหลายในหลายพื้นที่ เราสามารถยึดได้หลายพื้นที่และสามารถผลักดันทหารกัมพูชาออกไปได้
พล.ท.กนก กล่าวอีกว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ของทัพภาคที่ 2 เราได้คุมพื้นที่ส่วนใหญ่ที่อยู่บนภูเขาได้ กัมพูชาลงไปอยู่ในพื้นที่ราบ แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ที่ยังเผชิญหน้ากันอยู่ นี้คือคำตอบที่ชี้บอกได้ว่า กัมพูชากับไทยแต่ยังแต่ยังมีการสู้รบรอบที่ 3 เพราะในบางพื้นที่ยังไม่มีการถอนกำลังออกไป เพราะฉะนั้นหน้าที่ของกองทัพภาคที่ 2 คือพยายามที่จะผลักดันให้กับกัมพูชาออกไป แต่หากไม่มีการผลักดัน ปัญหาเหยียบทุ่นระเบิดทหารไทยขาขาด ปัญหาทหารกัมพูชามาลาดตระเวนยั่วยุเพื่อที่จะยึดพื้นที่เพิ่มขึ้น ก็จะมีการเกิดขึ้นมาอีก
พล.ท.กนก กล่าวอีกว่า แต่จากการสู้รบทั้ง 2 ครั้ง จะเป็นภาพและคำตอบให้ประชาชนได้รับทราบและรับรู้ว่าได้ว่าทหารมีไว้ทำไม แต่ก่อนจะมาถึงจุดนี้ให้ลองมองกลับไปว่าทหารคือใคร ทหารก็คือประชาชนแต่ได้เข้ารับการฝึกทางด้านยุทธวิธีทางด้านการทหารตามลำดับขั้นตามรูปแบแบหน่วย ที่ฝึกหลายด้านผสมผสานเพื่อทำการรบ การรบในพื้นที่แตกต่างกันออกไป จึงต้องใช้ทหารที่ฝึกออกมาในรูปแบบชำนาญการ อยากให้ลองนึกดูว่าทหารที่จะเข้าทำการตีบังเกอร์ของอีกฝ่ายที่เป็นพื้นพื้นที่มั่นนั้น จะต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่งแค่ไหน เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ต้องเสี่ยงชีวิต อีกทั้ง ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นก็จะพยายามที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จคือการผลักดันกัมพูชาออกไปยึดที่หมายให้ได้โดยให้มีการสูญเสียน้อยที่สุด ทั้งหมดนี้จึงย้ำให้เห็นได้ว่า นี้คือหน้าที่ของทหาร
เมื่อถามว่านโยบายพรรคการเมืองใด ที่เหมาะสมกับทางด้านกองทัพในช่วงเวลานี้ พล.กนกกล่าวว่า ทางด้านนักการเมืองอาจจะมีความรู้ความสามารถในด้านอื่น แต่อาจจะไม่มีความรู้ความสามารถทางด้านของกองทัพและทหาร แม้กระทั่งการที่จะเข้าเป็นรัฐบาล ก็ต้องมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงกับการทำงานของกองทัพ บางส่วนเห็นว่ายังทำไม่เต็มที่ เพราะฉะนั้นรัฐบาลที่เข้ามาทำหน้าที่ต้องเข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบันว่ากองทัพต้องการ สิ่งที่กองทัพได้ใช้ไปในการสู้รบ 2 ครั้งรัฐบาลต้องเติมเต็มในการที่จะสู้รบหากเกิดเหตุการณ์รบครั้งที่ 3
พล.ท.กนก กล่าวว่า ในเรื่องของการเติมเต็มในสิ่งที่ใช้ไปนั้น ในการรบเราที่เร่าใช้ก็ส่วนมากคือในด้านของกระสุนซึ่งต้องมีการเติมเต็มเข้ามาทดแทน อีกทั้ง กัมพูชาได้มีการพัฒนาอาวุธขึ้นมาใหม่เพื่อจะต่อสู้ เช่น อาวุธที่จะต่อสู้กับเครื่องบินรบ F-16 ฉะนั้นเราต้องคิดกันต่อว่า เราจะมีอาวุธอะไรไปสู้รบกับเขาอีก ไม่ใช่ที่จะใช้รูปแบบเดิมเพราะฝั่งตรงข้ามก็พัฒนาเช่นกัน หากจะถามว่าหลังจากนี้ไปจนถึงวันที่ 8 ก.พ. 2569 จะมีการสู้รบหรือไม่ ขอตอบว่าปัจจุบันนี้ยังไม่มี แต่จะให้ดูความพร้อมของกัมพูชาว่ากัมพูชามีความพร้อมขนาดไหน ซึ่งต้องเปรียบเทียบจากการสู้รบทั้ง 2 ครั้ง
พล.ท.กนก กล่าวอีกว่า กรณีที่กัมพูชามีการขุดดูเลตที่พื้นที่ตราดนั้น เป็นการขุดคูเลตในรูปแบบซิกแซก โดยเป็นลักษณะการขุดเป็นร่องซึ่งจะทำเป็นคูเลตทางยุทธวิธี สำหรับในส่วนบังเกอร์ของทหารกัมพูชาที่มีภาพออกมานั้น มีลักษณะแผ่นปูนสามเหลี่ยมมีการวางอยู่บริเวณแนวชายแดนตรงข้ามเนิน 350 ซึ่งมีระยะห่างจากชายแดนไทยออกมา 1 กิโลเมตร ซึ่งจากที่เราเห็นว่าเป็นแผ่นปูนก็แสดงให้เห็นว่ามันยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งหากดำเนินการเสร็จแล้วจะต้องมีการนำดินมากลบในพื้นที่เพื่อเป็นที่กำบัง
พล.ท.กนก กล่าวย้ำว่า นี้เป็นสัญญาณว่าทางกัมพูชายังไม่พร้อมที่จะกับไทย และรัฐบาลใหม่หากเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว อยากจะให้มีการทำความเข้าใจกับกองทัพ และสามารถสนับสนุนกองทัพให้มีความพร้อมในการที่จะป้องกันประเทศให้เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการร่วมมือร่วมใจการทำงานเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน และรักษาแผ่นดินให้รุ่นต่อไปได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...