เช็กให้ชัด 4 หลักเกณฑ์ซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุ 40,000 บาท ใครมีสิทธิ์บ้าง
เช็กให้ชัด 4 หลักเกณฑ์ซ่อมแซมบ้าน ผู้สูงอายุ 40,000 บาท ใครมีสิทธิ์บ้าง ผู้สูงอายุจำนวนมากอาศัยอยู่ในบ้านที่สภาพไม่เหมาะสม เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและกระทบคุณภาพชีวิต รัฐจึงมีโครงการช่วยเหลือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและเหมาะสมมากขึ้น โดยสนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมบ้าน ไม่เกินหลังละ 40,000 บาท บทความนี้สรุป 4 หลักเกณฑ์สำคัญที่ควรรู้ ก่อนยื่นขอรับความช่วยเหลือ
หลักเกณฑ์ที่ 1 ต้องเป็นผู้สูงอายุที่เข้าเงื่อนไข
มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
เป็นผู้มีรายได้น้อย หรืออยู่ในภาวะยากลำบาก
ไม่มีศักยภาพในการซ่อมแซมบ้านด้วยตนเอง
อาจเป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพัง หรืออยู่กับครอบครัวที่ขาดแคลน
หลักเกณฑ์ที่ 2 สภาพบ้านต้องเข้าข่ายได้รับการซ่อมแซม
บ้านมีสภาพชำรุด ทรุดโทรม
เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น พื้นลื่น บันไดชำรุด หลังคารั่ว
ไม่มีความปลอดภัยในการอยู่อาศัย
ต้องเป็นบ้านที่ใช้อยู่อาศัยจริง ไม่ใช่บ้านร้างหรือบ้านเช่าเชิงพาณิชย์
หลักเกณฑ์ที่ 3 ลักษณะการซ่อมแซมที่ขอรับการช่วยเหลือได้
ปรับปรุงห้องน้ำ ห้องส้วม ให้เหมาะกับผู้สูงอายุ
ซ่อมแซมพื้น ทางลาด ราวจับ
ซ่อมหลังคา ผนัง ประตู หน้าต่าง เพื่อความปลอดภัย
ปรับสภาพบ้านให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
วงเงินช่วยเหลือไม่เกิน 40,000 บาทต่อหลัง
หลักเกณฑ์ที่ 4 ต้องผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานในพื้นที่
ยื่นเรื่องผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพบ้านจริง
พิจารณาความจำเป็นและความเหมาะสมในการช่วยเหลือ
ดำเนินการซ่อมแซมตามขั้นตอนที่กำหนด
โครงการซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุวงเงินไม่เกิน 40,000 บาท เป็นความช่วยเหลือสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเสี่ยง และสร้างความปลอดภัยให้ผู้สูงอายุและครอบครัว หากเข้าเกณฑ์ควรรีบติดต่อหน่วยงานในพื้นที่เพื่อขอรับสิทธิ์โดยเร็ว
ผู้สูงอายุสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทุกจังหวัด หรือ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ยังสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน พม. โทร. 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่มาอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ระเบียบและแนวทางการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ
ข้อมูลจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานด้านสวัสดิการสังคม