iBank ใช้ดิจิทัลเป็นสื่อกลาง เชื่อมโยงลูกค้า ยกระดับบริการ
เปิดยุทธศาสตร์ 6 แบงก์รัฐ ปี 2568 ออมสิน คงบทบาทธนาคารเพื่อสังคม เน้น Social Impact ธ.ก.ส. เดินหน้าธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน ธอส. พร้อมสนับสนุนคนไทยมีบ้าน มุ่งสู่ธนาคารที่ยั่งยืน SME D Bank ให้ความรู้คู่การเงิน พัฒนาเอสเอ็มอีไทยให้มีศักยภาพ EXIM BANK ตั้งเป้าเป็น Green Development Bank หนุนผู้ส่งออกสู่ GREEN Economy ไอแบงก์ชู แนวคิด Digitalized with Connecting Hearts
ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (iBank) เปิดเผยว่า ธนาคารได้กำหนดทิศทางในการดำเนินงานในปี 2568 ภายใต้แนวคิด “Digitalized with Connecting Hearts ดิจิทัลไลซ์ เชื่อมใจ ผูกพัน” เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นในการใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงผู้คน เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณค่า และยกระดับบริการเพื่อลูกค้าทุกคน ดังนี้
1.มุ่งสู่การเป็นสถาบันการเงินตามหลักชะรีอะฮ์ที่ให้บริการได้อย่างครบวงจร (Muslim Main Bank & Alternative Bank for All) โดยเน้นการดำเนินการตามพันธกิจของธนาคารที่จะให้บริการทางการเงินแก่พี่น้องมุสลิมให้เป็นสถาบันการเงินหลัก และเป็นธนาคารทางเลือกของประชาชนทั่วไป
2.ยกระดับการให้บริการด้านดิจิทัล (Digital Banking Services) ด้วยบริการต่างๆ เช่น การบริจาคซะกาตอิเล็กทรอนิกส์ (e-Zakat) การเปิดบัญชีเงินฝากอิเล็กทรอนิกส์ (e-Savings) และการขอสินเชื่อออนไลน์ เป็นต้น และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานต่างๆ ด้วยการใช้ระบบงานช่วยเหลือด้วยเทคโนโลยี (IT-Assisted System) รวมถึงการใช้ AI และ Data Analytics ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า
3.สร้างความยั่งยืนของการเป็นสถาบันการเงินที่ให้บริการตามหลักชะรีอะฮ์ (Sustainable Banking) ภายใต้การขับเคลื่อนที่มุ่งสู่การเป็นธนาคารทางเลือก การให้บริการทางการเงินแบบดิจิทัล และสร้างความยั่งยืนขององค์กร โดยจะจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านการเงินอิสลาม (Center of Excellence in Islamic Finance)
อีกทั้งธนาคารได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานผ่านกลยุทธ์ “ผลัก+ดัน สู่การเปลี่ยนแปลง” เนื่องจากพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป ลูกค้าคาดหวังความสะดวกสบาย และบริการที่ตอบโจทย์มากขึ้น
ดังนั้น ธนาคารจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลง โดยการปรับกระบวนการทำงานด้วยเทคโนโลยี ผสานการทำงานระหว่าง “คน” และ “ระบบการทำงานอัตโนมัติ” และยกระดับประสิทธิภาพผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อรักษาความมั่นคงของธนาคารท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง โดยมุ่งมั่นทำพันธกิจให้สำเร็จ พร้อมรักษาฐานตลาดที่มีอยู่ และพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ธนาคารได้กำหนดยุทธศาสตร์และทิศทางในการดำเนินงาน เพื่อตอบสนองต่อ ความต้องการ ความคาดหวังของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างครอบคลุม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเพื่อให้มั่นใจอีกว่าธนาคารจะสามารถดำเนินกิจการได้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้”
ดร.ทวีลาภเปิดเผยว่า ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล ธนาคารยังมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่ราบรื่น ปลอดภัย และทันสมัยให้กับลูกค้า โดยมีแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
1.การพัฒนา Mobile Banking และบริการดิจิทัลเพื่อครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม ธนาคารได้พัฒนา ibank Application โมบายล์แบงกิ้งไอแบงก์ที่ให้บริการตามหลักชะรีอะฮ์บนแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ให้สามารถรองรับผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอิสลามสำหรับพี่น้องมุสลิม เช่น e-Zakat และบริการทางการเงินทั่วไปสำหรับลูกค้าทุกศาสนิก เพิ่มฟังก์ชั่นและบริการให้ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ทั้งการโอนเงิน การชำระบิล และการจัดการบัญชีสินเชื่อตามหลักการอิสลาม โดยเสริมมาตรการ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางดิจิทัลและเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้า
2.การขับเคลื่อนองค์กรด้วย Digital Transformation นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ในทุกกระบวนการทำงานขององค์กร (Work Process) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และโปร่งใส พร้อมใช้ AI และ Data Analytics ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงตามความต้องการ ปรับปรุงระบบ Paperless Banking ลดการใช้กระดาษในการทำธุรกรรมภายในสาขาและหน่วยงานต่างๆ ในปี 2568 ธนาคารจะเดินหน้าพัฒนา Digital Service ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าทุกกลุ่มอาชีพและทุกช่วงวัย โดยมีเป้าหมายหลัก ได้แก่
- เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมดิจิทัลได้อย่างสะดวกกว่า ง่ายกว่า ปลอดภัยกว่า ได้ทุกที่ ทุกเวลา
- ยกระดับความปลอดภัยผ่านมาตรฐานการป้องกันความเสี่ยงทางไซเบอร์
- สร้างความผูกพันกับลูกค้า โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ
- พัฒนาช่องทางการให้บริการแบบ Omni-Channel เชื่อมโยงการให้บริการผ่านสาขา เว็บไซต์ และ Mobile Banking อย่างไร้รอยต่อ
“ธนาคารมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร “Digitalized with Connecting Hearts ดิจิทัลไลซ์ เชื่อมใจผูกพันโดยมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย และการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับหลักการอิสลาม”
เปิด 5 มาตรการตามนโยบายรัฐ
พร้อมช่วยประชาชนที่เดือดร้อน
ดร.ทวีลาภเปิดเผยว่า ไอแบงก์มีแนวทางในการตอบสนองนโยบายรัฐบาล ผ่านมาตรการภาครัฐสำคัญๆ ที่ธนาคารเข้าร่วมดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาต่างๆ ทั้งพี่น้องมุสลิมและชาวไทยทั่วไป เช่น กลุ่มผู้มีรายได้น้อย อาชีพอิสระ เกษตรกรรายย่อย และผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและวาตภัย โดยเน้นพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา ปัตตานี สตูล นราธิวาส และ ยะลา) และขยายความช่วยเหลือครอบคลุมทั่วประเทศ ดังนี้
1. โครงการคุณสู้ เราช่วย ที่ดำเนินการร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มที่ประสบปัญหาในการชำระหนี้ ให้สามารถจัดการภาระหนี้ได้อย่างยั่งยืน พร้อมสร้างโอกาสในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชนทั่วประเทศ วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย
2. โครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและวาตภัย เพื่อใช้ปรับปรุง ซ่อมแซม อุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ เช่น โครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและวาตภัยปี 2553 วงเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย
3. สินเชื่อ Soft Loan เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการฟื้นฟูกิจการ ป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย
4. มาตรการไอแบงก์ไม่ทิ้งกัน ธนาคารออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบภัยจากอุทกภัยปี 2567 เพื่อพักชำระหนี้ บรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย รวมถึงสามารถกลับมาประกอบอาชีพ และฟื้นฟูกิจการได้หลังสถานการณ์อุทกภัย วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย
5. ไอแบงก์ SMEs Boost Up ที่มีการลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการสินเชื่อต้นทุนต่ำกับธนาคารออมสินเมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 ในการกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ โดยการสนับสนุนแหล่งทุนให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ ลงทุนในทรัพย์สินถาวรในกิจการ และเป็นค่าใช้จ่ายในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย วงเงินไม่เกิน 40 ล้านบาทต่อราย
ชี้ธุรกิจธนาคารปี 2568
มีทั้งโอกาสและความท้าทาย
ดร.ทวีลาภเปิดเผยว่า ในปี 2568 ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เผชิญกับความท้าทายสำคัญในหลายมิติ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งล้วนมีผลกระทบต่อทิศทางการดำเนินงานของธนาคาร แต่ถึงแม้จะมีความท้าทายหลายด้าน แต่ปี 2568 ก็นำมาซึ่งโอกาสสำคัญที่ไอแบงก์สามารถใช้เป็นกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตและสร้างความแข็งแกร่งในตลาดการเงินอิสลามของไทยและภูมิภาค ดังนี้
1. การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและนวัตกรรมทางการเงิน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) และพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ธนาคารต้องเร่งปรับตัวสู่การให้บริการดิจิทัลเต็มรูปแบบ ทั้งในด้าน Mobile Banking ระบบชำระเงินออนไลน์ และการใช้ AI เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้า ขณะเดียวกัน ธนาคารคำนึงถึงหลักเกณฑ์ กฎระเบียบ และแนวทางการปฏิบัติตามหลักชะรีอะฮ์ในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งถือเป็นโอกาสของธนาคารในการขยายบริการดิจิทัล เช่น ibank Application ที่รองรับธุรกรรมตามหลักชะรีอะฮ์ การใช้ AI และ Big Data ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า และการพัฒนาแพลตฟอร์ม FinTech ร่วมกับพันธมิตร จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ และดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ต้องการความสะดวกและปลอดภัยในการทำธุรกรรม
2. การขยายตลาดการเงินอิสลามและการสร้างการรับรู้ แม้ว่าการเงินอิสลามจะได้รับการยอมรับมากขึ้น แต่ในประเทศไทยยังมีความเข้าใจที่จำกัดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ปราศจากดอกเบี้ย (Riba-Free) ซึ่งอาจทำให้การขยายตลาดเป็นไปอย่างช้าๆ นอกจากนี้ การแข่งขันจากสถาบันการเงินทั่วไปที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ทางเลือกก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องเผชิญ ซึ่งถือเป็นโอกาสของไอแบงก์ที่จะสร้างความเข้าใจและขยายฐานลูกค้าผ่านการให้ความรู้ทางการเงินอิสลามแก่ประชาชน พร้อมกับพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ เช่น สินเชื่อธุรกิจฮาลาล และกองทุนอิสลาม รวมถึงการขยายเครือข่ายบริการสู่ชุมชนมุสลิมทั่วประเทศ
3. การบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลตามหลักชะรีอะฮ์ ไอแบงก์ต้องดำเนินธุรกิจภายใต้กฎระเบียบของสถาบันการเงินทั่วไปและหลักชะรีอะฮ์ ซึ่งหลายกรณีเกี่ยวข้องกับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และบริการใหม่ๆ นอกจากนี้ การบริหารความเสี่ยงด้านเครดิต การลงทุน และสภาพคล่องยังเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องควบคุมให้เกิดความสมดุลระหว่างความสามารถในการทำกำไรและความมั่นคงของธนาคาร
อย่างไรก็ตาม ธนาคารจะใช้ความท้าทายนี้สร้างโอกาสในการเสริมสร้างกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง การพัฒนากลไกการกำกับดูแลที่เป็นมาตรฐานสากล และความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อพัฒนากรอบกฎหมายที่เอื้อต่อการเติบโตของการเงินอิสลาม จะช่วยให้ธนาคารสามารถขยายผลิตภัณฑ์และสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าและนักลงทุนได้ดียิ่งขึ้น
4. ความผันผวนทางเศรษฐกิจและผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ภาวะเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ราคาน้ำมัน และอัตราดอกเบี้ยในตลาดโลก อาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเงินของธนาคาร นอกจากนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังโควิด-19 และนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของภาครัฐเป็นปัจจัยที่จะต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ธนาคารจะปรับกลยุทธ์การลงทุนให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยป้องกันความเสี่ยง เช่น ตราสารการเงินอิสลาม (Sukuk) และผลิตภัณฑ์การลงทุนอิสลาม รวมถึงการให้บริการสินเชื่อที่ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในกลุ่ม SMEs และผู้ประกอบการฮาลาล
5. การสร้างความร่วมมือและขยายเครือข่ายพันธมิตร ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง ไอแบงก์จำเป็นต้องสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อขยายโอกาสในการเติบโต อย่างไรก็ตาม การหาพันธมิตรที่มีแนวทางสอดคล้องกับหลักการอิสลามและเป้าหมายของธนาคารอาจเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและกลยุทธ์ที่เหมาะสม
โดยไอแบงก์จะสร้างความร่วมมือกับสถาบันการเงินอิสลามระดับนานาชาติ เช่น Islamic Development Bank (IsDB) และธนาคารในตะวันออกกลาง เพื่อขยายโอกาสด้านการลงทุนและพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน นอกจากนี้ ความร่วมมือกับ FinTech อิสลาม และผู้ประกอบการฮาลาลจะช่วยให้ธนาคารสามารถสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่แข็งแกร่งและยั่งยืน
ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ฉบับที่ 514 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi
รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี้ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/