“คาร์มาร์ท” ดาหน้าบุกอเมริกา ตั้งเป้า 3 ปีรายได้แตะหมื่นล้าน
“คาร์มาร์ท” ทุ่มงบฯ 200 ล้านบาท ผุดสำนักงานใหญ่รับมือสมรภูมิความงาม 2.8 แสนล้าน เดินหน้าผนึกอินฟลูเอนเซอร์ปั้นแบรนด์ใหม่ ชูกลยุทธ์ “Unique Beauty Solutions” เจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน พร้อมประกาศบุกตลาดอเมริกาเต็มสูบ ตั้งเป้าภายใน 3 ปี รายได้ทะลุหมื่นล้านบาท
นายวงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงมีความท้าทาย แต่ธุรกิจความงามยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยคาดว่าตลาดรวมในปี 2567 จะมีมูลค่า 2.8 แสนล้านบาท เติบโต 9-10% จากปีก่อนหน้า
โดยมีปัจจัยหนุนจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาเลือกใช้สินค้าแบรนด์ไทยมากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสของแบรนด์ไทยในยุคนี้ หลังจากที่ผ่านมาตลาดถูกครองโดยแบรนด์จากยุโรป สหรัฐ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
รับมือสินค้าจีนบุกไทย
รวมถึงบริษัทยังมองว่าการแข่งขันในตลาดจะมีความรุนแรงมากขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการรุกเข้ามาของแบรนด์จีน หลังจากที่สหรัฐอเมริกามีแนวโน้มใช้นโยบายขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ในสมัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังจะมาถึง
ส่งผลให้ผู้ผลิตจีนเร่งขยายการส่งออกโดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนซึ่งไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายสำคัญ จึงเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับการชิงส่วนแบ่งตลาดด้วยกลยุทธ์ราคาของแบรนด์จีน ที่ใช้ข้อได้เปรียบจากการมีกำลังผลิตสูงกว่าไทยถึง 2 เท่า
“ต้องยอมรับว่าสินค้าจีนมีราคาถูกมาก และบางส่วนก็เข้ามาแบบไม่ถูกกฎหมาย ไม่มีการเสียภาษี ซึ่งแตกต่างจากของเราที่ดำเนินธุรกิจถูกต้องทุกขั้นตอน แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่นิ่งนอนใจและหันมาพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ที่จะเน้นชูเรื่องของคุณภาพ และความคุ้มค่า เพื่อที่จะสามารถแข่งขันกับแบรนด์จีน และแบรนด์ต่างชาติอื่น ๆ ได้”
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตโฟลิโอสินค้ารวม 20 แบรนด์ ครอบคลุมทั้งเมกอัพ สกินแคร์ และอาหารเสริม โดยแบ่งเป็นแบรนด์ที่พัฒนาขึ้นเอง 9 แบรนด์ และร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ 11 แบรนด์ โดยมีแบรนด์เรือธงอย่าง Cathy Doll และ Baby Bright ที่ติดอันดับท็อป 5 ในใจผู้บริโภค
ผนึกพาร์ตเนอร์-สร้างการเติบโต
นางสาวชลธิดา สถาวรวิจิตร รองกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจจากนี้ไป บริษัทจะมุ่งเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าระดับกลางและบนมากขึ้น ผ่านกลยุทธ์ “Unique Beauty Solutions” โดยจะผสานนวัตกรรมและการสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์
ควบคู่ไปกับการใช้กลยุทธ์ Influencer Marketing ที่ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของคาร์มาร์ท โดยเบื้องต้นยังคงมองหาพาร์ตเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีชื่อเสียงในวงการความงามเพื่อร่วมกันสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง
โดยปัจจุบันคาร์มาร์ทครองส่วนแบ่งตลาดกลุ่มเครื่องสำอางระดับกลางถึงพรีเมี่ยมกว่า 15% โดยมีแบรนด์ Cathy Doll และ Baby Bright เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
“การร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ โดยเฉพาะบิวตี้บล็อกเกอร์ เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตให้กับคาร์มาร์ท โดยแต่ละแบรนด์ที่เกิดจากการร่วมมือ ล้วนมีจุดแข็งและกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน”
มุ่งขยายช่องทาง-สินค้าใหม่
ขณะเดียวกันในปี 2568 ที่จะถึงนี้ มีแผนที่จะลอนช์สินค้าใหม่อีกกว่า 1,200 SKU เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าขึ้นจากในปี 2567 ที่ลอนช์สินค้าใหม่ไปกว่า 800 SKU ตลอดจนยังคงเดินหน้าขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมทุกช่องทางทั้ง Modern Trade, Traditional Trade, Karmart Shop, e-Commerce และช่องทางใหม่ ๆ เช่น ร้านขายยา เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนลงทุน 200 ล้านบาท สร้างสำนักงานแห่งใหม่ที่จะเป็นทั้งออฟฟิศ และศูนย์กระจายสินค้าบนพื้นที่กว่า 20,000 ตร.ม. ย่านบางแค เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ โดยจะเริ่มก่อสร้างในปี 2568 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 ปี
อย่างไรก็ตาม ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดที่แข็งแกร่ง และการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายปี 2568 ไว้ที่ 4,000 ล้านบาท ส่วนปี 2567 คาดว่าจะอยู่ที่ 3,250 ล้านบาท และคาดว่าภายในปี 2570-2571 จะมีรายได้แตะ 10,000 ล้านบาท
ดาหน้าบุก “สหรัฐอเมริกา”
ขณะที่นายพงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานตลาดและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า นอกเหนือจากแผนการขยายตลาดในประเทศแล้ว ในส่วนของตลาดต่างประเทศภายใน 3-5 ปีข้างหน้า บริษัทจะมุ่งสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก โดยจะโฟกัสที่ตลาดอาเซียน ยุโรป และสหรัฐอเมริกามากขึ้น หลังจากที่ปัจจุบันมีส่งออกไปแล้วกว่า 30 ประเทศ
โดยแนวทางการบุกตลาดอเมริกา เบื้องต้นเริ่มทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง Amazon แล้ว และกำลังอยู่ระหว่างเจรจากับพาร์ตเนอร์ เพื่อขยายช่องทางค้าปลีกแบบเฉพาะทาง ส่วนกลยุทธ์หลักที่จะใช้เข้าไปบุกตลาดอเมริกา คือ การสร้างแบรนด์ใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในตลาดนี้โดยเฉพาะ และการนำแบรนด์เดิมที่ได้รับความนิยมในไทยเข้าไปทำตลาด โดยอาจจะมีการปรับแพ็กเกจจิ้งให้เหมาะสม
จากแผนการขยายตลาดต่างประเทศนี้คาดว่าจะทำให้สัดส่วนยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 15% ภายใน 3 ปี และ 20% ภายใน 7 ปี จากปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนยอดขายต่างประเทศอยู่ที่ 13% ขณะที่ในประเทศมีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 87%
“เราเชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพของแบรนด์ไทย และความแข็งแกร่งของบริษัทจะทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “คาร์มาร์ท” ดาหน้าบุกอเมริกา ตั้งเป้า 3 ปีรายได้แตะหมื่นล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net