โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Design Up+Rising: บวกพลังสร้างสรรค์สู่อนาคต เปิดเบื้องหลังแนวคิดกว่าจะเป็น Bangkok Design Week 2025

นิตยสารคิด

อัพเดต 24 มี.ค. 2568 เวลา 21.32 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 21.32 น.
bkkdw-2025-design-up-rising-talk-cover

Bangkok Design Week 2025 ไม่ใช่แค่เทศกาลงานออกแบบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปีในประเทศไทยและอาจกล่าวได้ว่าเทศกาลฯ ได้เติบโตจนเป็นที่รู้จีกในระกับภูมิภาคไปแล้ว แต่ยังเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนพลังสร้างสรรค์ของนักออกแบบ ผู้ประกอบการ และประชาชนที่ร่วมกันขับเคลื่อนเมืองผ่านแนวคิดใหม่ ๆ ในทุกมิติ…เป็นเวลากว่าหลายเดือนที่ทีมผู้จัดงาน นักออกแบบ และภาคีเครือข่ายต้องร่วมกันวางแผน วิจัย และทดลอง เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่ไม่เพียงกระตุ้นจินตนาการ แต่ยังสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมให้กับกรุงเทพฯ ได้อย่างแท้จริง

เบื้องหลังของเทศกาลในปีนี้จึงประกอบไปด้วยความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน ตั้งแต่หน่วยงานรัฐ ผู้ประกอบการ ไปจนถึงชุมชนสร้างสรรค์ ที่ร่วมกันกำหนดทิศทางของเมืองผ่านงานออกแบบ ทั้งยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการพัฒนาเนื้อหาให้เชื่อมโยงกับเทรนด์ระดับโลก ขณะเดียวกันก็ยังต้องคำนึงถึงบริบทและอัตลักษณ์ของกรุงเทพฯ เพื่อให้เทศกาลนี้ เป็นมากกว่างานแสดง แต่เป็นเสมือน "ห้องทดลอง" ที่ผลักดันความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้กับเมือง

Bangkok Design Week 2025 จึงเป็นผลลัพธ์ของกระบวนการทำงานร่วมกันที่ยาวนานและซับซ้อน เพื่อหวังว่าผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสไม่เพียงแค่ผลงานออกแบบที่ล้ำสมัย แต่ยังได้เข้าใจถึงแรงผลักดันและเบื้องหลังของการสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้น เพื่อร่วมกันจุดประกายความเปลี่ยนแปลงให้กับเมืองของเรา โดย “คิด” ได้รับหน้าที่รวบรวมที่มาที่ไปและแนวคิดของ 10 ผลงานชิ้นเด่นที่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในมิติต่าง ๆ มาบอกเล่าเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่กัน

คุณกมลวรรณ ชัยสกุลสุรินทร์ และ Mr. Marco De Carolis

1. 500 Cubic Meters of Wind: The Art and Power of Design – Hatari x Habits Studio
Mr. Marco De Carolis
Bangkok Studio Design Director South Easth Asia Partner, Hatari
Habits Design Studio สตูดิโอออกแบบจากอิตาลีที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้กับอุตสาหกรรมต่าง ๆ หนึ่งในงานสำคัญคือความร่วมมือกับ Hatari เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านแบรนด์ผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยมีแนวคิดหลักคือการใช้การออกแบบเป็นเครื่องมือในการรีแบรนด์บริษัทใหม่ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ปรับปรุงและออกแบบใหม่

สำหรับการจัดแสดงในปีนี้เราเน้นไปที่ประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ซึ่งเป็นการนำเสนอที่แตกต่างจากเดิม เราต้องการให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสถึงพลังของลม ผ่านประสบการณ์ที่ไม่ใช่แค่การมองเห็นเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความรู้สึกของการไหลเวียนของอากาศ กลิ่น และสัมผัสที่เกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ เป้าหมายของเราในการร่วมมือกับ Hatari คือการสร้าง "Design Language" ที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างอัตลักษณ์ที่ชัดเจนขึ้นผ่านผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบใหม่ ซึ่งเมื่อผู้บริโภคเห็นผลิตภัณฑ์ พวกเขาจะสามารถจดจำได้ทันทีว่าเป็นของ Hatari โดยไม่ต้องเห็นโลโก้เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในอุตสาหกรรมของพวกเขา

การออกแบบไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของรูปลักษณ์ แต่เป็น เครื่องมือที่ช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์

คุณกมลวรรณ ชัยสกุลสุรินทร์ นักออกแบบอุตสาหกรรมของ Hatari กล่าวว่า เป้าหมายหลักของการออกแบบผลิตภัณฑ์ คือ การสะท้อน DNA ของแบรนด์ผ่านตัวผลิตภัณฑ์เอง โดยที่ผู้บริโภคสามารถจดจำแบรนด์ได้โดยไม่จำเป็นต้องเห็นโลโก้ แนวคิดนี้สามารถทำได้ผ่านการออกแบบตั้งแต่รูปลักษณ์ ฟอร์มของผลิตภัณฑ์ รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงวัสดุ สี และพื้นผิวของผลิตภัณฑ์ หรือที่เรียกว่า CMF (Color, Material, Finish)

และหนึ่งในแนวคิดหลักที่นำมาใช้ คือ "Joyful Engineering" หรือการผสานฟังก์ชันกับดีไซน์ที่สร้างความรู้สึกดีให้กับผู้ใช้ โดยแรงบันดาลใจของการออกแบบ Hatari คือ สายลมที่พัดผ่านภูเขาทราย ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของภูมิประเทศไปตามแรงลม แนวคิดนี้ถูกนำมาใช้ในการออกแบบฟอร์มของผลิตภัณฑ์ให้มีความโค้งมนและกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมภายในบ้านมากขึ้น และช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีความร่วมสมัย เหมาะกับกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่

การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีอัตลักษณ์ที่แข็งแกร่งไม่ใช่เพียงการออกแบบแค่ครั้งเดียวแล้วจบ แต่ต้องอาศัย ความสม่ำเสมอและความใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบต้นแบบไปจนถึงกระบวนการผลิต เพื่อให้ทุกองค์ประกอบสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว และสะท้อนตัวตนของแบรนด์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

คุณศริเดช บุนนาค Senior Project Leader, MVRDV Architects

2. Plastic Wonder
คุณศริเดช บุนนาค
Senior Project Leader, MVRDV Architects
MVRDV บริษัทสถาปนิกจากเนเธอร์แลนด์ที่ให้ความสำคัญกับแนวคิดด้าน Social Value และการออกแบบเพื่อโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป หนึ่งในเป้าหมายหลักคือการออกแบบที่ช่วยให้เมืองเติบโตอย่างยั่งยืน โดยไม่เพียงแต่สร้างสรรค์สถาปัตยกรรมที่สวยงาม แต่ยังช่วยให้เกิดการใช้พื้นที่ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแนวคิดนี้เป็นสิ่งที่ MVRDV พยายามผลักดันเพื่อสร้าง "เมืองที่มีชีวิต" ให้กับทุกคน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทรนด์ที่กำลังมาแรงในวงการสถาปัตยกรรม คือ Renovation หรือการปรับปรุงอาคารเก่าแทนที่จะรื้อทิ้งและสร้างใหม่ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดขยะจากการก่อสร้างแล้ว ยังเป็นแนวทางที่ Sustainable กว่า และพลาสติกก็เป็นปัญหาที่ทุกคนรู้กันดีว่าเราใช้มันเพียงไม่กี่นาที แล้วก็ทิ้งไปโดยไม่คิดถึงผลกระทบของมัน

จึงเกิดเป็นโครงการ Mega Mat เป็นโปรเจกต์ที่ MVRDV ร่วมมือกับ สถานทูตเนเธอร์แลนด์ PTT GC และ CEA เพื่อสร้างพื้นที่สาธารณะที่นำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากพรมดอกไม้ขนาดใหญ่ใน Brussels, Belgium ซึ่งถูกใช้เป็นพื้นที่พบปะของผู้คน แต่สำหรับประเทศไทย "เสื่อ" เป็นสิ่งที่สื่อถึงความเป็นไทยและเข้ากับวัฒนธรรมของเราได้ดีกว่า จึงเลือกใช้ เสื่อที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล มาเป็นองค์ประกอบหลักของโปรเจกต์นี้ โดยนำแนวคิดจาก GC ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลพลาสติก มาพัฒนาเสื่อที่สามารถนำกลับมาใช้งานได้หลายรูปแบบ โดยหลังจากจบงาน เสื่อพลาสติกเหล่านี้จะถูกนำไป Upcycle เป็นของขวัญหรือของบริจาค เพื่อให้เกิดการใช้ซ้ำอย่างคุ้มค่าที่สุด

พลาสติกไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือเราใช้มันอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและแนวคิดของเราในการใช้พลาสติก และทำให้มันกลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า แทนที่จะเป็นเพียงขยะที่ไร้ประโยชน์

คุณชำนาญวิทย์ คำนวณศักดิ์ ผู้จัดการโครงการนักพัฒนากลยุทธ์และสร้างเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนย่าน Urban Ally (ศูนย์มิตรเมือง)

3. Made in Phranakorn
คุณชำนาญวิทย์ คำนวณศักดิ์
ผู้จัดการโครงการนักพัฒนากลยุทธ์และสร้างเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนย่าน Urban Ally (ศูนย์มิตรเมือง)
คุณชำนาญวิทย์ คำนวณศักดิ์ ผู้จัดการโครงการนักพัฒนากลยุทธ์และสร้างเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนย่าน Urban Ally (ศูนย์มิตรเมือง) กล่าวว่า “ผมเป็นเครือข่ายที่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาเมือง และปีนี้เรากำลังทำโปรเจกต์ที่มีชื่อว่า “Made in Phranakorn” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจาก CEA (Creative Economy Agency) ที่เคยจัดขึ้นมาแล้วในหลายพื้นที่ เช่น สงขลา, เจริญกรุง และช้างม่อย เชียงใหม่ แต่ในปีนี้เราเลือกที่จะมาทำที่ ย่านพระนคร เพราะเราเองก็ทำงานกับพื้นที่นี้มาโดยตลอด”

ซึ่งโครงการ Made in Phranakorn เป็นความพยายามในการนำเอาธุรกิจเก่าแก่และภูมิปัญญาดั้งเดิมของย่านพระนคร มาพบกับแนวคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเรามองหาร้านค้าและธุรกิจเก่าที่มีทักษะเฉพาะตัว มีประวัติยาวนาน และมีคุณค่าทางวัฒนธรรม แต่ในขณะเดียวกันอาจไม่สามารถตามทันความเปลี่ยนแปลงของตลาดและผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้

โดยสิ่งที่เราทำคือการเป็น “ตัวกลาง” ในการนำเอาธุรกิจเหล่านี้มาเจอกับดีไซเนอร์และนักคิดรุ่นใหม่ ให้เกิดการร่วมมือกันเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ ที่ยังคงรักษารากเหง้าของธุรกิจเดิม แต่สามารถนำเสนอได้ในรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น เพื่อให้ธุรกิจเหล่านี้ “ขายได้ อยู่รอด และเติบโตได้จริง”

เป้าหมายของเราคือการเชื่อมต่อคนสองรุ่น ธุรกิจเก่าแก่มีประสบการณ์ ส่วนคนรุ่นใหม่มีไอเดีย เมื่อทั้งสองมาเจอกัน ของใหม่ที่มีรากฐานจึงเกิดขึ้น

คุณศิริวรรณ วัฒนจินดาวงศ์ และ คุณวัชรวิทย์ จรรยากูล Designer JHANYAR

4. ปรุงรสเส้นทางสายสตรีทฟู้ดด้วยการออกแบบ
คุณวัชรวิทย์ จรรยากูล และ คุณศิริวรรณ วัฒนจินดาวงศ์
Designer JHANYAR
การออกแบบสามารถเข้าไปมีบทบาทในโลกของสตรีทฟู้ดได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแก่นแท้ของมัน แต่สามารถช่วยเสริมให้มีความกลมกลืนและใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งแนวคิดหลักของโครงการนี้คือการ "ปรุงแต่ง" โดยไม่แตะต้องของเดิมที่มีอยู่

โดยย่านเยาวราชเป็นย่านที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ แต่เต็มไปด้วยร้านสตรีทฟู้ดที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ดังนั้นการออกแบบที่เหมาะสมจะต้องสามารถเข้าไปเสริมโดยไม่รบกวนบรรยากาศแบบดั้งเดิม ซึ่งหนึ่งในหลักการสำคัญของโครงการนี้คือการเคารพพฤติกรรมและวิถีชีวิตเดิมของผู้ประกอบการ พร้อมกับนำไอเดียใหม่มาผสมผสานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นำไปสู่แนวคิดการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถรวมฟังก์ชันการใช้งานเข้าด้วยกัน เพื่อลดการใช้พื้นที่โดยไม่กระทบต่อประสบการณ์การรับประทานอาหาร จากการทดลองใช้งานจริงในหลาย ๆ ร้านค้าที่ย่านเยาวราชและมีบริการส่งถึงบ้าน พบว่ามีจุดที่ต้องปรับปรุง เช่น โครงสร้างที่ทำให้พับเก็บได้ยาก หรือการออกแบบที่ยังไม่สะดวกต่อผู้ค้าซึ่งการได้รับความคิดเห็นเหล่านี้จากผู้ใช้จริง ทำให้ทีมดีไซน์สามารถปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น

เราไม่ได้ดีไซน์อะไรใหม่ เราเคารพวิถีชีวิต เคารพกิจกรรม เคารพพฤติกรรมที่มีอยู่แล้วในสตรีทฟู้ด แล้วแค่เพิ่มดีไซน์เข้าไป

คุณจิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์ บรรณาธิการบริหาร Capital, คุณภควัต วงศ์ไทย นักพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจและนวัตกรรมอาวุโส สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) และ คุณวีรพล วงศ์เทวัญ Founder and Creative Director of LUKYANG

5. Creative House by CEA : Creative x Business
คุณภควัต วงศ์ไทย นักพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจและนวัตกรรมอาวุโส สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA)
โครงการ Creative House by CEA เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่ช่วยผลักดันผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ไทยให้ก้าวสู่ตลาดสากล โดยเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้าน soft power ที่รัฐบาลให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น Creative House จึงเปรียบเสมือนแบรนด์ย่อยของ CEA ที่ใช้เป็นชื่อหลักในทุก ๆ กิจกรรมที่จัดขึ้นในต่างประเทศ โดยเมื่อมีการนำผู้ประกอบการ นักออกแบบ และนักสร้างสรรค์ไปจัดแสดงนิทรรศการ ขายสินค้า หรือทำการแสดงในต่างแดน พวกเขาจะอยู่ภายใต้ชื่อ Creative House by CEA

การสร้าง Soft Power ต้องเริ่มจากการทำให้โลกมองเห็น Creative House ก่อน เราจึงจะให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทุกโอกาสทางธุรกิจ หากสินค้าไทยต้องการสร้างอิทธิพลในตลาดสากลเพียงแค่ไปเข้าร่วมงานในฐานะรายบุคคลอาจไม่เพียงพอ แต่หากผู้ประกอบการสามารถไปรวมกันเป็นกลุ่มและสร้างเรื่องราวที่เชื่อมโยงกัน ก็จะสามารถสร้างการมองเห็นและความน่าสนใจได้มากขึ้น

การจัด Creative House ในงานนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยได้พบกับพันธมิตรทางธุรกิจจากนานาชาติ และเปิดโอกาสให้สินค้าสร้างสรรค์ไทยเข้าสู่เวทีระดับโลก ดังนั้น Theme หลักของโครงการในปีนี้คือ Creative x Business ที่เน้นย้ำว่าความคิดสร้างสรรค์อย่างเดียวไม่พอ ต้องมาพร้อมกับแนวคิดทางธุรกิจ ซึ่งนักออกแบบต้องคิดถึง รายได้ที่ยั่งยืน และการทำให้ความคิดสร้างสรรค์สามารถแปรเปลี่ยนเป็นโอกาสทางธุรกิจได้จริง

Creative X Business ไม่ใช่แค่คอนเซ็ปต์ แต่คือแนวคิดที่ทำให้ความคิดสร้างสรรค์กลายเป็นรายได้ที่ยั่งยืน

คุณจิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์ บรรณาธิการบริหาร Capital

5. คุณจิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์
บรรณาธิการบริหาร Capital
"ธุรกิจไม่ใช่เรื่องของนักธุรกิจเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของทุกคน" ทุกคนล้วนมีบทบาทในโลกของธุรกิจไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบ ศิลปิน ดีไซเนอร์ หรือแม้กระทั่งพนักงานบริษัททั่วไปที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ธุรกิจไม่ได้หมายถึงเพียงการสร้างกำไร แต่คือการทำให้ความคิดสร้างสรรค์สามารถอยู่รอดได้ในระยะยาว หนึ่งในปัญหาสำคัญของวงการสร้างสรรค์ คือ การที่สื่อธุรกิจมักให้พื้นที่กับธุรกิจขนาดใหญ่ ในขณะที่นักสร้างสรรค์และผู้ประกอบการขนาดเล็กอาจไม่มีโอกาสได้รับการพูดถึงเท่าที่ควร

อีกมุมหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือ "ผู้สนับสนุนงานสร้างสรรค์" หากไม่มีคนที่ให้คุณค่าและสนับสนุนผลงาน ธุรกิจสร้างสรรค์ก็ไม่สามารถอยู่รอดได้เช่นกัน Capital และ CEA จึงไม่เพียงแค่ต้องการสร้างพื้นที่สำหรับซื้อขายแต่ต้องการสร้างจุดเชื่อมต่อที่ทำให้คนทำงานสร้างสรรค์สามารถเติบโตได้ในโลกธุรกิจรวมถึงทำให้ธุรกิจสามารถใช้พลังของความคิดสร้างสรรค์เพื่อขับเคลื่อนตัวเองไปข้างหน้าได้เช่นกัน

ธุรกิจที่แข็งแรงและยั่งยืนไม่ได้เติบโตเพียงลำพัง แต่มันเกิดจากเครือข่าย กัลยาณมิตร และโอกาสที่ส่งต่อกัน

คุณวีรพล วงศ์เทวัญ Founder and Creative Director of LUKYANG

6. คุณวีรพล วงศ์เทวัญ
Founder and Creative Director of LUKYANG
แบรนด์ LUKYANG เป็นธุรกิจที่มุ่งเน้นด้านความยั่งยืน ผ่านการทดลองวัสดุจากธรรมชาติ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยส่งเสริมแนวคิด Sustainability ไม่ใช่แค่ในตัวผลิตภัณฑ์ แต่รวมถึงแนวทางในการขับเคลื่อนความยั่งยืนในรูปแบบอื่น ๆ ด้วย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเราได้เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วม Bangkok Design Week ทุกปี ซึ่งปี 2023 เรามีโครงการ Waste โภชนา ที่นำขยะจากบรรจุภัณฑ์อาหารและวัสดุรีไซเคิลมาสร้างเป็นงานศิลปะ โดยร่วมมือกับร้านอาหารในกรุงเทพ ฯ และนำเสนอผ่านนิทรรศการที่ TCDC เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของขยะที่ถูกแปรรูปเป็นสิ่งใหม่

สำหรับปี 2025 โครงการ Waste โภชนา ถูกนำกลับมาพัฒนาใหม่หลังจากได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมนิทรรศการ และจากกระแสตอบรับที่ดีของผู้ชม ทำให้นำไปสู่การพัฒนาโปรเจกต์ใหม่ที่มีชื่อว่า “Well โภชนา” เป็นโปรเจกต์ที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้กับแบรนด์อาหาร โดยมีเป้าหมายหลักสองประการ หนึ่งคือการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีความยั่งยืน และสองคือการเป็นตัวกลางระหว่างผู้ประกอบการ และ ซัพพลายเออร์วัสดุ ซึ่งมีความแตกต่างของงบประมาณและคุณค่าที่ไม่สามารถปรับเข้าหากันได้โดยง่าย

แพ็กเกจจิ้งที่ดีต้องไม่ใช่แค่ห่อหุ้มของ แต่ต้องบอกเล่าเรื่องราว ให้ข้อมูล และสร้างประสบการณ์ที่ทำให้คนอยากดูแลมันมากกว่าทิ้ง

คุณเจนณรงค์ ทาคูมิ ซาก้า Deputy Managing Director at Plan Associates & Project Director of Bangpho Creative Makers District

6. Bangpho Creative Commons
คุณเจนณรงค์ ทาคูมิ ซาก้า
Deputy Managing Director at Plan Associates & Project Director of Bangpho Creative Makers District
บางโพเป็นย่านที่เคยถูกลืมและแทบไม่ถูกนับรวมอยู่ในแผนที่ของความคิดสร้างสรรค์ในกรุงเทพฯ แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ย่านบางโพเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก จากพื้นที่ที่เคยเป็นแค่ "ถนนสายไม้" ได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของงานออกแบบ งานฝีมือ และความคิดสร้างสรรค์ การจะทำให้บางโพเป็นที่รู้จักได้คือการทำงานร่วมกัน (Collaboration) เราเชื่อว่าการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์สามารถเป็นตัวพลิกโฉมย่านบางโพได้ แต่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีนักออกแบบเข้ามามีส่วนร่วม

ปี 2025 เราตระหนักว่าบางโพต้องเติบโตไปไกลกว่านั้น ซึ่งการพัฒนาจึงไม่สามารถยึดติดกับถนนสายไม้เพียงอย่างเดียวได้ เราจึงเปิดตัวแนวคิด Bangpho Creative Commons ซึ่งเป็นพื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ที่ดึงดูดผู้ประกอบการ นักออกแบบ และนักกิจกรรม ให้เข้ามามีส่วนร่วม ขยายเครือข่ายให้กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ทุกมหาวิทยาลัยที่มีคณะสถาปัตยกรรมหรือออกแบบ เริ่มให้ความสนใจกับบางโพ และใช้พื้นที่นี้เป็นแหล่งศึกษาและทดลองงานจริง

Bangpho Creative Commons ไม่ใช่แค่การพลิกโฉมพื้นที่ แต่คือการสร้างระบบนิเวศใหม่ ที่ทำให้บางโพเป็นมากกว่าย่านค้าขาย แต่เป็นพื้นที่ที่มีชีวิตและเติบโตได้เอง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อโณทัย นิติพน รักษาการแทนอธิบดี สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา

7. Music Makes Senses
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อโณทัย นิติพน รักษาการแทนอธิบดี สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา
โครงการ "Music Makes Senses" หรือ "ดนตรีมีรส" เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา สถาบันอาหาร มูลนิธิชัยพัฒนา และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผสมผสานดนตรีคลาสสิกกับศาสตร์อื่น ๆ

โดยโครงการนี้มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ผสมผสานประสาทสัมผัสต่าง ๆ เช่น รสชาติ กลิ่น สีสัน และเสียง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสโลกในมิติที่ลึกซึ้งและประณีตยิ่งขึ้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อโณทัย นิติพน รักษาการแทนอธิบดีสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ได้กล่าวถึงความสำคัญของการนำดนตรีคลาสสิกมาผสมผสานกับสาขาอื่น ๆ เพื่อทำให้ดนตรีคลาสสิกมีความสนุกสนานและมีชีวิตชีวามากขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ได้แก่ ผศ.ดร.วีรวัฒน์ สิริเวสมาศ จากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เชฟเนตร เนตรอำไพ สาระโกเศศ และ ดร.กฤษณ์ เย็นสุดใจ Creative Director จากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ผสมผสานระหว่างดนตรี อาหาร และการออกแบบ

เมื่อเสียงดนตรีสัมผัสกับรสชาติ กลิ่น และพื้นผิว ทุกประสาทสัมผัสจะหลอมรวมกันจนการรับรู้กลายเป็นประสบการณ์ที่ไร้ขอบเขต

คุณจันทร์เพ็ญ กูลแก้ว กรรมการ บริษัท ดีไซนด์ คิด จำกัด

8. Projection Mapping
คุณจันทร์เพ็ญ กูลแก้ว กรรมการ บริษัท ดีไซนด์ คิด จำกัด
ปัจจุบัน Projection Mapping กลายเป็นสื่อที่มีพลังในการเปลี่ยนแปลงพื้นที่และสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากเดิม โดย THAI IMMERSIVE MEDIA CREATOR ASSOCIATION (TIMCA) เป็นเครือข่ายของบริษัทที่ทำ Motion Graphic และ Projection Mapping รวมถึง New Media อื่น ๆ ที่มารวมตัวกันเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ในประเทศไทย ด้วยความร่วมมือจากศิลปินทั้งในและต่างประเทศ

หนึ่งในโครงการที่ Projection Mapping ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ คือการทำงานร่วมกับ Urban Ally และ CEA ที่จังหวัดตรัง โดยมีการฉายภาพลงบน โบสถ์เล็ก ๆ ในเมือง ผลลัพธ์ที่ได้คือ ชาวเมืองออกมารวมตัวกันทุกคืน ราวกับการดูหนังกลางแปลง พื้นที่รอบ ๆ เต็มไปด้วยผู้คน ทั้งเด็กเล็ก ผู้ใหญ่ พ่อค้าแม่ค้าที่มาตั้งร้านขายของ กลายเป็นกิจกรรมที่ช่วยเชื่อมโยงคนในชุมชนเข้าด้วยกัน

อนาคตของ Projection Mapping ในประเทศไทย จะกลายเป็นเครื่องมือที่สามารถใช้เปลี่ยนเมืองและสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การใช้เป็นสื่อกลางในการศึกษา หรือแม้แต่การช่วยเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่อาจสูญหายไป สิ่งสำคัญคือ การผลักดันอุตสาหกรรมนี้ให้เติบโตในประเทศไทย และทำให้คนเห็นว่า Projection Mapping ไม่ใช่เพียงศิลปะที่สวยงาม แต่ยังสามารถขับเคลื่อนเมือง กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความหมายใหม่ให้กับพื้นที่รอบตัวเราได้

Projection Mapping ไม่ได้เป็นแค่แสงสี แต่มันคือเครื่องมือที่สร้างปฏิสัมพันธ์กับเมือง ทำให้ผู้คนออกมาใช้พื้นที่ร่วมกัน เหมือนที่เราทำในตรัง ที่ผู้คนมานั่งดูเหมือนหนังกลางแปลงทุกคืน

ธัญญเทพ สุวรรณมงคล เทพโลเคชั่น Location Manager

9. เดินดูโลกับคนทำโล
ธัญญเทพ สุวรรณมงคล เทพโลเคชั่น Location Manager
อาชีพ Location Manager เป็นงานที่หลายคนอาจไม่ค่อยรู้จัก แต่แท้จริงแล้วเป็นฟันเฟืองสำคัญในวงการภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ และโฆษณา ทุกครั้งที่มีการถ่ายทำที่ต้องใช้สถานที่จริง คนที่ทำหน้าที่หาโลเคชั่นและจัดการทุกอย่างให้พร้อมก็คือพวกเรา ซึ่งเทพโลเคชั่นทำอาชีพนี้มา 22ปี และได้เปิดเพจ เทพโลเคชั่น เพื่อแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับสถานที่ถ่ายทำที่น่าสนใจ

Bangkok Design Week 2025 เทพโลเคชั่นจึงได้เสนอไอเดียจัดกิจกรรม “เดินดูโลกับเทพโล” ที่พาคนอื่นมาเดินดูโลกับ Location Manager ในย่านหัวลำโพง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพหลากหลายมิติ และสามารถปรับเปลี่ยนพัฒนาให้เป็นสถานที่ถ่ายทำได้ เช่น อาคารไปรษณีย์กลางกรุงเทพ (รองเมือง) และโรงแรมศรีหัวลำโพง โดยการเดินดูโลเคชั่นกับคนทำโลไม่ใช่แค่การเดินสำรวจ แต่เป็น การบันทึกประวัติศาสตร์ของเมือง ผ่านมุมมองของคนที่เห็นเมืองนี้ในอีกแบบหนึ่ง

โลเคชั่นที่ดีไม่ใช่แค่สวย แต่มันต้องเล่าเรื่องได้ เพราะทุกที่มีเรื่องราวของมันเอง และหน้าที่ของเราคือค้นหาและนำเสนอเรื่องราวเหล่านั้นให้โลกรู้

ทีม Here,Everday

10. Academic Program: Here,Everday
CEA X EMDISTRICT X THE HEAD & THE HEART STUDIO X UNIVERSITY
Here___Everyday เป็น Academic Program ในปีนี้ ที่ได้รับความร่วมมือจาก CEA, EM District, The Head & The Heart Studio และมหาวิทยาลัยชั้นนำต่าง ๆ โดยเป็นโปรแกรมที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สัมผัสกระบวนการทำงานในระดับมืออาชีพ (Professional Design) อย่างแท้จริง

คุณมนัสรวี วงศ์ประดู่ และ คุณนภัสวรรณ ศิริสุคนธ์
Co-Founders The Head and the Heart Studio
คุณมนัสรวี ได้กล่าวถึงภาพรวมโครงการนี้เอาไว้ว่า “ปีนี้ถือเป็นการยกระดับจากปีก่อน ๆ เพราะไม่ได้เป็นแค่เวทีให้นักศึกษาได้แสดงผลงานเท่านั้น แต่เป็นโอกาสที่พวกเขาจะได้เรียนรู้การทำงานจริงในระดับมืออาชีพ ภายใต้เงื่อนไขและความคาดหวังแบบเดียวกับงานระดับสากล”

โยนทิ้งไปเลยว่าคุณเป็นนักศึกษา เพราะเวทีนี้คือเวทีของ Young Designers คุณต้องเรียนรู้การทำงานจริง เข้าใจข้อจำกัด และต้องทำให้งานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

คุณนภัสวรรณ ศิริสุคนธ์ และ คุณมนัสรวี วงศ์ประดู่ Co-Founders The Head and the Heart Studio

คุณสุธาวดี ศิริธนชัย
กรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด เอ็ม ดิสทริค
คุณสุธาวดี กล่าวว่า ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม ดิสทริค พร้อมสนับสนุนงานสร้างสรรค์ทุกรูปแบบ และเล็งเห็นว่า ศูนย์การค้าเป็นพื้นที่สำคัญของผู้คนในชีวิตประจำวัน คนไทยจำนวนมากเลือกใช้เวลาในห้างสรรพสินค้า ไม่ว่าจะมาเดินเล่น ทำงาน หรือพบปะสังสรรค์ ทำให้พื้นที่เหล่านี้เป็นเหมือนพื้นที่สาธารณะที่สามารถรองรับงานศิลปะและงานดีไซน์ได้

ถ้าเราสามารถนำงานดีไซน์ที่มีความหมายมาสู่พื้นที่สาธารณะแบบนี้ได้ เราจะสามารถยกระดับกรุงเทพฯ ให้สะท้อนถึงมาตรฐานของการใช้ชีวิตที่สูงขึ้น

คุณสุธาวดี ศิริธนชัย กรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด เอ็ม ดิสทริค

คุณไอลวิล วิชิตสโร
นิสิต คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พื้นที่ศูนย์การค้าอย่าง EM District เป็นสถานที่ที่คนส่วนใหญ่มาด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นการมาทำงาน การมาเดท หรือการมาเดินเล่น แต่ในช่วงเวลาก่อนหรือหลังจากทำภารกิจเหล่านั้นเสร็จแล้ว มักจะเกิดช่องว่างของเวลา ซึ่งผู้คนอาจยังไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อ ทีมของไอลวิลจึงต้องการออกแบบ "ภารกิจที่กระตุ้นให้คนออกจาก Comfort Zone" และสร้างปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่และผู้คนรอบตัว เช่น การชวนคนให้ไปร้องเพลงวันแม่ที่หน้าห้องให้นมบุตร หรือแม้กระทั่งการใช้ Mascot เป็นเครื่องมือสร้างแรงบันดาลใจให้คนที่เดินผ่านไปมา

มันอาจดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่เราอยากให้ผู้คนมีโอกาสลองทำสิ่งใหม่ๆ ในพื้นที่ที่พวกเขาคุ้นเคยอยู่แล้ว เพราะบางทีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ อย่างการมีใครสักคนมาเต้นกับเรา มันอาจเปลี่ยนมุมมองของวันนั้นไปเลยก็ได้

คุณไอลวิล วิชิตสโร นิสิต คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณปวันรัตน์ อัศฎาชุมพลวงษ์
นักศึกษา คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะ และการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
คุณปวันรัตน์ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจของทีมว่า พวกเขาต้องการออกแบบงานที่เกี่ยวข้องกับ "ความรักและความสัมพันธ์" ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเวลาของงาน Bangkok Design Week ที่จัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก พระแม่ลักษมี เทพแห่งความรักและความสมหวังแ ซึ่งได้นำแนวคิดการถวายเครื่องสำอางให้พระแม่มาออกแบบเป็น Installation Art ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วม

เราสร้างงานที่ให้คนสามารถวางของที่พวกเขาซื้อมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการปลุกเสกพลังงานบวก เหมือนกับที่หลายคนนำเครื่องสำอางไปถวายพระแม่ลักษมี

คุณปวันรัตน์ อัศฎาชุมพลวงษ์ นักศึกษา คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะ และการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

คุณธีร์ พึ่งชาญชัยกุล
นักศึกษา คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
คุณธีร์ได้ออกแบบผลงานที่ได้แรงบันดาลใจจาก "ศาลพระภูมิ" สัญลักษณ์ของความศรัทธาในวัฒนธรรมไทย ที่คนมักมองผ่านแต่ไม่เคยเข้าไปสำรวจอย่างจริงจัง ทีมของพวกเขาได้ออกแบบศาลพระภูมิในโทนสีชมพูช็อกกิ้งพิงค์ เพื่อทำให้เข้าถึงง่ายขึ้นและเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมในลักษณะที่แตกต่างออกไป

เราอยากให้ศาลพระภูมิกลายเป็นศิลปะที่ผู้คนกล้าเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ และเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติ

คุณธีร์ พึ่งชาญชัยกุล นักศึกษา คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

เรียบเรียงโดย : BKKDW

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

EVEANDBOY ดันแบรนด์ไทย ‘T-Beauty’ สู่ Global

ประชาชาติธุรกิจ

อิตาลีจำศีล

ประชาชาติธุรกิจ

“ดนตรีอยู่กับฉันในทุกช่วงของชีวิต ทั้งช่วงที่ดีที่สุด เศร้าที่สุด และยากลำบากที่สุด” จากเหตุการณ์ถูกบุกรุกบ้าน สู่เพลง Run ที่ความหวาดกลัว และเปราะบาง กลายเป็นเครื่องมือในการเยียวยาจิตใจของ Chloe Stroll ศิลปินผู้เลือกเขียนเพลงอย่างซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก ผ่านอัลบั้มล่าสุด Bloom in the Break

Mirror Thailand

“ความสวยที่เปล่งประกาย เริ่มต้นด้วยการรักและมั่นใจในตัวเอง” ผู้หญิงเก่งในแบบฉบับของ แพร-วทานิกา และ โดนัท-มนัสนันท์ กับแคมเปญ ‘Radiance Begins With You’ จาก Clé de Peau Beauté

Mirror Thailand

เปิด 8 กฎเหล็ก สงกรานต์ 2569 เช็กข้อห้าม-โทษปรับ ใครฝ่าฝืนเสี่ยงคุกทันที

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

“Call Me by Your Name ค่อนข้างเพอร์เฟ็กต์” Kylie Jenner เผยหนังของ Timothée Chalamet ที่เธอชอบมากที่สุด

THE STANDARD
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...