โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เทรนด์ใหม่วัยเกษียณ! ผู้สูงอายุชาวจีนแห่เรียนต่อต่างประเทศ เติมเต็มความฝันให้เป็นจริง

เดลินิวส์

อัพเดต 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 2.28 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เกิดกระแสความต้องการเรียนต่อในต่างประเทศในหมู่ชาวจีนวัยเกษียณจากงาน โดยเป็นการร่ำเรียนเพื่อหาความรู้อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่หลักสูตรที่เป็นแค่

สำนักข่าวจีนรายงานเกี่ยวกับกระแส “เรียนต่อต่างประเทศ” ในกลุ่มชาวจีนที่อยู่ในวัยเกษียณอายุจากงาน เพื่อทำตามความฝันที่อยากจะไปเรียนต่อต่างประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่าน

ชิวเหลียนหรู วัย 66 ปี สมัครเป็นนักศึกษาหลักสูตรระยะสั้นที่ Arts University Bournemouth ในอังกฤษเมื่อปีที่แล้ว เธอไม่ยอมใช้ชีวิตยามเกษียณอายุแบบสบายๆ ตามธรรมเนียมดั้งเดิม แต่กลับเลือกศึกษาต่อทางการออกแบบแฟชั่น, การทำภาพพิมพ์, การผลิตอัญมณี และการถ่ายภาพ รวมถึงใช้ชีวิตแบบนักศึกษาจริงๆ ที่ต้องพักอาศัยในหอพักนักศึกษา

เธอกล่าวว่าสิ่งนี้ช่วยเติมเต็มความรู้สึกภายในใจของเธอ

“ฉันต้องการให้ตัวเองยังคงเปล่งประกายจากภายในสู่ภายนอกหลังจากเกษียณแล้ว” ชิวกล่าว คุณป้าชาวปักกิ่งผู้นี้เคยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยในปี 2521 ซึ่งถือว่าหาได้ยากในตอนนั้น เธอทำงานเป็นวิศวกรการรถไฟและเกษียณอายุในปี 2557

ชิวเริ่มสนใจในการเรียนต่อต่างประเทศเมื่อเธอประสบอุบัติเหตุกระดูกหักในปี 2567 และต้องพักฟื้นอยู่ที่บ้านเป็นเวลาหนึ่งปี เนื่องจากมีอุปสรรคด้านภาษาและปัญหาในการเตรียมเอกสารการสมัคร ชิวจึงเลือกเข้าเรียนหลักสูตรระยะสั้นผ่านการจัดการของสถาบันการศึกษาต่างประเทศแห่งหนึ่ง

จื่อเหวินลี่ ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันดังกล่าว เกษียณอายุงานในปี 2567 เธอเป็นคนก่อตั้งสโมสรที่อุทิศให้นักศึกษาอาวุโสที่ต้องการไปเรียนต่อต่างประเทศ และได้ส่งผู้สูงอายุเกือบ 300 คนไปร่วมหลักสูตรการศึกษาระยะสั้นในต่างประเทศในช่วงปีที่ผ่านมา

หลักสูตรที่ใช้เวลา 2 - 4 สัปดาห์มีค่าใช้จ่ายประมาณ 20,000 - 60,000 หยวน (ราว 90,000 - 270,000 บาท) ราคานี้รวมค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว นอกจากนี้ทางสถาบันยังจัดหาล่ามและผู้ช่วยสอนให้เหล่านักศึกษาสูงวัยด้วย

จื่อเคยจัดไลฟ์สดเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศของผู้สูงอายุ และได้รับข้อความมากกว่า 500 ข้อความจากกลุ่มผู้สูงอายุที่เข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษานานาชาติ

เธอกล่าวว่า ผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณอายุจากงานแล้วมักประสบกับความรู้สึกเคว้งคว้างหลังจากเกษียณ และการถูกประทับตราว่าเป็น "ผู้สูงอายุ" ยังเทียบได้กับการถูกผลักให้เป็นคนชายขอบของสังคม

ชิวยังกล่าวด้วยว่าการเรียนต่อต่างประเทศคือความฝันในวัยเยาว์ของเธอที่ไม่มีโอกาสทำให้เป็นจริงเนื่องจากภาระหน้าที่ด้านการทำงานและครอบครัว

ต่อมา สถาบันการศึกษาต่างประเทศชื่อดังแห่งอื่นๆ ก็เริ่มสังเกตเห็นแนวโน้มนี้ และเริ่มดำเนินโครงการที่เน้นความช่วยเหลือแก่นักศึกษาอาวุโสเช่นกัน

จื่อกล่าวว่า ลูกค้าของเธอมากกว่าร้อยละ 85 เป็นผู้หญิงซึ่งมีแนวโน้มที่จะเสียสละเพื่อครอบครัวมากกว่า และพวกเธอ "แทบจะไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองเลย" โดยลูกค้าส่วนใหญ่มาจากกลุ่มผู้มีรายได้สูง

หลี่เจียเฉิง รองประธานบริหารสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้แห่งมหาวิทยาลัย East China Normal กล่าวว่า ผู้เกษียณอายุรุ่นใหม่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีนในปี 2521 พวกเขาได้รับการศึกษาที่ดีกว่าคนรุ่นก่อนและมีความปรารถนาในชีวิตที่หลากหลายกว่า

หลี่คาดการณ์ว่าการศึกษาระหว่างประเทศสำหรับผู้สูงอายุจะกลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิจผู้สูงอายุของประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีประชากรกลุ่มสูงวัยเติบโตเร็วที่สุดในโลก

ในปี 2568 จีนมีประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปกว่า 320 ล้านคน เพิ่มขึ้น 13 ล้านคนจากปีก่อนหน้า ทั้งนี้ ประชากรสูงวัยของประเทศคิดเป็นร้อยละ 23 ของประชากรทั้งหมด สัดส่วนดังกล่าวคาดว่าจะเกินร้อยละ 30 ภายในปี 2578 และจะขึ้นสู่ระดับสูงสุดในปี 2593 ซึ่งส่งผลกระทบต่อความท้าทายด้านแรงงานหนุ่มสาวที่กำลังหดตัวลงของประเทศ ขณะเดียวกัน ระบบการศึกษาของจีนก็เผชิญกับความท้าทายในการตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัยที่ยังต้องการเรียนรู้หลังเกษียณ

หลี่ กล่าวว่า โรงเรียนผู้สูงอายุอย่างเป็นทางการของเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมักเรียกกันว่า "มหาวิทยาลัยผู้สูงอายุ" นั้น เปิดสอนเพียงหลักสูตรที่เป็น “งานอดิเรก” เท่านั้น และจำเป็นต้องพัฒนาหลักสูตรที่สอนความรู้เชิงลึกและทักษะขั้นสูงมากขึ้น นอกจากนี้ เขายังสังเกตว่า ยังขาดแคลนอาจารย์ประจำในสถาบันเหล่านี้ด้วย

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...