จัดพอร์ตลงทุนรับวันวาเลนไทน์ จัดพอร์ตลงทุนอย่างไรให้รักยั่งยืน
The Bangkok Insight
อัพเดต 05 ก.พ. 2568 เวลา 16.36 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. 2568 เวลา 22.54 น. • The Bangkok Insightจัดพอร์ตลงทุนรับวันวาเลนไทน์ จัดพอร์ตลงทุนอย่างไรให้รักยั่งยืน ให้ "รัก" กับ "เงิน" เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
ในช่วงเทศกาลแห่งความรัก หลายคนอาจกำลังมองหาความสัมพันธ์ที่มั่นคงและยั่งยืน แต่นอกเหนือจากความรักระหว่างคนแล้ว ความสัมพันธ์ที่ดีกับการลงทุนก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน การสร้างพอร์ตลงทุนที่เติบโตอย่างยั่งยืน เปรียบเสมือนการดูแลความสัมพันธ์ระยะยาว ที่ต้องอาศัยความเข้าใจ การวางแผน และการดูแลอย่างสม่ำเสมอ
เทศกาลวาเลนไทน์เป็นช่วงเวลาที่หลายคนให้ความสำคัญกับความรักและความสัมพันธ์ แต่นอกจากความรักระหว่างคนแล้ว การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับการลงทุนก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เหมือนความรักที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ การสร้างพอร์ตลงทุนที่ยั่งยืนก็ต้องอาศัยความเข้าใจ การวางแผนที่ดี และการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น หากเข้าใจหลักการจัดพอร์ตลงทุนที่จะทำให้ "รัก" กับ "เงิน" เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
"รู้ใจ รู้ลงทุน" ก้าวแรกสู่ความสำเร็จ
การเริ่มต้นลงทุนโดยไม่เข้าใจตัวเองนั้น เปรียบเสมือนการเริ่มต้นความสัมพันธ์โดยไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริง จากข้อมูล Morningstar พบว่าความกลัวการขาดทุนในการลงทุนเป็นอุปสรรคทางจิตวิทยาที่สำคัญของนักลงทุน โดยมีสองประเด็นหลัก
- ผลกระทบต่อการรับรู้ความเสี่ยง ทำให้นักลงทุนมักประเมินโอกาสการเกิดผลลบสูงเกินจริงเมื่อเกิดความวิตกกังวล ส่งผลให้หลีกเลี่ยงความเสี่ยงมากเกินไปและอาจเบี่ยงเบนจากกลยุทธ์ที่วางแผนไว้
- การหลีกเลี่ยงการขาดทุน เป็นแนวคิดที่ว่าความเจ็บปวดจากการขาดทุนส่งผลกระทบทางจิตวิทยามากกว่าความพึงพอใจจากกำไร ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่สมเหตุสมผล เช่น การรีบขายสินทรัพย์ในช่วงตลาดขาลงแทนที่จะรอการฟื้นตัว
ดังนั้น หากต้องการประสบความสำเร็จ ควรประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป
การรู้จักตัวเองเป็นกุญแจสำคัญในการประสบผลสำเร็จในการลงทุน เช่นเดียวกับการรู้จักคู่ของตัวเองก่อนแต่งงาน โดยการเข้าใจความเสี่ยงที่สามารถรับได้ กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ก็จะสามารถประสบความสำเร็จในการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในท้ายที่สุดแล้ว การรู้จักและเข้าใจตัวเองไม่เพียงแต่จะยกระดับการเดินทางในเส้นทางการลงทุนเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยในการสร้างความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืน เช่นเดียวกับการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งในชีวิตคู่
"รักกระจาย ลงทุนปลอดภัย" ศิลปะแห่งการกระจายความเสี่ยง
"อย่าเอาไข่ทุกใบใส่ในตะกร้าใบเดียว" คำกล่าวนี้ยังคงเป็นหลักการสำคัญในการลงทุนที่ยั่งยืน การกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสมไม่เพียงช่วยปกป้องเงินลงทุน แต่ยังเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว โดยพอร์ตลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงที่ดี สามารถลดความผันผวนได้และไม่ส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนระยะยาว ซึ่งเป็นเหตุผลที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญมากกว่าการเลือกหุ้นตัวเด่น
สำหรับกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงมีหลากหลายให้เลือก เช่น กระจายตามประเภทสินทรัพย์ (เช่น หุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ อสังหาริมทรัพย์) กระจายตามอุตสาหกรรม (เช่น อุตสาหกรรมเทคโนโลยี สาธารณูปโภค เวชภัณฑ์ยา สุขภาพ การเงิน) กระจายตามภูมิภาค (เช่น ตลาดพัฒนาแล้ว ตลาดเกิดใหม่ ตลาดในประเทศ) หรือใช้กลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite แบ่งเงินลงทุนเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนหลัก (Core) มีเป้าหมายสร้างมูลค่าเพิ่มจากการลงทุนในระยะยาว และส่วนเสริม (Satellite) มีเป้าหมายทำกำไรในระยะกลาง-สั้นก็ได้
การกระจายความเสี่ยงที่ดีเปรียบเสมือนการมีแผนที่ที่ชัดเจนในการเดินทาง ช่วยให้มั่นใจว่าจะถึงจุดหมายปลายทางแม้ต้องเผชิญกับพายุระหว่างทาง อย่าลืม “ไม่มีการลงทุนใดที่สมบูรณ์แบบ แต่มีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง”
"รักแท้ต้องดูแลระยะยาว" ศิลปะการสร้างวินัยการลงทุนแบบมืออาชีพ
การลงทุนหุ้นเปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่ง 100 เมตร ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การเลือกจังหวะตลาด (Market Timing) ที่สมบูรณ์แบบ แต่อยู่ที่ความอดทนและวินัยในการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ โดยข้อมูล SEI Investments Management Corporation (SIMC) มองว่าในการลงทุนระยะยาวมักมีความมั่นคง (ตั้งแต่ปี 1926 หุ้นไม่เคยขาดทุนในช่วงระยะเวลา 15 ปี) แต่ในระยะสั้น ความผันผวนรุนแรงของราคาหลักทรัพย์เป็นเรื่องปกติ
เหตุใดการจับจังหวะตลาดจึงเป็นกลยุทธ์ที่เสี่ยง
พลาดโอกาสทำกำไรที่สำคัญ ข้อมูลระหว่างปี 1988 - 2019 แสดงให้เห็นว่า
- หากลงทุนต่อเนื่องจะได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10.7% ต่อปี
- แต่หากพลาด 20 วันที่ตลาดดีที่สุด ผลตอบแทนจะลดลงเหลือเพียง 6.7%
- และหากพลาด 50 วันที่ดีที่สุด จะเหลือเพียง 2.8% ซึ่งต่ำกว่าผลตอบแทนของตั๋วเงินคลัง (3.0%)
ผลตอบแทนกระจุกตัว ในช่วง 384 เดือนที่ศึกษา
- ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 0.8%
- แต่ใน 36 เดือนที่ดีที่สุด (10% ของเวลา) ให้ผลตอบแทนสูงถึง 7.6%
- ส่วนเดือนที่เหลือ (90% ของเวลา) ให้ผลตอบแทนเพียง 0.2%
การจับจังหวะตลาดอาจดูน่าดึงดูด แต่ข้อมูลชี้ชัดว่าการลงทุนอย่างต่อเนื่องตามแผนระยะยาวให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคำนึงถึงความเสี่ยงที่จะพลาดช่วงเวลาที่ตลาดให้ผลตอบแทนดีที่สุด
นอกจากนี้ กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมกับการลงทุนระยะยาว คือ กลยุทธ์การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน หรือเรียกว่า DCA (Dollar-Cost Averaging) ซึ่งเป็นกลยุทธ์มีผลต่อการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ โดยช่วยให้นักลงทุนสามารถสร้างความมั่งคั่งได้อย่างสม่ำเสมอและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด
"สัญญาณรักเตือนภัย" เข้าใจและรับมือความเสี่ยง
ปี 2568 ประเมินว่าจะมีความเสี่ยงการลงทุนที่สำคัญหลายประการที่นักลงทุนควรจับตามอง โดยเฉพาะจากปัจจัยภายในและภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกโดยรวม
ความเสี่ยงจากปัจจัยภายใน
- สถานการณ์การเมืองในประเทศ มีความเสี่ยงที่จะเกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่าง ๆ ที่อาจนำไปสู่การชุมนุมหรือการประท้วง ซึ่งจะกดดันตลาดหุ้นและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
- เศรษฐกิจไทย คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตเพียง 3% ในปีนี้ โดยมีแรงกดดันจากสงครามการค้า การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และความผันผวนในภาคการผลิต นอกจากนี้ กำไรต่อหุ้นในตลาดหุ้นไทย (SET EPS) ยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุน
ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก
- สงครามการค้า ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน รวมถึงนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก หากมีการตั้งกำแพงภาษีหรือมาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มเติม อาจทำให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบโดยตรง
- เงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย มีแนวโน้มว่าอัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา อาจลดอัตราดอกเบี้ยได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบต่อประเทศตลาดเกิดใหม่ ให้ความสามารถในการกระตุ้นเศรษฐกิจลดลง
- ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและความไม่แน่นอนในตลาดทุนทั่วโลก
จากความไม่แน่นอนและความเสี่ยงดังกล่าว การเตรียมตัวรับมือถือเป็นเครื่องสำคัญในการป้องกันความสูญเสียของเงิน ด้วยการกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
สร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน
การสร้างพอร์ตลงทุนที่ยั่งยืนเปรียบเสมือนการดูแลความสัมพันธ์ระยะยาว ต้องอาศัยความเข้าใจ ความอดทน และการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ในยุคที่ความผันผวนเป็นเรื่องปกติ การมีแผนการลงทุนที่ชัดเจนและยืดหยุ่นพอที่จะปรับตัวตามสถานการณ์จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
โดย ฐิติเมธ โภคชัย ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เจาะลึกกลยุทธ์ ‘การซื้อหุ้นคืน’ ที่นักลงทุนควรรู้
- ส่องกลยุทธ์ป้องกันตัวจาก Forced Sell ป้องกันอย่างไรไม่ให้พอร์ตถูกบังคับขาย!!
- วิเคราะห์ตลาดหุ้นช่วงตรุษจีน จัดพอร์ตลงทุนอย่างไรให้ปังตลอดปี!!
ติดตามเราได้ที่