หุ้น Apple สูญมูลค่าตลาดเกือบ 6.4 แสนล้านดอลล์ หลังร่วงต่อเนื่องวันที่ 3 หวั่นภาษีทรัมป์พ่นพิษทำ iPhone แพงขึ้น
หุ้น Apple สูญมูลค่าตลาดเกือบ 6.4 แสนล้านดอลล์ หลังร่วงต่อเนื่องวันที่ 3 หวั่นภาษีทรัมป์พ่นพิษทำ iPhone แพงขึ้น
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 เม.ย. 68 11:07 น.
หุ้นApple ยังคงถูกเทขายหนักอีกครั้งเมื่อคืนที่ผ่านมา ปิดตลาดร่วงลง 3.7%เนื่องจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยการเทขายครั้งนี้ทำให้หุ้น Apple ร่วงสะสมไปแล้ว 19%ในช่วง 3วันทำการที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไป 638,000ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นักวิเคราะห์ระบุว่า Apple เป็นหนึ่งในบริษัทที่เสี่ยงจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้ามากที่สุด เนื่องจากพึ่งพาการผลิตในจีนเป็นอย่างมาก ซึ่งล่าสุด สหรัฐฯ ประกาศว่าจะขึ้นภาษีจากจีนในอัตรา 54% แม้ว่าจะ กระจายการผลิตไปยังอินเดีย เวียดนาม และไทย แต่ประเทศเหล่านี้ก็ถูกขึ้นภาษีเช่นกัน โดยในบรรดาบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ 7 แห่ง Apple ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ดัชนีแนสแดค ปิดแดนบวกเล็กน้อยในวันจันทร์ หลังจากที่ร่วงไปถึง 10% เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งถือเป็นสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 5 ปี โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่า Apple อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้า หรือรับภาระต้นทุนภาษีเพิ่มเอง เมื่อภาษีใหม่มีผลบังคับใช้
ทิม ลอง นักวิเคราะห์จาก Barclays คาดว่า Apple จะขึ้นราคา ไม่เช่นนั้น บริษัทอาจต้องเผชิญผลกระทบต่อกำไรต่อหุ้นสูงถึง 15% อย่างไรก็ตาม Apple อาจปรับโครงสร้างซัพพลายเชนใหม่ เพื่อให้สินค้าที่นำเข้ามายังสหรัฐฯ มาจากประเทศที่เผชิญภาษีต่ำกว่า
ด้านนักวิเคราะห์ UBS ประเมินว่า มาตรการภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจทำให้ Apple ต้องขึ้นราคา iPhone 16 Pro Max สูงสุดถึง 350 ดอลลาร์สหรัฐในตลาดสหรัฐฯ โดย iPhone 16 Pro Max ซึ่งเป็นรุ่นท็อป ปัจจุบัน จำหน่ายอยู่ที่ 1,199 ดอลลาร์สหรัฐ โดย UBS คาดว่า รุ่นที่ผลิตในจีนอาจมีราคาเพิ่มขึ้นเกือบ 30% ส่วน iPhone 16 Pro ราคา 999 ดอลลาร์สหรัฐ อาจปรับขึ้นราคาน้อยกว่า
ขณะที่นักวิเคราะห์จาก JPMorgan Chase คาดการณ์ว่า Apple อาจขึ้นราคาสินค้าทั่วโลกประมาณ 6% เพื่อชดเชยผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ ส่วนฝั่งนักวิเคราะห์จาก Barclays คาดว่า หากไม่ขึ้นราคา Apple อาจเสียกำไรต่อหุ้นถึง 15%
ทั้งนี้ หาก Apple ตัดสินใจย้ายการผลิต iPhone กลับมายังสหรัฐฯ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่วิเคราะห์ว่าแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะอาจทำให้ราคา iPhone พุ่งสูงถึง 3,500 ดอลลาร์สหรัฐ
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ