โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อภิสิทธิ์ ลุยหาเสียง กทม. ชูธงการเมืองสุจริต-ปราบทุนเทาพร้อมแนะใช้ ‘การทูตเชิงรุก’ สยบศึกชายแดน

ไทยโพสต์

อัพเดต 18 มกราคม 2569 เวลา 19.23 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"อภิสิทธิ์" ลงพื้นที่พบปะประชาชนท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น ย้ำจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่ ต้องเป็นรัฐบาลที่ซื่อสัตย์ ไร้การครอบงำ ชูนโยบายปราบทุนเทาเป็นวาระหลัก พร้อมแนะรัฐบาลเร่งใช้เวทีโลกกดดันกัมพูชาหยุดเติมกำลังทหาร เพื่อความสงบสุขของประชาชนตามแนวชายแดน

18 ม.ค. 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่ กทม. ได้ลงพื้นที่ สวนหลวง ร.9 พร้อมกับผู้สมัคร กทม. 3 เขต ตั้งแต่ เวลา 06.30 - 09.00 น. พร้อมกับผู้สมัคร สส.กทม. 3 เขต ประกอบด้วย ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 21 เบอร์ 14 ดร.กิตพล เชิดชูกิจกุล ครอบคลุมพื้นที่ เขตประเวศ (ยกเว้นแขวงหนองบอน) เขตสะพานสูง (เฉพาะแขวงทับช้าง) ผู้สมัครเบอร์ 14 ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 22 เบอร์ 5 นายปรินต์ ทองปุสสะ ครอบคลุมพื้นที่เขตสวนหลวง เขตประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน) และผู้สมัคร สส.กทม. เขต 23 เบอร์ 17 น.ส.วีร์ ศรีวราธนบูลย์ครอบคลุมพื้นที่ เขตพระโขนง เขตบางนา

โดยพบปะประชาชนและร่วมกิจกรรมออกกำลังกาย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง มีประชาชนและนักวิ่งเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก ซึ่งนายอภิสิทธิ์ระบุว่า ตนได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนที่อยากให้พรรคเข้ามาเป็น "ที่พึ่งและความหวัง" โดยเฉพาะในประเด็นการปราบปรามกลุ่มทุนสีเทา

ลั่น! รัฐบาลประชาธิปัตย์ต้อง "โปร่งใส-ไม่แตกแยก"

นายอภิสิทธิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลว่า หากประชาชนมอบความไว้วางใจให้พรรคประชาธิปัตย์ เงื่อนไขสำคัญที่สุดในการเข้าร่วมรัฐบาลคือ "ความซื่อสัตย์สุจริต" โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลต้องยึดหลักการปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ต้องทำงานอย่างเป็นอิสระไม่ยอมให้ใครมาครอบงำ และที่สำคัญที่สุดคือต้องเป็นรัฐบาลที่สร้างความสมานฉันท์ ไม่สร้างความแตกแยกในสังคม

ชูทางออกชายแดน ใช้ "การทูตเชิงรุก" สร้างแนวร่วมสากล

ต่อข้อซักถามถึงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีรายงานการเพิ่มกำลังทหาร นายอภิสิทธิ์ได้เสนอทางออกเชิงบวกโดยเน้นการใช้ "การทูตเชิงรุก" เป็นหัวใจสำคัญ

"เราต้องทำให้โลกเห็นว่าเราไม่มีเจตนารุกราน แต่เราต้องการความสงบ รัฐบาลควรใช้เวทีระหว่างประเทศกดดันให้กัมพูชาหยุดเติมกำลังทหารและอาวุธหนัก เพราะการกระทำดังกล่าวจะทำให้ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางอยู่แล้วถูกละเมิดได้" นายอภิสิทธิ์กล่าว

พร้อมหนุนกองทัพปกป้องอธิปไตย

ในส่วนของการเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดการปะทะ นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่าการป้องกันตนเองเป็นหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้ว โดยตนพร้อมสนับสนุนการเพิ่มศักยภาพของกองทัพอย่างเต็มที่ เพื่อให้มั่นใจว่าอธิปไตยของชาติจะได้รับการปกป้อง อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสูงสุดคือการทำให้สถานการณ์สงบลงในระยะยาว เพื่อให้พี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนที่เพิ่งได้กลับเข้าบ้านสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขและมั่นคง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...