โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘กกต.’ แจงไม่ฟ้องประชาชน-สื่อ ดำเนินคดี 6 คน เป็นภัยต่อความมั่นคงประเทศ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจง กรณีมีการนำเสนอข่าวว่า การที่ กกต.แจ้งความกองบังคับการปราบปราม เป็นการฟ้องประชาชนถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง หรือ กกต. คุกคามสื่อนั้นไม่เป็นความจริง

ทั้งนี้ สำหรับบุคคลหรือสื่อมวลชน ที่ดำเนินการตั้งกล้องวีดิโอหรือถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ดำเนินการขานคะแนน หรือนับคะแนน พร้อมทั้งแสดงภาพบัตรเลือกตั้งที่วินิจฉัยแล้วให้ประชาชนทราบสามารถกระทำได้ หรือการถ่ายวีดีโอหรือถ่ายภาพบรรยากาศของประชาชนมาใช้สิทธิลงคะแนนสามารถกระทำได้และไม่มีความผิดตามกฎหมาย แต่ต้องไม่กระทบ

1.สิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

2.ไม่กระทบหรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กปน.

3.กกต.มีหน้าที่ในการดูแลกระบวนการและผลการเลือกตั้ง ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบการเลือกตั้งได้ทุกขั้นตอน ดังที่ปรากฏในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 หรือ การลงคะแนนใหม่ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 69 แต่หากการตรวจสอบ (การใช้สิทธิเสรีภาพ) ไปละเมิด 3 ข้อข้างต้น กกต.ก็ต้องดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ ไม่อาจละเว้นได้เป็นการดำเนินการแจ้งความกับบุคคลที่ร่วม และแบ่งงานกันทำเป็นขบวนการ

กกต.ไม่ได้ดำเนินการกับผู้ประกอบอาชีพใดอาชีพหนึ่ง และดำเนินการแจ้งความไปตามข้อเท็จจริง ซึ่งเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 69 มีสื่อมวลชน และประชาชน กว่า 100 คน เข้าร่วมสังเกตการณ์ จะเห็นได้ว่า กกต.ไม่ได้ดำเนินการร้องทุกข์แต่อย่างใด และได้ตระหนักถึงเสรีภาพของสื่อมวลชนในการแสวงหาข้อเท็จจริง และการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ

โดย กกต. ได้แจ้งความดำเนินคดีกล่าวหา กลุ่มบุคคลที่กระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย ดังนี้ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ปรากฏว่ามีการกระทำของกลุ่มบุคคล / หรือความผิด เฉพาะบุคคลที่ตั้งกล้องวีดิโอตั้งแต่เช้า ถ่ายภาพประชาชนที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งการลงคะแนน และต่อเนื่องไปจนถึงการนับคะแนน และมีการกระทำซึ่งหน้าบริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้ง ที่มีกลุ่มบุคคลพยายามถอดรหัสให้ได้ว่า บัตรลงคะแนนที่ถ่ายภาพและบันทึกภาพไว้ เป็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนใดที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งการลงคะแนนตามกฎหมายต้องเป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับ

แต่กลุ่มบุคคลนี้ มีความพยายามที่จะเปิดเผย หรืออาจถูกเปิดเผยที่จะดำเนินการ โดยอ้างว่า มาทำการพิสูจน์อะไรบางอย่าง เพราะข้อมูลการลงคะแนนในครั้งนี้จะต้องนำผลการลงคะแนนไปใช้จริง เป็นการกระทำที่เซาะกร่อนบ่อนทำลายการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ รวมถึงภารกิจของ กกต. ที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายให้ขาดความน่าเชื่อถือ ด้วยวิธีการที่มิอาจถือว่า เป็นการดำเนินการโดยสุจริตได้

ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กกต. ได้แจ้งความดำเนินคดีกล่าวหากลุ่มบุคคล ดังนี้

1.กลุ่มบุคคลที่ขัดขวางการดำเนินงานของ กกต. เพราะผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางรายไม่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง เนื่องจากทราบว่า จะมีการติดตั้งกล้องเพื่อสังเกตการณ์ในเรื่องนี้ และบางคนที่มาใช้สิทธิ เลือกตั้งพอมาถึงหน้าหน่วยเลือกตั้งเห็นกล้องในลักษณะถ่ายวิดิโอตั้งอยู่ จึงตัดสินใจไม่ใช้สิทธิเลือกตั้ง และมีการนำเสนอข่าวว่า จะนำภาพของประชาชนที่ถ่ายไว้ไปเข้าขบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อสามารถระบุตัวตนจากภาพถ่ายได้ โดยมีเป้าหมายคือ ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันดังกล่าว

2.การกระทำที่จะอ่านบาร์โคดบนบัตรเลือกตั้ง เพื่อไปถึงข้อมูลว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เลือกใคร เป็นการกระทำที่ทุจริตตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ กกต. จึงมีอำนาจและหน้าที่ที่จะดำเนินการตามกฎหมาย

3.การอ้างว่า กกต. เอาผิดหรือฟ้องประชาชนไม่เป็นความจริง ในอดีต กกต. ไม่เคยดำเนินคดีกับบุคคลใดๆ มีเพียงการดำเนินคดีเป็นรายแรก ที่จังหวัดชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 โดยผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 เท่านั้น เนื่องจากเป็นการกระทำของบุคคล กระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยมีเจตนาไม่สุจริต ไม่ใช่การดำเนินการในฐานะประชาชนทั่วไป4.กรณีมีชื่อบุคคลตามที่ กกต. ยื่นแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะเป็นกลุ่มคนที่ปรากฏตัวในที่เกิดเหตุ มีหลักฐานการนำเสนอข้อมูลร่วมกัน มีรูปถ่าย และมีหลักฐานอื่น ๆ ชี้ให้เห็นว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว

5.กรณีมีชื่อบุคคลตามที่ กกต. ยื่นแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากบุคคลดังกล่าว มีการนัดหมายกับกลุ่มขบวนการที่จะเปิดเผยสิ่งที่ได้ทำในเวทีสาธารณะ แต่ไม่ได้ปรากฏตัวในที่เกิดเหตุนั้น พฤติการณ์ชี้ให้เห็นว่ามีส่วนร่วมในขบวนการเช่นกัน

6.มีการลงในสื่อโซเชียลมีเดียตลอด ทั้งจากบุคคลในกลุ่มขบวนการ ที่ประมวลเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง เพื่อให้การลงคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ แต่ใช้วิธีการไม่สุจริต และมีขบวนการปั่นกระแสในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้เกิดความไม่เรียบร้อย อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศได้

อย่างไรก็ตาม กกต. ย้ำว่า การจัดการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ยึดมั่นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 85 อย่างเคร่งครัด เป็นการออกเสียงต้องโดยตรงและลับ กำกับทุกขั้นตอนให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยุติธรรมต่อทุกฝ่าย โดยไม่มีข้อยกเว้นและไม่มี 2 มาตรฐาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...