โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สรรพสามิตปักหมุดคาร์บอนแท็กซ์-ดันดิจิทัลบริหารภาษีน้ำมัน ทดลอง 20 มี.ค.นี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พรชัย ฐีระเวช

กรมสรรพสามิต เตรียมยกระบบจัดเก็บภาษีน้ำมันสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ทดลองใช้ 20 มี.ค. 2569 เชื่อมข้อมูลผู้ประกอบการ 18 รายแบบเรียลไทม์ วางฐานรองรับภาษีคาร์บอน-มาตรการ CBAM พร้อมเสริมรายได้รัฐเดือนละเกือบ 3 พันล้านบาท หลังปรับภาษีเพิ่มลิตรละ 1 บาท

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมเตรียมเดินหน้าใช้ระบบดิจิทัลเชื่อมโยงข้อมูลการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แทนระบบเอกสารกระดาษและการทำงานด้วยมือที่ใช้มาในอดีต โดยจะเริ่มทดลองใช้ระบบตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2569 เป็นระยะเวลา 3-4 เดือน ก่อนประเมินผลและปรับปรุง เพื่อให้สามารถใช้งานเต็มรูปแบบได้ในช่วงกลางปี 2569 เป็นต้นไป

โดยปัจจุบันการจัดเก็บภาษีน้ำมันต้องอาศัยเอกสารจำนวนมาก และใช้แรงงานคนทั้งฝั่งผู้ประกอบการโรงอุตสาหกรรมและเจ้าหน้าที่รัฐ การเปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัลจะเชื่อมโยงข้อมูลจากผู้ประกอบการกว่า 18 ราย เข้าสู่กรมสรรพสามิตโดยตรง ทำให้ข้อมูลมีความถูกต้อง ตรวจสอบได้ และเป็นแบบเรียลไทม์

ที่ผ่านมาการใช้เอกสารกระดาษอาจเกิดความคลาดเคลื่อนจากการกรอกข้อมูลหรือความไม่ชัดเจนของตัวเลข ต้องเสียเวลาตรวจสอบซ้ำ แต่เมื่อเป็นระบบดิจิทัล ผู้ประกอบการต้องยืนยัน ข้อมูลตั้งแต่ต้นทาง ช่วยลดข้อผิดพลาดและเพิ่มความแม่นยำในการคำนวณภาษี

สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลไม่ใช่แค่เพิ่มความสะดวก แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการคำนวณและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อกำหนดสัดส่วน ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ในน้ำมันให้แม่นยำและสอดคล้องมาตรฐานสากล โดยเฉพาะรองรับมาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ที่ภาคอุตสาหกรรมต้องเผชิญ

ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักการร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งจะให้อำนาจกรมสรรพสามิตในการจัดเก็บภาษีคาร์บอนในอนาคต หากกฎหมายมีผลบังคับใช้ ฐานข้อมูลดิจิทัลที่จัดทำไว้จะสามารถรองรับการจัดเก็บภาษีคาร์บอนได้ทันที และใช้เป็นแหล่งอ้างอิงในการพัฒนาระบบคาร์บอนเครดิตที่เป็นมาตรฐานสากล

“เราต้องการยกระดับการจัดเก็บข้อมูลให้เป็นดิจิทัลทั้งหมด เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และระบบภาษีที่สอดคล้องกับมาตรฐานโลก” นายพรชัยกล่าว

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมัน นายพรชัยยอมรับว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลกอยู่ในระดับไม่สูงนัก จากภาวะอุปทานล้นตลาด อย่างไรก็ดี ช่วงที่ผ่านมาได้มีการปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมัน 1 บาทต่อลิตร ส่งผลให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นราว 2,700-2,800 ล้านบาทต่อเดือน เสริมฐานะการคลังของกระทรวงการคลัง

ส่วนคำถามเกี่ยวกับการกำหนดอัตราภาษีคาร์บอนในน้ำมันดีเซลและเบนซิน นายพรชัยระบุว่า ต้องรอข้อมูลที่ไหลเข้ามาในระบบดิจิทัลให้ครบถ้วนก่อน แม้กรมจะมีผลการศึกษาเบื้องต้นอยู่แล้ว แต่การกำหนดอัตราภาษีเป็นเรื่องนโยบายที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ โครงสร้างภาษีประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ราคา (Price) ปริมาณ (Quantity) และอัตราภาษี (Tax Rate) โดยในส่วนของระบบใหม่จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในด้านข้อมูลราคาและปริมาณ ขณะที่อัตราภาษียังคงเป็นไปตามนโยบายภาครัฐ และไม่กระทบผู้ใช้รถในขณะนี้

สำหรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์อัตราใหม่ที่มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 นายพรชัยกล่าวว่า ขณะนี้ข้อมูลเริ่มทยอยเข้ามา แต่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อยอดขายหรือการจัดเก็บภาษี อย่างไรก็ดี ต้องติดตามอีก 1-2 เดือน เนื่องจากช่วงเดือนธันวาคมก่อนหน้า มีการเร่งซื้อรถยนต์จำนวนมาก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรรพสามิตปักหมุดคาร์บอนแท็กซ์-ดันดิจิทัลบริหารภาษีน้ำมัน ทดลอง 20 มี.ค.นี้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...