“กระทรวง อว. - ว.นวัตกรรม ธรรมศาสตร์” หนุนไทยสู่ชาติพร้อมใช้ AI ขับเคลื่อนประเทศ ดึงความร่วมมือองค์กรระดับโลก สู่หัวเรือใหญ่จัดประชุม “IACIO 2024”
กรุงเทพฯ 18 พฤศจิกายน 2567 – วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (CITU) ร่วมกับ International Academy of CIO (IACIO) จัด งานประชุมวิชาการระดับนานาชาติประจําปี 2024 หรือ IACIO 2024 Annual Conference ภายใต้หัวข้อ “Al Applications and Transformation” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิด มุมมองใหม่ในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจในหลากหลาย อุตสาหกรรม โดยงานนี้ได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยด้านสารสนเทศจากทั่วโลก ที่จะมาร่วมแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นและวิธีการใช้งาน AI อันเป็นนวัตกรรมเพื่อผลักดันธุรกิจให้มีความยั่งยืนและเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ ว่าจะเป็นในด้านการผลิต การแพทย์ การเงิน และการขนส่ง พร้อมเจาะลึกประเด็นสําคัญหลายประการ อาทิ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดอันดับรัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคและระดับ โลก ความท้าทายในการนํา AI ไปใช้ในภาครัฐบาล และจัดการในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ แนวทางการสร้าง เครือข่ายทางวิชาชีพ การจัดการ AI การกําหนดบทบาทกลุ่ม CIO ที่ควรจะเป็นสําหรับการนํา AI มาใช้ในองค์กร ในโลกยุคใหม่ ฯลฯ
ศาสตราจารย์ ดร. ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในปีนี้ วิทยาลัยนวัตกรรม ม.ธรรมศาสตร์ได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “IACIO 2024 Annual Conference” ในหัวข้อ “Al Applications and Transformation” เนื่องด้วยปัจจุบันเทคโนโลยี AI เข้ามามี บทบาทสําคัญในทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งในด้านการศึกษา การแพทย์ การเงิน การผลิต ไปจนถึงการขนส่ง ดังนั้นการประชุมดังกล่าวจึงถือว่ามีความสําคัญอย่างมาก โดยในงานได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และผู้นํา องค์กรด้านสารสนเทศจากทั่วโลกมาร่วมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ในการเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต ตลอดจนการรับมือกับความท้าทายและ การใช้เทคฯ AI ในภาคอุตสาหกรรมและภาครัฐบาล
“การที่วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ สะท้อนถึงความ มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนา AI ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในประเทศไทย โดยมุ่งหวังว่าการประชุมครั้ง นี้จะเป็นเวทีที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมจากทั่วโลกได้แลกเปลี่ยนแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการปรับตัวและรับมือกับการ เปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ซึ่งจะนําไปสู่การสร้างโอกาสใหม่ ๆ และการพัฒนาธุรกิจในทิศทางที่ยั่งยืน ตลอดจน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศ ต่อยอดไปถึงการประยุกต์ใช้ในหลากหลายมิติ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการและทิศทางการพัฒนาในอนาคต"
ในขณะเดียวกันภายในงาน IACIO 2024 Annual Conference ตลอดระยะเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 - 19 พฤศจิกายน 2567 ยังเจาะลึกประเด็นสําคัญหลายประการ อาทิ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดอันดับรัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย ซึ่งเป็นการประเมินเปรียบเทียบ กับประเทศอื่น ๆ ทั้งในภูมิภาคและระดับโลก โดยข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากสําหรับการ พัฒนาระบบการบริหารจัดการของภาครัฐในอนาคต เนื่องจากสามารถช่วยให้เรามองเห็นแนวโน้มใน การพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในการนํา เทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับปรุงการทํางานของทุกภาคส่วนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สอดรับกับความ คาดหวังและความต้องการของประชาชนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง
• ความท้าทายในการนํา AI ไปใช้ในภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ความกังวลด้านความ ปลอดภัยข้อมูล ความเป็นส่วนตัว รวมถึงข้อกําหนดทางกฎหมายที่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอสําหรับการ ควบคุมและกํากับดูแลการใช้งาน AI โดยมีนโยบายการพัฒนาทักษะบุคลากรและสร้างความโปร่งใสใน การใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ
แนวทางการสร้างเครือข่ายทางวิชาชีพ (Professional Network) เครือข่ายวิชาชีพที่เข้มแข็งจะช่วย ให้บุคลากรจากภาคส่วนต่าง ๆ สามารถแลกเปลี่ยนความรู้และแบ่งปันประสบการณ์ในการนํา AI ไปใช้
ในองค์กรได้อย่างเหมาะสม
“ในด้านการศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ มีนโยบายการขับเคลื่อนการใช้ AI เพื่อยกระดับสถาบัน โดยมีการปรับ การเรียนรู้ให้เหมาะกับนักเรียนแต่ละคน (Personalized Learning) ทําให้เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและตรง กับความต้องการมากขึ้น ซึ่ง A) จะช่วยจัดการกระบวนการบริหารจัดการ ในการจัดตาราง การจัดทรัพยากร และการลงทะเบียนนักศึกษา ช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนและเกิดการประเมินผลเป็นไปอย่างรวดเร็ว ในภาพรวม AI ยัง ช่วยเปิดโอกาสให้เกิดการเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียมให้กับประชาชนหลายกลุ่มได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ได้มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2573 ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นภูมิภาคที่มี การใช้ AI ในการขับเคลื่อนธุรกิจเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก โดยคาดว่าความต้องการด้าน เทคโนโลยี AI ในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นอีกเป็น 3 เท่า ระหว่างปี พ.ศ. 2570 2580 ส่งผลต่อการเพิ่มมูลค่าทาง เศรษฐกิจให้แก่ประเทศในภูมิภาค โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าการซื้อขายที่เกี่ยวข้องกับ AI จะสูงถึงประมาณ 500,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นโอกาสสําคัญสําหรับธุรกิจท้องถิ่นในการปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีและสร้าง มูลค่าเพิ่ม” ศาสตราจารย์ ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวเพิ่มเติม
ด้าน นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และ นวัตกรรม กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาถือเป็นหัวใจสําคัญที่ จะช่วยให้การพัฒนาเทคโนโลยี AI ในประเทศไทยเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลลัพธ์ที่ดีในเชิงปฏิบัติ ซึ่ง การร่วมมือในการประชุมหารือ IACIO ในครั้งนี้จะช่วยกําหนดทิศทางและเป้าหมายการพัฒนา AI ของประเทศมี ความชัดเจนมากขึ้น ทั้งยังเป็นโอกาสในการประสานพลังร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการจัดสรรทรัพยากร ทั้งบุคลากร เทคโนโลยี และงบประมาณ ที่จะต้องตอบสนองต่อความต้องการและความ เร่งด่วนของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล
"การจัดงานประชุมวิชาการในครั้งนี้ยังมุ่งหวังที่จะเป็นเวทีสําคัญในการสร้างความเข้าใจและส่งเสริมการ ใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพในทุกภาคส่วน เพื่อให้สามารถรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และก้าวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในยุคของการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่ไม่มีที่สิ้นสุด และเป็นโอกาสอันดีในการเรียนรู้และ แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ ซึ่งจะเป็นก้าวสําคัญในการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI อย่างเต็มที่ในอนาคต”
ขณะที่ ดร. ฌอง ปิแอร์ อัฟเฟรต ประธานกรรมการ IACIO กล่าวเสริมว่า ในฐานะที่ IACIO เป็น สมาคมของ CIO ระดับโลก ซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการสารสนเทศจากทั่วโลกกว่า 50 ประเทศ เรามุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและสนับสนุนการใช้มุมมองของ CIO ในการปรับเปลี่ยนและนําเทคโนโลยีมา เพิ่มประสิทธิภาพองค์กรในยุคดิจิทัลที่มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลมีการก้าวหน้า อย่างรวดเร็วและซับซ้อน จนทําให้การบริหารจัดการองค์กรจําเป็นต้องอาศัยแนวทางใหม่ ๆ ที่ทันสมัย ซึ่งจะช่วย ให้ CIO สามารถตอบสนองต่อความท้าทายที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“บทบาทของ CIO จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ดูแลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กรเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่ ในการสร้างกลยุทธ์ที่จะช่วยให้เทคโนโลยีถูกนําไปใช้อย่างมีคุณค่าและมีประสิทธิผลสูงสุด การเตรียมความพร้อม ด้านทักษะความรู้และการเข้าถึงเครื่องมือที่ทันสมัย รวมถึงกรณีศึกษาที่ประสบความสําเร็จ เป็นสิ่งที่ IACIO เล็งเห็นถึงความสําคัญ และมุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับ CIO ทั่วโลก เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาไป พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้อย่างยั่งยืน ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความยั่งยืนในการเติบโตในระยะยาว”
นอกจากนี้ การกําหนดบทบาทของกลุ่ม CIO (Chief Information Officer) ในโลกยุคใหม่ถือเป็นอีกหนึ่ง ประเด็นสําคัญที่จะถูกนําเสนอในงานประชุมครั้งนี้ เรามีความตั้งใจที่จะเน้นย้ำถึงบทบาทที่เหมาะสมในการนํา Al มาใช้งานในองค์กรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในด้านการจัดการและการกํากับดูแลให้ AI ถูกใช้ใน ขอบเขตที่ชัดเจน มีความโปร่งใส และเป็นที่ยอมรับตามหลักการที่เหมาะสม การใช้งาน AI ที่มีกํากับดูแลอย่าง ถูกต้องจะช่วยให้องค์กรมั่นใจได้ว่า AI ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังสอดคล้องกับมาตรฐานด้านจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม และสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://fiacio2024.org/