โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โบรกหั่นกำไรกลุ่ม “วัสดุก่อสร้าง” ปี 68-69 เซ่นอุปสงค์อ่อนแอ ชู TASCO เด่นสวนตลาด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 01.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการรวบรวมข้อมูลและบทวิเคราะห์เกี่ยวกับแนวโน้มอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างในปี 2568 เพื่อนำเสนอต่อนักลงทุน โดยข้อมูลจากบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า อุปสงค์ในตลาดจะยังคงอ่อนแอต่อเนื่อง ไม่ต่างอะไรกับการก่อสร้างบ้านบนดินทราย ในช่วงที่พายุเศรษฐกิจกำลังพัดกระหน่ำ

โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การเติบโตของ GDP ที่ชะลอตัวจากผลกระทบของภาษีนำเข้าสหรัฐฯ การใช้จ่ายในสินค้าคงทนที่อ่อนแรง และภาวะอุปทานล้นตลาดในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย แม้ว่าแสงสว่างปลายอุโมงค์ยังพอมองเห็นจากกิจกรรมก่อสร้างภาครัฐที่มักมีแนวโน้มดีกว่าภาคเอกชนในช่วงเศรษฐกิจซบเซา

ทั้งนี้ ในมุมมองเชิงบวก ฝ่ายวิจัยยังพอเห็นฟ้าเปิดบ้าง โดยคาดการณ์ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของกลุ่มวัสดุก่อสร้างจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจนถึงปี 2570 อานิสงส์จากต้นทุนพลังงานที่ลดลง ทั้งนี้ ต้นทุนพลังงานมีสัดส่วนสูงถึง 35–90% ของต้นทุนขาย (COGS) ของผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้าง โดยบริษัทคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบในปี 2568 จะลดลงมาอยู่ที่ 67 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หรือหดตัว 16% จากปีก่อนหน้า สืบเนื่องจากภาวะอุปทานส่วนเกินในตลาดโลก ซึ่งจะส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติและผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปรับตัวลดลงตามลำดับ เสริมแรงให้ต้นทุนการผลิตลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/2568 กสิกรไทยคาดการณ์ว่ากลุ่มวัสดุก่อสร้างจะทำกำไรสุทธิรวมราว 1.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโต 17% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการฟื้นตัวของ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO ซึ่งพลิกสถานการณ์จากปีก่อนหน้าที่ได้รับผลกระทบจากการล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ

อย่างไรก็ดี หากไม่นับรวม TASCO กำไรสุทธิของกลุ่มจะหดตัว 17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนภาวะอุปสงค์ภาคเอกชนที่ยังเปราะบาง

ขณะที่ในเชิงกลยุทธ์บล.กสิกรไทย ได้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2568 และ 2569 ของกลุ่มวัสดุก่อสร้างลง 14% และ 11% ตามลำดับ มาอยู่ที่ 8 พันล้านบาท และ 8.6 พันล้านบาท ตามลำดับ การปรับลดดังกล่าวสะท้อนถึงยอดขายในประเทศที่อ่อนแอและราคาขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ต้นทุนพลังงานที่ลดลงจะช่วยพยุงอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้บ้าง ทั้งนี้ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือผู้ผลิตกระเบื้องเซรามิกอย่าง DCC และ SCGD ซึ่งความเชื่อมโยงกับตลาดที่อยู่อาศัยทำให้พวกเขาเผชิญแรงกดดันจากทั้งยอดขายและราคาขายที่ถดถอย

อย่างไรก็ดี ภายใต้สมรภูมิที่ไม่เอื้ออำนวยดังกล่าว กสิกรไทยจึงได้ปรับลดมุมมองกลุ่มวัสดุก่อสร้างจาก "เชิงบวก" เป็น "เป็นกลาง" และยังคงแนะนำ "ซื้อ" หุ้น TASCO เป็นตัวเลือกเด่น เนื่องจากบริษัทมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะหนุนให้กำไรเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางสภาพตลาดที่เปราะบาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...