เทรนด์ใหม่วัยเกษียณ! ผู้สูงอายุชาวจีนแห่เรียนต่อต่างประเทศ เติมเต็มความฝันให้เป็นจริง
สำนักข่าวจีนรายงานเกี่ยวกับกระแส “เรียนต่อต่างประเทศ” ในกลุ่มชาวจีนที่อยู่ในวัยเกษียณอายุจากงาน เพื่อทำตามความฝันที่อยากจะไปเรียนต่อต่างประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่าน
ชิวเหลียนหรู วัย 66 ปี สมัครเป็นนักศึกษาหลักสูตรระยะสั้นที่ Arts University Bournemouth ในอังกฤษเมื่อปีที่แล้ว เธอไม่ยอมใช้ชีวิตยามเกษียณอายุแบบสบายๆ ตามธรรมเนียมดั้งเดิม แต่กลับเลือกศึกษาต่อทางการออกแบบแฟชั่น, การทำภาพพิมพ์, การผลิตอัญมณี และการถ่ายภาพ รวมถึงใช้ชีวิตแบบนักศึกษาจริงๆ ที่ต้องพักอาศัยในหอพักนักศึกษา
เธอกล่าวว่าสิ่งนี้ช่วยเติมเต็มความรู้สึกภายในใจของเธอ
“ฉันต้องการให้ตัวเองยังคงเปล่งประกายจากภายในสู่ภายนอกหลังจากเกษียณแล้ว” ชิวกล่าว คุณป้าชาวปักกิ่งผู้นี้เคยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยในปี 2521 ซึ่งถือว่าหาได้ยากในตอนนั้น เธอทำงานเป็นวิศวกรการรถไฟและเกษียณอายุในปี 2557
ชิวเริ่มสนใจในการเรียนต่อต่างประเทศเมื่อเธอประสบอุบัติเหตุกระดูกหักในปี 2567 และต้องพักฟื้นอยู่ที่บ้านเป็นเวลาหนึ่งปี เนื่องจากมีอุปสรรคด้านภาษาและปัญหาในการเตรียมเอกสารการสมัคร ชิวจึงเลือกเข้าเรียนหลักสูตรระยะสั้นผ่านการจัดการของสถาบันการศึกษาต่างประเทศแห่งหนึ่ง
จื่อเหวินลี่ ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันดังกล่าว เกษียณอายุงานในปี 2567 เธอเป็นคนก่อตั้งสโมสรที่อุทิศให้นักศึกษาอาวุโสที่ต้องการไปเรียนต่อต่างประเทศ และได้ส่งผู้สูงอายุเกือบ 300 คนไปร่วมหลักสูตรการศึกษาระยะสั้นในต่างประเทศในช่วงปีที่ผ่านมา
หลักสูตรที่ใช้เวลา 2 - 4 สัปดาห์มีค่าใช้จ่ายประมาณ 20,000 - 60,000 หยวน (ราว 90,000 - 270,000 บาท) ราคานี้รวมค่าตั๋วเครื่องบินแล้ว นอกจากนี้ทางสถาบันยังจัดหาล่ามและผู้ช่วยสอนให้เหล่านักศึกษาสูงวัยด้วย
จื่อเคยจัดไลฟ์สดเกี่ยวกับการเรียนต่อต่างประเทศของผู้สูงอายุ และได้รับข้อความมากกว่า 500 ข้อความจากกลุ่มผู้สูงอายุที่เข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษานานาชาติ
เธอกล่าวว่า ผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณอายุจากงานแล้วมักประสบกับความรู้สึกเคว้งคว้างหลังจากเกษียณ และการถูกประทับตราว่าเป็น "ผู้สูงอายุ" ยังเทียบได้กับการถูกผลักให้เป็นคนชายขอบของสังคม
ชิวยังกล่าวด้วยว่าการเรียนต่อต่างประเทศคือความฝันในวัยเยาว์ของเธอที่ไม่มีโอกาสทำให้เป็นจริงเนื่องจากภาระหน้าที่ด้านการทำงานและครอบครัว
ต่อมา สถาบันการศึกษาต่างประเทศชื่อดังแห่งอื่นๆ ก็เริ่มสังเกตเห็นแนวโน้มนี้ และเริ่มดำเนินโครงการที่เน้นความช่วยเหลือแก่นักศึกษาอาวุโสเช่นกัน
จื่อกล่าวว่า ลูกค้าของเธอมากกว่าร้อยละ 85 เป็นผู้หญิงซึ่งมีแนวโน้มที่จะเสียสละเพื่อครอบครัวมากกว่า และพวกเธอ "แทบจะไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองเลย" โดยลูกค้าส่วนใหญ่มาจากกลุ่มผู้มีรายได้สูง
หลี่เจียเฉิง รองประธานบริหารสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้แห่งมหาวิทยาลัย East China Normal กล่าวว่า ผู้เกษียณอายุรุ่นใหม่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีนในปี 2521 พวกเขาได้รับการศึกษาที่ดีกว่าคนรุ่นก่อนและมีความปรารถนาในชีวิตที่หลากหลายกว่า
หลี่คาดการณ์ว่าการศึกษาระหว่างประเทศสำหรับผู้สูงอายุจะกลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิจผู้สูงอายุของประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีประชากรกลุ่มสูงวัยเติบโตเร็วที่สุดในโลก
ในปี 2568 จีนมีประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปกว่า 320 ล้านคน เพิ่มขึ้น 13 ล้านคนจากปีก่อนหน้า ทั้งนี้ ประชากรสูงวัยของประเทศคิดเป็นร้อยละ 23 ของประชากรทั้งหมด สัดส่วนดังกล่าวคาดว่าจะเกินร้อยละ 30 ภายในปี 2578 และจะขึ้นสู่ระดับสูงสุดในปี 2593 ซึ่งส่งผลกระทบต่อความท้าทายด้านแรงงานหนุ่มสาวที่กำลังหดตัวลงของประเทศ ขณะเดียวกัน ระบบการศึกษาของจีนก็เผชิญกับความท้าทายในการตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัยที่ยังต้องการเรียนรู้หลังเกษียณ
หลี่ กล่าวว่า โรงเรียนผู้สูงอายุอย่างเป็นทางการของเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมักเรียกกันว่า "มหาวิทยาลัยผู้สูงอายุ" นั้น เปิดสอนเพียงหลักสูตรที่เป็น “งานอดิเรก” เท่านั้น และจำเป็นต้องพัฒนาหลักสูตรที่สอนความรู้เชิงลึกและทักษะขั้นสูงมากขึ้น นอกจากนี้ เขายังสังเกตว่า ยังขาดแคลนอาจารย์ประจำในสถาบันเหล่านี้ด้วย
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES