โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

การเดินทางของ “ไดฟุกุ” จากฟาสต์ฟู้ดในสมัยเอโดะสู่ขนมหวานยอดฮิตในปัจจุบัน

conomi

อัพเดต 13 ม.ค. 2568 เวลา 13.32 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. 2568 เวลา 00.00 น. • conomi.co

สายหวานที่ชื่นชอบขนมญี่ปุ่นคงไม่มีใครไม่รู้จัก ไดฟุกุ แป้งห่อถั่วแดงลูกกลมนุ่มนิ่ม วากาชิที่เหมาะกับชาเขียวเป็นที่สุด แต่กว่าจะวิวัฒนาการมาเป็นไดฟุกุแบบในปัจจุบัน น้องต้องผ่านอะไรมากมายเลยทีเดียว เราไปดูประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของขนมชนิดนี้กัน!

ขนมไดฟุกุมาจากโมจินกกระทา!?

ไดฟุกุเป็นขนมญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ว่ากันว่ามีต้นกำเนิดมาจาก うずら餅 (uzura mochi) หรือโมจินกกระทา ซึ่งทำขึ้นในช่วงครึ่งหลังของสมัยมุโรมาจิ ที่ชื่อนี้เพราะมีรูปร่างที่ดูเหมือนไข่นกกระทา ในช่วงเวลานั้น น้ำตาลถือเป็นของหรูหราฟุ่มเฟือย คนทั่วไปก็หาใช้ไม่ได้ง่าย ๆ uzura mochi ในสมัยนั้นจึงเป็นไส้ถั่วแดงที่ปรุงรสเกลือ เรียกว่า 塩餡 (shio an)

View this post on Instagram

A post shared by 和菓子処 かんだ和彩 (@kandawasai)

uzura mochi เป็นอาหารที่ทานแล้วอยู่ท้อง อิ่มได้นาน ทำให้มีชื่อเรียกอื่น ๆ อีกว่า 腹太餅 (hara buto mochi) , 大腹餅 (daifuku mochi) หมายถึง โมจิท้องอ้วน และเป็นที่นิยมของคนทั่วไป บ้างก็มีการผสมถั่วลันเตาและหญ้าโยโมกิลงบนผิวภายนอกของโมจิ เพื่อให้มีรสสัมผัสและรสชาติที่หลากหลาย

“โอทามะ” หญิงหม้ายผู้ให้กำเนิดโมจิแบบใหม่สู่ต้นแบบไดฟุกุในปัจจุบัน!

หลังจากผ่านมาในปี 1771 ซึ่งเป็นช่วงครึ่งหลังของสมัยเอโดะ ก็ได้มีขนมโมจิเวอร์ชันใหม่ถือกำเนิดขึ้นมาโดยหญิงหม้ายนามว่า “โอทามะ” ซึ่งอาศัยอยู่ในเอโดะโคอิชิคาวะ และได้ทำขนมโมจิแบบใช้น้ำตาลปรุงรสแทนเกลือ อบบนเตาให้ความร้อนสำหรับขายในฤดูหนาว ในชื่อ お多福餅 (otafuku mochi) ขึ้นมา และว่ากันว่านี่คือ ต้นแบบของไดฟุกุในปัจจุบัน

View this post on Instagram

A post shared by 松井美喜夫 (@matsui_mikio)

หลายสิบปีให้หลัง otafuku mochi ก็กลายเป็นที่นิยมไปทั่วเอโดะในชื่อ 大福餅 (daifuku mochi) อย่างที่เราคุ้นเคยกัน และด้วยความที่เป็นอาหารที่ทานแล้วอยู่ท้อง ไดฟุกุจึงกลายเป็นเหมือนอาหารฟาสต์ฟู้ดที่ฮอตฮิตติดปากกันทั่วบ้านทั่วเมือง อย่างเช่นในหนังสือจากสมัยเอโดะ ก็ได้อธิบายเกี่ยวกับภาพที่พ่อค้านึ่งไดฟุกุร้อน ๆ และเดินขายในคืนฤดูหนาว

การทำขนมไดฟุกุในปัจจุบัน นิยมใช้แป้งกิวฮิซึ่งเป็นแป้งโมจิประเภทหนึ่ง เพื่อไม่ให้ไดฟุกุแข็งง่าย ยังนิ่มตลอดเวลา แต่ในสมัยนั้นจะใช้แป้งโมจิแท้ ๆ ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป ไดฟุกุก็จะแข็งขึ้น จึงต้องนำไปอบหรือนึ่งให้นิ่มก่อนทาน

ในที่สุดไดฟุกุก็แพร่กระจายไปทั่วประเทศจนมีรูปแบบหลากหลายไปตามท้องถิ่น แต่กระนั้น น้ำตาลก็ยังคงถือเป็นสินค้าหรูหราฟุ่มเฟือย ทำให้ในสมัยเมจิและไทโชก็ยังนิยมทาน 塩大福 (Shio daifuku) หรือ ไดฟุกุแบบใส่เกลือกันอยู่ แม้กระทั่งในปัจจุบัน บริเวณรอบ ๆ จังหวัดไซตามะก็นิยมทาน 塩あんびん (Shio anbin) ซึ่งเป็นไดฟุกุแบบไม่หวาน

ไดฟุกุใส่เกลือ (塩大福: Shio daifuku)
ไดฟุกุแบบไม่หวาน (塩あんびん: Shio anbin) ที่นิยมทานกันในแถบรอบจังหวัดไซตามะ

ตั้งแต่นั้นมา ไดฟุกุก็เริ่มได้รับความสนใจจากต่างประเทศในฐานะขนมญี่ปุ่นสมัยเก่า จนกลายเป็นที่รักของผู้คนทั่วโลก

โดยทั่วไปแล้วผู้คนมักมองว่าอาหารที่ดี คืออาหารที่ยังคงสูตรดั้งเดิมโดยไปเปลี่ยนแปลงแม้จะผ่านไปหลายสิบปี แต่ในอีกมุมหนึ่ง อาหารที่ดีก็สามารถนำมาดัดแปลงเป็นรูปแบบใหม่ ๆ ได้ไม่รู้จบ เช่นเดียวกับไดฟุกุผลไม้ที่เริ่มมาจากสตรอเบอรี จนตอนนี้มีทั้งเมล่อน องุ่มมัสแคต ส้ม แตงโม และลูกพีช

ไดฟุกุ
ไดฟุกุ
ไดฟุกุ

น้ำตาลซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นของราคาแพงและไม่ค่อยถูกนำมาใช้ ปัจจุบันก็ได้รับการพัฒนาให้มีคุณสมบัติที่ดีขึ้นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคสมัยใหม่ของไดฟุกุ ส่วนเกลือที่เคยถูกใช้เป็นเครื่องปรุงรสแทนน้ำตาลที่ราคาสูง ตอนนี้ก็ถูกนำมาใช้มากกว่าเดิมเพื่อเสริมรสชาติ เนื่องจากรสของเกลือจะช่วยเพิ่มความหวานได้เป็นอย่างดี

โอ้โหหห กว่าจะมาเป็นไดฟุกุที่ทุกคนชื่นชอบ ไม่คิดเลยว่าขนมญี่ปุ่นแสนอร่อยชนิดนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงมามากมายตั้งแต่อดีต แถมในปัจจุบันยังดัดแปลงเป็นรูปแบบใหม่ ๆ อีกมากมาย ว่าแล้วก็ไปหามาทานมั่งดีกว่า ^^

สรุปเนื้อหาจาก mag.japaaan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...