โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ก.ล.ต. ลงดาบ “กิติศักดิ์–กิตติ” พร้อมพวก ปมทุจริตซื้อขาย “โมเมนตัม เอส” ตั้งราคาเกินจริง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 11 ธ.ค. 2568 เวลา 12.19 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2568 เวลา 12.19 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานเกี่ยวกับกรณีผู้สอบบัญชีของบริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) หรือ CMO ได้ปฏิบัติตามมาตรา 89/25 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ) แจ้งความผิดปกติจากการตรวจสอบบัญชีประจำปี 2566 ในเดือนตุลาคม 2566 พบธุรกรรมการลงทุนซื้อหุ้นในบริษัทย่อยราย บริษัท โมเมนตัม เอส จำกัด หรือ MTS และรายงานผลการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (Special Audit) ที่ได้จัดทำตามคำสั่งของ ก.ล.ต. และ CMO ส่งให้ ก.ล.ต. ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 นั้น

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้ดำเนินการตรวจสอบธุรกรรมดังกล่าวและพบพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่า อดีตกรรมการ/ผู้บริหารของ CMO 2 ราย ได้แก่ นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ และนายกิตติ พัวถาวรสกุล และพวกอีก 2 ราย ได้แก่ นายสุรเดช ตั้งเสถียรชัยกุล และบริษัท ที มันนี่ (ไทยแลนด์) จำกัด (T-Money) กระทำการทุจริตผ่านการลงทุนซื้อหุ้น MTS

โดยพบว่า นายกิตติศักดิ์ และนายกิตติ นำ T-Money ไปซื้อหุ้น MTS จากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมในราคาทุนเพียง 400,000 บาท ก่อนนำไปขายต่อให้แก่ CMO ในราคา 65 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงเกินกว่าราคาที่สามารถซื้อได้จริง และพบว่าบุคคลดังกล่าวทั้ง 2 รายเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากส่วนต่าง (กำไร) จากการขายหุ้นดังกล่าว เป็นเหตุให้ CMO ได้รับความเสียหาย อันเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ

การกระทำของบุคคล / นิติบุคคลดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 281/2 วรรคสอง ประกอบมาตรา 89/7 และมาตรา 307 มาตรา 311 มาตรา 313 และมาตรา 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา แล้วแต่กรณี ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษบุคคลทั้ง 4 รายต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

รวมทั้ง ก.ล.ต. ยังได้แจ้งการดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ด้วยเนื่องจากเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ที่แก้ไขเพิ่มเติม

ในการถูกกล่าวโทษในข้อหาความผิดที่กล่าว ย่อมเป็นเหตุให้บุคคลข้างต้นเข้าข่ายเป็นผู้มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจและไม่สามารถดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียนตลอดระยะเวลาที่ถูกกล่าวโทษดำเนินคดี นับแต่วันที่ ก.ล.ต. มีหนังสือกล่าวโทษบุคคลดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอศ.

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการกล่าวโทษของ ก.ล.ต. กระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาต่อไปเป็นการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ และการพิจารณาคดีของศาลยุติธรรม ตามลำดับ โดย ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...