โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

ป้ายยา! นั่งรถไฟ Local ตะลอนโทโฮคุชิวๆ ในฤดูหนาว

conomi

อัพเดต 12 มี.ค. 2568 เวลา 17.10 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2567 เวลา 12.00 น. • conomi.co

สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น JR Times by JR East ก็เป็นเว็บหนึ่งที่เหมาะกับการทำการบ้านเพื่อเตรียมทริปลุยญี่ปุ่น โดย JR Times by JR East เป็นเว็บไซต์ที่รวมทุกบทความเกี่ยวกับรถไฟที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ ซึ่งรวมถึงบทความรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวเด็ด ๆ ห้ามพลาดที่สามารถนั่งรถไฟไปได้ รีวิวรถไฟสุดพิเศษของ JR East และอีกมากมาย!

คนที่ชอบเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูหนาวอาจจะเลือกไปฮอกไกโดกันเป็นหลัก แต่ถ้าอยากหลบผู้คนล่ะก็ โทโฮคุก็เป็นอีกที่หนึ่งที่มีหิมะหนาปุยและมีเสน่ห์ไม่แพ้กัน ซึ่งวิธีเที่ยวโทโฮคุในฤดูหนาวให้สนุกมีมากมาย ตั้งแต่การไปเที่ยวตามเทศกาลฤดูหนาว การเล่นสกี ไปจนถึงการเที่ยวแบบ Slow Life โดยนั่งรถไฟเที่ยวย่านชนบทเพื่อสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่น และถ้าการนั่งรถไฟเที่ยวแบบนี้คือ Vibe การเที่ยวที่เพื่อน ๆ กำลังมองหาล่ะก็ เรามีรีวิวการเที่ยวไปตามทางรถไฟสายท้องถิ่นในโทโฮคุจากคุณ Kevin Koh มาฝากกัน!

ท่องแดนหิมะไปกับทางรถไฟท้องถิ่นโทโฮคุในฤดูหนาว

รถไฟท้องถิ่นโทโฮคุ

เวลานั่งรถไฟเที่ยวในทริปวันหยุด คุณจะใช้เวลาบนรถกันอย่างไรกันบ้าง? บางคนอาจจะถ่ายรูปบรรดารถไฟที่คุณเจอไว้หลายรูป โดยเฉพาะ รถไฟพิเศษเช่นรถจักรไอน้ำหรือบรรดารถไฟ Joyful Train

ด้วยทางรถไฟท้องถิ่นมากมายในญี่ปุ่นที่มีทั้งของ JR และไม่ใช่ของ JR แบบนี้ จึงมีรถไฟให้นั่งและวิวให้มองเยอะไม่หวาดไม่ไหวแน่นอน! แม้ญี่ปุ่นจะสวยงามในทุกฤดู แต่ผมชอบการนั่งรถไฟยาวๆ ในฤดูหนาวเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หิมะจะเปลี่ยนวิวรอบข้างให้ดูราวกับภาพวาดหมึกสีขาวดำ และนี่คือบางส่วนของทางรถไฟท้องถิ่นในภูมิภาคโทโฮคุ (東北地方 Tōhoku-chihō) ที่ผมชอบเดินทางและถูกบริหารโดย JR East!

ทางรถไฟสาย Kitakami (北上線)

รถไฟขาเข้าของทางรถไฟสาย Kitakami ที่รอเวลาออกรถ ณ สถานี Hotto-Yuda (เครดิตภาพ: Kevin Koh)

ทางรถไฟสาย Kitakami (北上線 Kitakami-sen) เชื่อมสถานี Kitakami (北上駅 Kitakami-eki) ในเมืองคิตาคามิ (Kitakami City) ของจังหวัดอิวาเตะกับสถานี Yokote (横手駅 Yokote-eki) ในเมืองโยโกเตะ (Yokote City) ของจังหวัดอาคิตะ ด้วยระยะทาง 61 กม. เท่านั้น ทางรถไฟสายนี้จึงไม่ได้เป็นทางรถไฟที่ยาวแต่อย่างใดเลย ยิ่งเมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่ภูมิภาคโทโฮคุและทางรถไฟสายอื่นที่วิ่งผ่านในพื้นที่แล้วด้วย ตั้งแต่ที่ทางรถไฟสายนี้สร้างเสร็จในปี 1924 ทางรถไฟสาย Kitakami ได้ทำหน้าที่สำคัญมากมาย โดยเฉพาะในช่วงก่อนการสร้าง Tohoku Shinkansen และ Akita Shinkansen ขึ้นมา

รถไฟขาออกขบวนแรกของทางรถไฟสาย Kitakami ที่รอออกรถ ณ ชานชลา 0 ของสถานี Kitakami (เครดิต: Kevin Koh)

อย่างแรกที่ทำให้ผมสนใจทางรถไฟสาย Kitakami ก็คือการที่รถไฟของทางรถไฟสาย Kitakami ออกวิ่งจากชานชลา 0 แม้ผมจะใช้ชีวิตและนั่งรถไฟในญี่ปุ่นมาแล้วเป็นปี แต่นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่ผมเจอรถไฟที่ออกวิ่งจากชานชลา 0 โดยปัจจุบันมีสถานีรถไฟราว 35 สถานีที่ใช้งานชานชลา 0 อยู่

ครั้งแรกที่ผมเห็นการระบุชานชลาด้วยเลข 0 ผมก็มีคำถามในใจ ทำไมถึงเป็นเลข 0? ชานชลานี้จะอยู่ตรงไหนของสถานี ในเมื่อสถานีส่วนมากจะเริ่มที่ชานชลา 1? ชานชลานี้จะหน้าตาเป็นอย่างไร? ผมได้คำตอบเมื่อผมมาถึงที่ชานชลาในเช้าวันที่ผมจะเดินทางบนทางรถไฟสาย Kitakami ชานชลา 0 เป็นชานชลาที่หลบอยู่ตรงริมสถานีและมีแป้นปะทะ (Buffer Stop) ที่สุดสาย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสถานีปลายทางทั้งหมด สิ่งที่น่าสนใจก็คือตัวชานชลาจะสั้นกว่าที่อื่นๆ ของทางรถไฟสายหลัก Tohoku (Tōhoku Main Line) อย่างเห็นได้ชัด อาจจะเพราะรถไฟที่วิ่งตามทางรถไฟสาย Kitakami ไม่ได้บรรทุกผู้โดยสารมากขนาดนั้น จึงมีจำนวนตู้รถที่น้อยกว่า

วิวฤดูหนาวที่คินชูโกะ

วิวทะเลสาบคินชูโกะในฤดูหนาว (เครดิตภาพ: 西和賀町 / 橋本翔也様)

แม้ทางรถไฟจะวิ่งใกล้หรือวิ่งไปตามแม่น้ำวากะ (和賀川 Waga-gawa) อยู่พอสมควร แต่บรรดาวิวที่ยิ่งใหญ่ที่คุณจะเห็นได้นั้นอยู่ที่บริเวณสถานี Wakasennin (和賀仙人駅 Wakasennin-eki) เป็นต้นไป ถือเป็นระยะทางหนึ่งในสามของทางรถไฟ หลังการก่อสร้างเขื่อนยูดะ (Yuda Dam) เสร็จสมบูรณ์ในปี 1964 ทะเลสาบที่เป็นผลพลอยได้นั้นถูกตั้งชื่อว่าคินชูโกะ (錦秋湖, Kinshūko) และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวหลักของเขตวากะในจังหวัดอิวาเตะที่ทางรถไฟสาย Kitakami วิ่งผ่านจนถึงทุกวันนี้ รถไฟจะวิ่งบนรางยกระดับไปตามริมฝั่งและข้ามทะเลสาบคินชูโกะ และภาพของขบวนรถไฟที่ตัดกับผืนน้ำสีฟ้าของทะเลสาบโดยมีภูเขาเป็นฉากหลัง วิวสวยแบบนี้จะให้พลาดไปได้อย่างไร!

รถไฟของทางรถไฟสาย Kitakami กำลังวิ่งอยู่บนสะพานสีแดงข้ามทะเลสาบคินชูโกะที่ปกคลุมด้วยหิมะ (เครดิตภาพ: 西和賀町 / 橋本翔也様)

ครั้งแรกที่ผมนั่งทางรถไฟสายนี้ ผมตะลึงงันไปกับความงามของวิวที่เห็น สีแดงของสะพานทางรถไฟทอดข้ามแม่น้ำวากะโดดเด่นยิ่งกว่าเคยท่ามกลางหิมะที่ปกคลุมยอดเขาและคลุมผิวน้ำทะเลสาบคินชูโกะที่จับเป็นน้ำแข็ง ดูแล้วไม่ต่างกับภาพวาดพู่กันขาวดำที่สายตาของคนดูจะจับจ้องไปที่สีแดงเด่นของภาพวาด

ผ่อนคลายกับออนเซ็นที่สถานี Hotto-Yuda

สถานี Hotto-Yuda หนึ่งในสถานีหลักของทางรถไฟ ประตูทางซ้ายที่มีม่านสีน้ำเงินคือทางเข้าออนเซ็น (เครดิตภาพ: Kevin Koh)

คงพูดได้ว่ากิจกรรมที่น่าสนใจที่สุดที่ต้องไปสัมผัสให้ได้ของทางรถไฟสายนี้อยู่ ณ สถานี Hotto-Yuda (ほっとゆだ駅 Hotto-Yuda-eki) หนึ่งในสถานีไม่กี่แห่งที่มีพนักงานประจำอยู่ของทางรถไฟสายนี้ ซึ่งในจำนวนนั้นมีสถานีปลายทางอีกสองแห่งรวมอยู่ด้วย สิ่งที่ทำให้สถานี Hotto-Yuda โดดเด่นก็คือการเป็นที่แรกในญี่ปุ่นที่มีออนเซ็นให้บริการอยู่ในตัวอาคารสถานี ตัวออนเซ็นนั้นถูกสร้างในปี 1989 ซึ่งเป็นเวลาไม่นานหลังจากที่อดีต Japanese National Railways (JNR) ถูกปรับให้เป็นของเอกชนและ JR East เข้ามาดูแลการให้บริการของทางรถไฟสาย Kitakami แทน

ระบบสัญญาณไฟจราจรที่มีไว้บอกเวลาในออนเซ็นที่สถานี Hotto-Yuda (เครดิตภาพ: 西和賀町商工観光課)

สถานี Hotto-Yuda เป็นเพียงหนึ่งในสถานีจำนวน 20 แห่งในญี่ปุ่นที่ผู้ใช้บริการรถไฟสามารถผ่อนคลายด้วยการแช่น้ำร้อนได้แทบจะในทันทีหลังจากลงรถ นอกจากจะเป็นที่แรกแล้ว สิ่งที่ทำให้สถานีแห่งนี้ต่างจากที่อื่นก็คือการมีไฟจราจรติดตั้งอยู่ในโซนอาบน้ำ ซึ่งไฟจราจรนี้ทำหน้าที่เป็นตัวจับเวลาเพื่อเตือนผู้ใช้บริการว่ารถไฟขบวนถัดไปจะมาเมื่อไหร่นั่นเอง ไฟสีเขียวจะขึ้น ณ เวลา 45 ก่อนรถไฟมา ไฟเหลืองจะขึ้น ณ เวลา 30 นาทีล่วงหน้า และไฟแดงที่ 15 นาทีล่วงหน้า คุณจะเห็นระบบนี้ได้ในอีกที่เดียวในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น (ที่สถานี Minami-Kodakara-Onsen ในจังหวัดกิฟุ)

ทางรถไฟสาย Hanawa (花輪線)

สถานี Araya-Shinmachi ของทางรถไฟสาย Hanawa หนึ่งในสถานีไม่กี่แห่งที่รถไฟที่รถไฟสามารถวิ่งผ่านกันได้ (เครดิตภาพ: kimagurenote / CC BY-NC-SA 2.0)

ทางรถไฟสายถัดไปของบทความนี้ก็มีสถานีปลายทางอยู่ที่จังหวัดอิวาเตะและจังหวัดอาคิตะเช่นเดียวกันกับทางรถไฟสาย Kitakami โดยทางรถไฟสาย Hanawa (花輪線 Hanawa-sen) นี้เชื่อมระหว่างสถานี Kōma (好摩駅 Kōma-eki) ในจังหวัดอิวาเตะและสถานี Ōdate (大館駅 Ōdate-eki) ในจังหวัดอาคิตะ แต่ที่จริงแล้วขบวนรถไฟจะเริ่มให้บริการที่สถานี Morioka ถ้าคุณอยากจะลองเดินทางบนทางรถไฟสาย Hanawa จากฝั่งจังหวัดอิวาเตะล่ะก็ คุณสามารถไปถึงได้ง่ายๆ จากสถานี Morioka

เช่นเดียวกันกับทางรถไฟสายท้องถิ่นอื่นๆ ที่หยิบยกขึ้นมาในบทความนี้ ปัจจุบันทางรถไฟสาย Hanawa แทบจะให้บริการผู้คนในท้องถิ่นโดยเฉพาะ ยกเว้นบรรดาคนรักกีฬาฤดูหนาวที่มักมาเยือนลานสกีที่ตั้งอยู่ตามเส้นทางรถไฟสายนี้

วิวฤดูหนาวบนทางรถไฟสาย Hanawa

วิวที่เห็นได้ตามทางรถไฟสาย Hanawa ในฤดูหนาว (เครดิตภาพ: Kevin Koh)

อีกชื่อหนึ่งของทางรถไฟสายนี้คือทางรถไฟสาย Towada-Hachimantai Shikisai (十和田八幡平四季彩ライン) และอย่างที่ชื่อบอกเลย วิวตามทางรถไฟสาย Hanawa นี้สวยงามตลอดทั้งปี เพราะรถไฟจะวิ่งไปตามแนวแม่น้ำโยเนะชิโระ (米代川 Yoneshiro-gawa) ในโอดาเตะ ลัดเลาะไปมาผ่านพื้นที่ฮาจิมันไต (八幡平) ที่เด็มไปด้วยภูเขาระหว่างจังหวัดอาคิตะและจังหวัดอิวาเตะ ผ่านไร่ทุ่งในจังหวัดอิวาเตะและมุ่งหน้าไปยังสถานี Kōma ด้วยความที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขา จึงมีหิมะตกหนาตลอดทางรถไฟ และการได้มองออกไปเห็นยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะและผืนป่าสีขาวระหว่างที่รถไฟวิ่งผ่านทางที่ดูเหมือนอุโมงค์หิมะนั้นเป็นภาพตรึงตาที่จะเห็นได้จากข้างในรถไฟ

แม่น้ำโยเนะชิโระที่เห็นได้จากทางรถไฟสาย Hanawa และทางข้ามรางรถไฟที่เห็นได้จากข้างในรถไฟ (เครดิตภาพ: kimagurenote / CC BY-NC-SA 2.0)

ไฮไลท์พิเศษเลยก็คือวิวที่เราถ่ายรูปเก็บไว้ได้ ฮาจิมันไตเป็นพื้นที่ที่มีภูเขามากมาย รวมถึงภูเขาอิวาเตะ (岩手山 Iwate-san) สุดยิ่งใหญ่ที่เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดของและเป็นความภาคภูมิใจของคนจังหวัดอิวาเตะด้วย ระหว่างที่รถไฟวิ่งไปตามพื้นที่ของจังหวัดอิวาเตะ เราจะเห็นภูเขาอิวาเตะได้จากบนรถไฟ และเป็นโอกาสให้ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปได้อย่างเหลือเฟือ!

รถไฟของทางรถไฟสาย Hanawa ที่กำลังผ่านนาข้าวที่ปกคลุมด้วยหิมะโดยมีภูเขาอิวาเตะเป็นฉากหลัง (เครดิตภาพ: JR East / Go Takahashi)

ชิมโทริเมชิสักนิดที่สถานี Ōdate

โรงงาน Hanazen ที่มีร้านอาหารในตัว รวมถึงเอกิเบ็นฮิไนจิโดริ โทริเมชิ (เครดิตภาพ: Kevin Koh)

ประสบการณ์หนึ่งที่หาที่อื่นได้ยากก็คือการได้ชิมเอกิเบ็นที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ๆ ที่สถานี Ōdate ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Hanazen (花善) บริษัทเอกิเบ็นท้องถิ่นที่เริ่มกิจการในฐานะมุมจำหน่ายเบ็นโตะในเรียวกังแห่งหนึ่งเมื่อปี 1899 ในขณะที่บริษัทเอกิเบ็นส่วนมากจะผลิตเอกิเบ็นหลายแบบ แต่ Hanazen จะผลิตเอกิเบ็นเพียงแบบเดียวอยู่ไม่กี่สูตรเท่านั้น นั่นคือโทริเมชิ (鶏めし) เมนูที่ข้าวจะถูกหุงด้วยน้ำซุปรสเลิศพร้อมเนื้อไก่และรากโกโบ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงอื่นๆ เห็นเรียบง่ายแบบนี้ แต่โทริเมชิ เอกิเบ็นของ Hanazen พิสูจน์คุณภาพความอร่อยมาแล้วด้วยการชนะรางวัลประกวดเอกิเบ็นที่จัดโดย JR East มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2014 และถูกพูดถึงในสื่อมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งโทริเมชิอร่อยมากจน Hanazen เปิดสาขาในปารีสมาแล้วเมื่อปี 2018

ฮิไนจิโดริ โทริเมชิ (比内地鶏鶏めし Hinai-jidori-torimeshi) ของ Hanazen จัดเป็นหนึ่งในสามเอกิเบ็นอันดับต้นๆ ในใจผม และผมมักจะซื้อมันซ้ำแล้วซ้ำอีกระหว่างอยู่ที่จังหวัดอาคิตะ แม้ว่าจะยังมีเอกิเบ็นอีกมากมายที่ผมยังไม่ได้ลองก็ตาม! ความลับของมันนั้นอยู่ที่เนื้อไก่ที่ใช้ โดยฮิไนจิโดริ (比内地鶏) เป็นไก่ที่ถูกเพาะเลี้ยงในท้องถิ่นและถือเป็นหนึ่งในสามพันธุ์ไก่ที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่น ในจำนวนนั้นมีไก่ซัตสึมะของจังหวัดคาโกชิมะและโคจินของนาโกยะ

ทางรถไฟสาย Yonesaka (米坂線)

รถไฟขบวนหนึ่งกำลังออกจากสถานี Minami-Yonezawa บนทางรถไฟสาย Yonesaka เพื่อมุ่งหน้าไปยัง Yonezawa และหน้าตาข้างนอกของสถานี (เครดิตภาพ: Kevin Koh)

ขณะที่ทางรถไฟอีกสองสายที่หยิบยกมาในบทความนี้ล้วนอยู่ในภูมิภาคโทโฮคุ แต่ที่สุดท้ายที่จะขอพูดถึงนั้นเป็นเส้นทางรถไฟที่เริ่มจากพื้นที่ในโทโฮคุและมาจบที่จังหวัดนีงาตะ ทางรถไฟสาย Yonesaka (米坂線 Yonesaka-sen) เชื่อมระหว่างสถานี Yonezawa (米沢駅 Yonezawa-eki) ในเมืองโยเนะซาว่าจังหวัดยามากาตะกับสถานี Sakamachi (坂町駅 Sakamachi-eki) ในเมืองมุราคามิ (Murakami City) จังหวัดนีงาตะ และเป็นอีกทางรถไฟสายท้องถิ่นที่โดดเด่นเรื่องวิวสุดตื่นตาในฤดูหนาว

รถด่วน Rapid Benibana ที่รอออกรถที่สถานี Oguni (เครดิตภาพ: Kevin Koh)

วิวฤดูหนาวตามทางรถไฟสาย Yonesaka

วิวบางส่วนที่เห็นได้ตามทางรถไฟสาย Yonesaka ในฤดูหนาว (เครดิตภาพ: Kevin Koh)

ด้วยความที่พื้นที่รอบๆ ทางรถไฟสาย Yonesaka นั้นเต็มไปด้วยภูเขา ทำให้พื้นที่เมืองต่างๆ ที่ทางรถไฟผ่านจะมีหิมะตกหนามากในฤดูหนาว โดยเฉพาะที่โอกุนิ (Oguni) ซึ่งหิมะมักจะปกคลุมหนากว่า 2 เมตร ผมยังจำตอนที่มองออกไปหน้าต่างหลังจากรถไฟออกจากสถานี Oguni ได้สักพักและรู้สึกทึ่งว่าหิมะทับถมสูงขนาดไหน ซึ่งมันเยอะมากจนทุกอย่างรอบๆ ตัวผมกลายเป็นสีขาวหมดจนแทบจะมองอะไรรอบตัวไม่ออกเลย ยิ่งไปกว่านั้น เพราะพื้นที่เมืองโยเนะซาว่ามีลักษณะเป็นแอ่งที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขามากมาย พื้นที่แห่งนี้จึงมีหิมะตกเยอะและเอื้อให้ผู้โดยสารมีโอกาสเห็นวิวหิมะมากมายระหว่างเดินทางไปตามทางรถไฟสายนี้ในฤดูหนาว

ศาลเจ้าที่ปกคลุมด้วยหิมะในเมืองโยเนะซาว่า (เครดิตภาพ: Kevin Koh)

ตอนที่ผมลงรถที่สถานี Minami-Yonezawa (南米沢駅 Minami-Yonezawa-eki) เพื่อเดินรอบๆ ท่ามกลางหิมะและสำรวจเมืองโยเนะซาว่า ผมก็เห็นซุ้มประตูโทริอิของศาลเจ้าตั้งจมอยู่ลึกในชั้นหิมะ รวมถึงหลังคาอาคารไม้เก่าๆ ของ Kojima Brewery ที่ถูกปกคลุมด้วยชั้นหิมะหนาสีขาว ภาพที่เห็นนี้ทำให้ผมรู้สึกเงียบสงบในใจมากๆ ได้อย่างบอกไม่ถูก แต่พอผ่านไปสักพักก็เริ่มหนาวๆ ขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน เพราะมีหิมะเข้าไปละลายอยู่ในรองเท้าบู้ทของผม แต่สำหรับคนที่มาจากประเทศเขตร้อนชื้นล่ะก็ วิธีสัมผัสความเย็นเฉียบของฤดูหนาวที่ดีที่สุดก็คงเป็นวิธีนี้ซึ่งเป็นแบบเดียวกันกับที่คนท้องถิ่นสัมผัสกัน

ยังมีอะไรอีกมากที่รออยู่บนทางรถไฟทั้ง 3 สายนี้!

ที่จริงแล้วทางรถไฟทั้ง 3 สายที่เราดูกันไปยังมีอะไรดีๆ รออยู่อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสระบบ Switchback ของรถไฟที่หาได้ยาก และการนั่งชมวิวสวยๆ ของแม่น้ำอาราคาวะจากบนรถไฟเป็นต้น! ใครอยากจัดทริปนั่งรถไฟชิวๆ เที่ยวญี่ปุ่นฤดูหนาวแบบ Slow Life ก็ลองมาดูข้อมูลเพิ่มเติมในบทความ “ท่องแดนหิมะไปกับทางรถไฟท้องถิ่นโทโฮคุในฤดูหนาว” ไว้เป็นโพยกันได้เลย จิ้มลิ้งก์ข้างล่างโลด!

Tohoku Winter Local Train Banner JR

เก็บกระเป๋าขึ้นรถไฟตะลุยโทโฮคุกันเถอะ!

หากอ่านบทความแนะนำจากเราไปแล้วรู้สึกอยากจัดทริปเที่ยวโทโฮคุด้วยรถไฟแบบนี้ขึ้นมา แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี เราก็มีตัวช่วยแสนสบาย 2 ทางเลือกมานำเสนอให้ทุกคนค่ะ!

1. เที่ยวด้วย “ตั๋ว JR EAST PASS (Tohoku area) “

นี่คือตั๋วรถไฟที่ช่วยให้เราสามารถโดยสารรถไฟในเครือ JR EAST ทั้งรถไฟธรรมดา รถไฟชินคันเซ็น และรถไฟแบบพิเศษ เช่น Joyful Train ทั่วบริเวณภูมิภาคโทโฮคุในระยะเวลา 5 วันติดต่อกัน!

จองตั๋วได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์: KKday , JR EAST Train Reservation

2. เที่ยวด้วย “ตั๋ว JAPAN RAIL PASS”

ใครต้องการความคุ้มค่าที่ยิ่งไปกว่านั้นก็จัดตั๋ว JAPAN RAIL PASS ไปได้เลย! ตั๋วนี้สามารถใช้นั่งรถไฟได้ทั่วประเทศญี่ปุ่นแบบไม่จำกัด! ไม่ว่าจะเป็นชินคันเซ็นหรือรถไฟด่วนพิเศษก็ใช้ได้

*ทั้งนี้ผู้ซื้อ JAPAN RAIL PASS จะไม่สามารถใช้บริการสำรองที่นั่งบนแพลตฟอร์มของ JR-EAST Train Reservation ได้ แต่สามารถจองผ่านระบบของ JAPAN RAIL PASS ได้ (อ่านบทความตอบข้อสงสัยอื่นๆ ของ PASS ได้ที่ บทความนี้ หรือเว็บไซต์ JAPAN RAIL PASS )

จองตั๋วได้ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์: KKday , Japanrailpass-reservation

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ในบทความนี้เราอาจจะแนะนำเป็นทริปฤดูหนาว แต่โทโฮคุก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่รอให้เราไปสำรวจในแต่ละฤดูกาลนะคะ ใครไปเที่ยวญี่ปุ่นจากนี้ก็ลองเก็บโทโฮคุไว้ในแพลนนะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...