‘สวนบัวเรสซิเด้นซ์ อารีย์1-ราชครู’ การอยู่อาศัยบนทำเล ‘อารีย์’ ที่ดีพร้อมรอบด้าน
หากพูดถึงทำเลที่มีศักยภาพและความพร้อม สามารถรองรับการใช้ชีวิต ทั้งด้านการอยู่อาศัย การทำงาน หรือพักผ่อนตามไลฟ์สไตล์ของคนกรุงเทพฯ ทำเลที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึงอันดับต้นๆ ต้องเป็นทำเล ‘อารีย์’ เพราะว่ามีความสมบูรณ์พร้อมในทุกๆ ด้านดังกล่าว ที่สามารถใช้ชีวิตได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำแบบ 24 ชั่วโมงไม่มีเบื่อ
ซอยอารีย์ถือเป็นย่านเก่าแก่ของคนกรุงเทพฯ มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งความนิยมการเข้ามาอยู่อาศัยในทำเลนี้ไม่ได้ลดน้อยลงตามกาลเวลา ส่งผลให้ทำเลนี้เกิดการผสมผสานกันอย่างลงตัว ระหว่างวิถีชีวิ้ตดั้งเดิมและวิถีชีวิตคนยุคใหม่ จึงกลายเป็นแหล่งที่คนรุ่นใหม่เข้ามาใช้ชีวิต เสพและสัมผัสกับกลิ่นอายความเป็นถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมกันได้อย่างกลมกลืน เป็นเสน่ห์ที่ชวนให้ผู้คนหลงใหลเมื่อยามได้มาสัมผัสกับย่านอารีย์แห่งนี้
ศักยภาพ ‘อารีย์’ 4 ความดีพร้อมรอบด้าน
จากจุดเริ่มต้นของย่านอารีย์ที่เป็นแหล่งอยู่อาศัย และสถานที่ทำงานของกลุ่มข้าราชการ จนปัจจุบันย่านอารีย์ถูกพัฒนาไปมากกว่านั้นแล้ว จนกลายเป็นย่านสำคัญอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพฯ ที่มีศักยภาพรอบด้าน ทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน และการใช้ชีวิต เทียบชั้นย่านใจกลางเมืองธุรกิจได้อย่างสบาย ซึ่งเป็นเพราะมี 4 ปัจจัยหลักสำคัญสนับสนุน ดังนี้
1.ทำเลที่ตั้ง
อารีย์ เป็นทำเลที่มีศักยภาพเทียบชั้นได้กับทำเลใจกลางธุรกิจอื่น ๆ อย่าง สีลม สาธร หรือสุขุมวิท เป็น ไพร์มโลเกชั่นอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ เพราะที่ตั้งอยู่ในจุดที่สามารถเชื่อมต่อไปพื้นที่สำคัญอื่นๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเข้าไปในเมืองหรือออกนอกเมือง มีระบบขนส่งมวลชนอย่างรถไฟฟ้า BTS สถานีอารีย์ตั้งอยู่ปากซอย ใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วน และทางยกระดับอุตราภิมุข หรือ ดอนเมืองโทลล์เวย์ รวมถึงยังแวดล้อมไปด้วยถนนสำคัญ อาทิ ถนนพหลโยธิน ถนนพระราม 6 และถนนวิภาวดี-รังสิต
2.ครบทุกแหล่งงานราชการ-เอกชน
ทำเลอารีย์แวดล้อมไปด้วยแหล่งงานสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เพราะมีหน่วยงานสำคัญทั้งหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน อาทิ กระทรงการคลัง กรมบัญชีกลาง กรมธนารักษ์ กรมสรรพากร กรมประชาสัมพันธ์ กระรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ธนาคารกสิกรไทย ธนาคาออมสิน ธนาคารเอสเอ็มอี และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ยังมีโรงพยาบาลชั้นนำ อาทิ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โรงพยาบาลพญาไท 2 โรงพยาบาลวิชัยยุทธ รวมถึงยังมีบริษัทเอกชนชั้นนำต่างๆ อีกมากมาย
ทำเลอารีย์ยังเป็นแหล่งรวมอาคารสำนักงานชั้นนำ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ช่วยแต่งเติมให้อารีย์มีความพร้อมในการเป็นแหล่งงานชั้นนำขององค์กรทุกระดับ โดยเฉพาะเหล่าบรรดาสตาร์ทอัพ กลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ทำงานด้านสายงานครีเอทีพ งานสร้างสรรค์ เอเจนซี่โฆษณา สตูดิโอออกแบบ หรือกลุ่มฟรีแลนซ์ ยังเลือกเป็นทำเลที่ตั้งประกอบธุรกิจ เพราะอารีย์ไม่ได้มีเฉพาะอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ แต่ยั้งมี Co-Working Space แฝงตัวอยู่จำนวนมาก
3.ไลฟ์สไตล์ใช้ชีวิตสุดชิค เช้าจรดค่ำ
ย่านอารีย์ เป็นย่านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และความพิเศษเฉพาะตัว หาได้ยากจากทำเลอื่นๆ เพราะเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัว ระหว่างความเจริญเติบโตของเมือง อาคาร สถานที่ และระบบการคมขนส่ง แต่ขณะเดียวกันก็มีสถานที่สงบ มีความเป็นส่วนตัวสูงแทรกตัวอยู่ในหลายมุมของอารีย์ สามารถใช้ชีวิตแบบชิวๆ ผ่านร้านค้าร้านอาหาร หรือคาเฟ่ทันสมัย หรือร้านอาหารดั้งเดิมที่อยู่มานานหลายสิบปีก็มีมากมาย แต่หากอยากใช้ชีวิตสนุกสนาน เติมเต็มความบันเทิงด้วยเสียงเพลงกับบาร์หรือผับ อารีย์ ก็สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ทั้งหมด เรียกได้ว่าสามารถใช้ชีวิตในทำเลได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำแบบไม่ซ้ำและไม่เบื่อ แม้แต่สายช้อปปิ้งก็ยังมี Community Mall และตลาดนัดให้เลือกซื้อสินค้าได้สารพัดตามที่ต้องการด้วย
4.คุ้มค่าการลงทุน
ด้วยศักยภาพของ่ทำเลที่ตั้ง การแวดล้อมไปด้วยแหล่งงานทั้งภาครัฐและเอกชน อาคารสำนักงาน แหล่งช้อปปิ้ง การใช้ชีวิตกินดื่ม ส่งผลให้อารีย์มีดีมานด์สูงในการใช้เป็นแหล่งที่พักอาศัยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ด้วยข้อจำกัดในด้านที่ดิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแหล่งที่พักอาศัยดั้งเดิม และพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการ อาคารสำนักงาน ทำให้โครงการที่พักอาศัยใหม่ยังเกิดขึ้นไม่มากนัก เมื่อเทียบกับทำเลอื่นๆ ของกรุงเทพฯ นอกจากที่ดินหามาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยได้ยากแล้ว ราคาที่ดินยังปรับตัวสูงขึ้นโดยตลอด ส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมมีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้นตามมาด้วย เพราะนอกจากกลุ่มผู้ซื้อจะใช้อยู่อาศัยจริงแล้ว ยังมีกลุ่มนักลงทุนเลือกที่จะเข้ามาซื้อเพื่อลงทุน ทั้งรูปแบบทำกำไรจากราคาที่เพิ่มขึ้นและการปล่อยเช่า การซื้อห้องชุดของคอนโดฯ เพื่อนำมาปล่อยเช่า แนวโน้มจึงมีแต่ได้รับผลตอบแทนที่สูง และความเสี่ยงต่ำ
โอกาสการอยู่อาศัยในทำเลอารีย์ กับ บัวเรสซิเด้นซ์ อารีย์1-ราชครู
จากปัจจัยบวกที่ส่งเสริมให้อารีย์มีความต้องการด้านที่อยู่อาศัยสูง ทำให้โครงการที่ถูกพัฒนาออกมาขายได้รับผลตอบรับที่ดี บางโครงการปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว บางโครงการเหลือจำนวนยูนิตเพียงเล็กน้อย ที่ยังสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้ อย่างโครงการสวนบัวเรสซิเด้นซ์ อารีย์1-ราชครู ที่ปัจจุบันเหลือห้องชุดเพียง 10 ห้องเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาโครงการสวนบัวเรสซิเด้นซ์ อารีย์1-ราชครู ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชื่นชอบการอยู่อาศัยในทำเลอารีย์ จนทำให้เหลือห้องชุดไม่มาก ซึ่งต้องยอมรับว่าโครงการสวนบัวเรสซิเด้นซ์ อารีย์1-ราชครู มีความโดดเด่นในหลายด้าน ดังนี้
-โครงการตั้งอยู่ในทำเลไพร์มโลเกชั่นของอารีย์
โครงการสวนบัวเรสซิเด้นซ์ อารีย์1-ราชครู ตั้งอยู่ในซอยอารีย์ 1-ราชครู (พหลโยธิน 5) ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS เพียง 450 เมตร หรือใช้ระยะเดินทางประมาณ 3 นาทีเท่านั้น หรือจะเดินทางไปยังถนนพระราม 6 หรือถนนวิภาวดี-รังสิต ก็สะดวกสบายเชื่อมต่อการเดินทางได้ทุกความต้องการ ที่สำคัญโครงการยังแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล สถานที่ราชการ บริษัทเอกชนขนาดใหญ่ คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านอาหาร และคาเฟ่ต่างๆ มากมาย
-จัดเต็มที่จอดรถให้แบบ 100%
แม้ว่าจะใกล้กับรถไฟฟ้า BTS แต่ทางโครงการมอบที่จอดรถให้กับทุกยูนิตแบบ 100% หรือจอดได้ถึง 57 คัน ซึ่ง 1 ห้องจะได้ที่จอดรถ 1 คัน ภายใต้ระบบ Auto Parking ซึ่งหาโครงการที่จัดบริการให้กับลูกบ้านทุกยูนิตแบบนี้ได้ยากในไพร์มโลเกชั่นเช่นนี้
-ส่วนกลางจัดเต็มตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
โครงการสวนบัวเรสซิเด้นซ์ อารีย์1-ราชครูยังมอบความเป็นส่วนตัวสูงให้กับผู้อยู่อาศัย ด้วยจำนวนยูนิตรวมเพียง 54 ยูนิต แต่จัดเต็มสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ พร้อม Hydro Therapy ฟิตเนส สวนส่วนกลาง Co-Working Space และห้องประชุม เพื่อรองรับการใช้ชีวิตของลูกบ้านที่มีความต้องการหลากหลาย ที่สำคัญยังหมดกังวลกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ดูแลลูกบ้านตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย
ห้อง 3 รูปแบบเลือกอยู่อาศัยตามขนาดของครอบครัว
โครงการสวนบัวเรสซิเด้นซ์ อารีย์1-ราชครูเป็นอาคารที่พักอาศัยสูง 8 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ 0-2-09 ไร่ ที่ให้ความสำคัญความต้องการของกลุ่มลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มครอบครัวใหม่ที่อาศัยอยู่เพียง 2 คน หรือครอบครัวขนาดกลางที่มีพ่อแม่ลูกอาศัยร่วมกัน ไปจนถึงการอยู่อาศัยแบบหลายเจเนอเรชั่น ทำให้มีการออกแบบและดีไซน์ห้องให้เลือกตามความต้องการถึง 3 รูปแบบ ได้แก่
-แบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ 34.5-36 ตร.ม. จำนวน 28 ยูนิต
ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในการอยู่อาศัยสำหรับคนโสด หรือคู่รักที่เพิ่งเริ่มต้นครอบครัว กับขนาด 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่ประกอบการ และรับประทานอาหาร แถมด้วยพื้นที่พักผ่อน ซึ่งทางโครงการจัดเต็มด้วยการตกแต่งห้องในโทนเท่ เรียบง่าย พร้อมเฟอร์นิเจอร์ถึง 8 รายการ ได้แก่ โซฟา จาก SB รุ่น Tuxido Grey color มีที่วางแก้วให้ฟิลเหมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์ เก้าอี้ทานข้าว 2 ตัว เตียงนอนพร้อมที่นอนขนาด 6 ฟุต จาก SB รุ่น Valley Collection แถมด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าจากแบรนด์ซัมซุงเพื่อความสมบูรณ์ของการอยู่อาศัย ทั้งทีวีขนาด 43 นิ้ว เครื่องซักผ้าฝาหน้า ตู้เย็น 6.9 คิว และเตาไมโครเวฟ
-แบบ 2 ห้องนอน พื้นที่ 43-53.5 ตร.ม. จำนวน 22 ยูนิต
สำหรับครอบครัวที่ต้องการอยู่อาศัยในพื้นที่มีความส่วนตัว หรือครอบครัวที่เริ่มสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามา กับรูปแบบห้องพักขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่ประกอบการ และรับประทานอาหาร แถมด้วยพื้นที่พักผ่อนร่วมกัน ซึ่งทางโครงการยังคงจัดเต็มด้วยการตกแต่งห้องในโทนเท่ เรียบง่าย พร้อมเฟอร์นิเจอร์ถึง 11 รายการ ได้แก่ โซฟา จาก SB รุ่น Tuxido Grey color มีที่วางแก้วให้ฟิลเหมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์ เก้าอี้ทานข้าว 2 ตัว เตียงนอนพร้อมที่นอนขนาด 6 ฟุต จาก SB รุ่น Valley Collection เตียงและที่นอนขนาด 3.5 ฟุต แถมด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าจากแบรนด์ซัมซุงเพื่อความสมบูรณ์ของการอยู่อาศัย ทั้งทีวีขนาด 43 นิ้ว เครื่องซักผ้าฝาหน้า ตู้เย็น 6.9 คิว และเตาไมโครเวฟ
-แบบเพนเฮาส์ พื้นที่ 96.5-145 ตร.ม. จำนวน 4 ยูนิต
รูปแบบสุดท้ายของการอยู่อาศัย สำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่ห้องขนาดใหญ่ หรือการอยู่ร่วมกันกับคนหลายเจเนอเรชั่น ด้วยขนาด 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่ประกอบการ และรับประทานอาหาร แถมด้วยพื้นที่พักผ่อนกว้างขวางสำหรับทุกคนในครอบครัว
ไฮไลท์สำคัญของห้องพักทุกขนาด คือ การเติมเต็มคุณภาพการอยู่อาศัย ด้วยการติดตั้งระบบหมุนเวียนอากาศ ERV จาก Panasonic ป้องกัน PM2.5 พร้อมด้วยอุปกรณ์ช่วยลดการเจริญเติบโตของไวรัสได้ถึง 99.995% ช่วยทำให้หมดปัญหามลพิษที่จะมาทำร้ายผู้อยู่อาศัย ขณะที่ห้องน้ำทุกห้องยังสฃสุดไฮเทค ด้วย Fully Automatic Toilet จากแบรนด์ TOTO อีกด้วย
ปัจจุบันโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้ โดยมีราคาเริ่มต้นเพียงราคาเริ่ม 5.3 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 150,000 บาทต่อตารางเมตร เท่านั้น รายละเอียดโครงการ www.terrabkk.com