โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

พบช่องโหว่ Backdoor บนชิป ESP32 ส่งผลต่ออุปกรณ์ที่มี Bluetooth หลายพันล้านเครื่องทั่วโลก

Thaiware

อัพเดต 23 มี.ค. 2568 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2568 เวลา 10.00 น. • Sarun_ss777
แฮกเกอร์ที่มีสิทธิ์ระดับ Root จะสามารถใช้งานคำสั่ง HCI เพื่อฝังมัลแวร์ และสั่งโจมตีอุปกรณ์อื่น ๆ ได้

ถ้ากล่าวถึงระบบการติดต่อสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ในระยะใกล้ คงหนีไม่พ้นระบบ Bluetooth ที่ทำให้การส่งไฟล์ การต่อลำโพง การใช้รีโมท เป็นไปอย่างสะดวกในยุคปัจจุบัน แต่ล่าสุดกลับมาการค้นพบรอยรั่วบางอย่าง ที่อาจส่งผลอันตรายต่อผู้ใช้งาน

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Bleeping Computer ได้มีการตรวจพบ “คำสั่ง HCI (Host Controller Interface Commands)” ลับ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ตัวชิป Bluetooth และ Wi-Fi ESP32 Microchip ซึ่งถูกผลิตโดยบริษัท Espressif จากประเทศจีน และปัจจุบันถูกใข้งานบนอุปกรณ์นับพันล้านชิ้นทั่วโลก ซึ่งทางทีมวิจัยจาก Tarlogic Security บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งเป็นผู้ตรวจพบช่องโหว่ดังกล่าวนั้นได้กล่าวว่า ช่องโหว่ดังกล่าวสามารถถูกนำไปใช้งานเพื่อการโจมตีระบบได้ โดยถึงแม้คำจำกัดความอาจจะไม่ตรงกับประสิทธิภาพของคำสั่งลับดังกล่าวแบบตรงตัว แต่ทีมวิจัยได้ถือว่าเป็นช่องโหว่รูปแบบประตูหลังของระบบ (Backdoor) ในรูปแบบหนึ่ง โดยปัจจุบันช่องโหว่ดังกล่าวได้ถูกตั้งชื่อว่า CVE-2025-27840

พบช่องโหว่ Backdoor บนชิป ESP32 ส่งผลต่ออุปกรณ์ที่มี Bluetooth หลายพันล้านเครื่องทั่วโลก


ภาพจาก : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/undocumented-commands-found-in-bluetooth-chip-used-by-a-billion-devices/

จากการนำเสนอการค้นพบดังกล่าวในงาน RootedCON ได้เปิดเผยถึงข้อมูลช่องโหว่ดังกล่าวว่า คำสั่ง HCI ลับทั้งหมดที่ถูกค้นพบนั้นมีอยู่ถึง 29 คำสั่งด้วยกัน เช่น คำสั่งในการควบคุมบงการหน่วยความจำ (Memory Manipulation) ในส่วนของ RAM, Flash, และ อ่านและเขียน (Read/Write), คำสั่งปลอม MAC Address (MAC Address Spoofing) และ คำสั่งยิงแพ็คเกจ LMP/LLCP เป็นต้น

ซึ่งแต่ละคำสั่งล้วนแต่สามารถในระดับสูงในการช่วยให้แฮกเกอร์สามารถฝังมัลแวร์ หรืออัปเดตตัวอุปกรณ์ที่ใช้ชิปดังกล่าวในระดับพื้นฐาน (Low-Level) เพื่อปฏิบัติการในระดับสูงได้ ถ้าผู้โจมตีมีสิทธิ์ในการเข้าถึงตัวระบบในระดับ Root ส่งผลให้ผู้โจมตีนั้นสามารถควบคุมตัวอุปกรณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยทางทีมวิจัยได้ยกตัวอย่างว่า การใช้งานคำสั่งดังกล่าวนั้นสามารถช่วยให้แฮกเกอร์สามารถใช้อุปกรณ์ IoT (Internet-of-Things) ที่ถูกยึดผ่านทางการแฮกชิปดังกล่าว สั่งโจมตีอุปกรณ์ Bluetooth หรือ Wifi ตัวอื่น ๆ ผ่านทางมัลแวร์ที่ฝังไว้ในหน่วยความจำของชิป ESP32 ได้อย่างง่ายดายเพียงการควบคุมการโจมตีของอุปกรณ์ตัวดังกล่าวผ่านทางช่องทาง Bluetooth หรือ Wifi เท่านั้น

ในขณะเดียวกันทาง Espressif ก็ได้ออกมาแก้ต่างหลังจากทราบถึงการนำเสนอช่องโหว่ดังกล่าวต่อสาธารณชนว่า คำสั่งทั้งหมดที่ตรวจพบนั้นเป็นคำสั่งที่เหลือทิ้งไว้เพื่อการทำดีบั๊ก (Debug) เท่านั้น แต่ก็ไม่ได้มีการให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าจะมีการอัปเดตเฟิร์มแวร์เพื่อการนำเอาคำสั่งออกหรือไม่แต่อย่างใด

➤ Website : https://www.thaiware.com
➤ Facebook : https://www.facebook.com/thaiware
➤ Twitter : https://www.twitter.com/thaiware
➤ YouTube : https://www.youtube.com/thaiwaretv

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...