จิตแพทย์ วิเคราะห์คำตอบ "โอปอล สุชาตา" กับคำว่า "Empathy" เผยไม่คิดว่าจะได้ยิน
เรียกว่าคำตอบทัชใจคนดูไปทั่วโลก สำหรับตัวแทนสายสะพายจากไทย อย่าง “โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี” วัย 21 ปี บนเวที Miss Universe 2024 ที่คว้ารองอันดับ 3 Miss Universe 2024 ไปครอง
ซึ่งในรอบตอบคำถาม 5 คนสุดท้าย คำตอบของโอปอล ทัชใจคนดูเป็นอย่างมาก จนกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกเลยทีเดียว กับคำว่า “Empathy”
โดย นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา” วิเคราะห์คำตอบของ โอปอล สุชาตา กับคำว่า “Empathy” ในมุมมองทางจิตวิทยา โดยระบุว่า
“จากการตอบคำถามรอบ 5 คนสุดท้ายที่ว่า “คุณสมบัติอะไร ที่จะทำให้เป็นผู้นำประสบความสำเร็จ?” โดยโอปอล สุชาตา ช่วงศรี ตอบได้ดีมากๆว่า “ผู้นำมีความสำเร็จต้องมีความเห็นใจผู้อื่น ไม่ว่าคุณจะเก่งขนาดไหน ท้ายที่สุดแล้วคุณต้องมีความเห็นใจผู้อื่น เพื่อเข้าใจคนอื่น แคร์ความเป็นอยู่ของผู้คน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ผู้นำ แต่ต้องเป็นทุกคน นั่นคือสิ่งที่จะทำให้คนเป็นหนึ่งเดียวกันได้”
โดยมีคำศัพท์สำคัญที่หมอไม่คิดว่าจะได้ยิน นั่นคือคำว่า * Empathy * ซึ่งคนทีทื่จะใช้คำนี้ได้นั้น ต้องมีความเข้าใจและคุ้นเคยกับงานด้านจิตวิทยาในระดับหนึ่งเลย
Empathy คืออะไร?
*Empathy* คือความสามารถในการเข้าใจและรับรู้ถึงอารมณ์ ความคิด และมุมมองของผู้อื่น แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามงานวิจัย:
- Cognitive Empathy: การเข้าใจมุมมองของผู้อื่นโดยใช้เหตุผล เช่น การเข้าใจว่าทำไมคน ๆ นั้นถึงรู้สึกหรือแสดงพฤติกรรมแบบนั้น
- Emotional Empathy: การสัมผัสหรือรู้สึกตามอารมณ์ของผู้อื่น เช่น การรู้สึกเศร้าตามเมื่อเห็นคนอื่นร้องไห้
- Compassionate Empathy: ความเข้าใจและมีแรงผลักดันที่จะช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อเห็นพวกเขาต้องการการช่วยเหลือ
Empathy ไม่ใช่แค่คุณสมบัติที่สำคัญของผู้นำ แต่ยังเป็นพื้นฐานของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในทุกมิติ ตั้งแต่ครอบครัว เพื่อน ไปจนถึงองค์กร
ประโยชน์ของ Empathy
- พัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น
การมี Empathy ช่วยให้เราสามารถสื่อสารและเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นได้ดีขึ้น ลดความขัดแย้งและสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
- ลดความเครียดในที่ทำงาน
ในองค์กรที่ผู้นำมี Empathy จะช่วยลดความกดดันในที่ทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างทีมที่มีความสามัคคี
- ส่งเสริมสุขภาพจิตของทั้งผู้ให้และผู้รับ
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนแสดงให้เห็นว่า Empathy ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด (*cortisol*) และเพิ่มความพึงพอใจในชีวิตของผู้ที่แสดง Empathy
- สร้างชุมชนที่เข้มแข็ง
Empathy ช่วยให้เรามองเห็นความต้องการของคนในสังคม เป็นรากฐานของการช่วยเหลือและการอยู่ร่วมกัน
วิธีพัฒนา Empathy
- ฝึกฟังอย่างตั้งใจ (Active Listening): ให้ความสนใจอย่างแท้จริงกับสิ่งที่คนอื่นพูด โดยไม่ตัดสินหรือตอบโต้ทันที
- ตั้งคำถามเชิงบวก: การถามว่า "คุณรู้สึกยังไง?" หรือ "ฉันช่วยอะไรได้บ้าง?" ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้แสดงความรู้สึก
- สร้างประสบการณ์ร่วม: การลองทำกิจกรรมในมุมมองของคนอื่นช่วยเพิ่มความเข้าใจและลดอคติ
- ฝึกการมองโลกในมุมของผู้อื่น (Perspective-Taking): ลองตั้งคำถามกับตัวเอง เช่น "ถ้าฉันเป็นเขา ฉันจะรู้สึกยังไง?"
- ฝึกการแสดงออกทางอารมณ์: เช่น การกล่าวคำปลอบใจหรือให้กำลังใจเมื่อคนรอบตัวรู้สึกแย่
คำเตือนในการใช้ Empathy
Empathy ควรถูกใช้ด้วยความสมดุล เพราะการใส่ใจความรู้สึกของผู้อื่นมากเกินไปโดยไม่ดูแลตนเอง อาจนำไปสู่ภาวะเหนื่อยล้าทางอารมณ์ (*emotional burnout*)”