‘ไวส์ โลจิสติกส์’ เล็งหาลูกค้าใหม่ คาดตลาดขนส่งในจีนจะกลับมาดีขึ้น เม.ย.นี้
นายชูเดช คงสุนทร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศแบบครบวงจร เปิดเผยถึงแนวโน้มการดำเนินธุรกิจไตรมาส 1/2563 ว่า สถานการณ์ความกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อภาพรวมธุรกิจ โลจิสติกส์ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านการขนส่งมากขึ้น อาทิ รถขนส่งที่รอผ่านด่านใช้เวลาเพิ่มขึ้น สนามบินลดรอบไฟท์บินลง ปริมาณงานลดลงเล็กน้อย และต้นทุนการขนส่งผันผวนสูงขึ้นกว่าปกติ ประกอบกับไตรมาส 1/2563 เป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจโลจิสติกส์
“บริษัทมองวิกฤตนี้เป็นโอกาส เนื่องจากผู้ประกอบการโลจิสติกส์บางรายในจีนไม่สามารถรับงานได้ จึงถือเป็นโอกาสของไวส์ ในการรับงานจากลูกค้าใหม่ในจีนเพิ่มหลายราย โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้ในประเทศจีนอยู่ที่ 26%” นายชูเดช กล่าว
นายชูเดช กล่าวว่า นอกจากนี้ บริษัททบทวนแนวทางการบริหารความเสี่ยงโดยรวมขององค์กร เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง อาทิ การให้พนักงานที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงทำงานที่บ้าน โดยยังสามารถติดต่อประสานงานกับลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด การตรวจป้องกันเชื้อไวรัสสำหรับคนเข้า-ออกที่ออฟฟิศอย่างเคร่งครัด อีกทั้งบริษัทยังหาช่องทางเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจรองรับการฟื้นตัวด้านปริมาณการขนส่ง และเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา
“ด้วยจุดเด่นเรื่องการบริหารจัดการงานขนส่งโลจิสติกส์ให้กับลูกค้าได้ทุกรูปแบบและครบวงจร ถือเป็นความได้เปรียบของบริษัท ที่สามารถบริหารจัดการงานตามความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทำให้ลูกค้าเกิดความไว้ใจ จึงทำให้บริษัทมีลูกค้าใหม่และลูกค้าเดิมจากจีนกลับมาใช้บริการขนส่งทางอากาศและขนส่งข้ามแดนกับทางไวส์อีกครั้ง อย่างไรก็ตามบริษัทได้มีการเฝ้าติดตามสถานการณ์โรคระบาดดังกล่าวและผลกระทบต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยหวังให้สถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายโดยเร็ว และคาดว่าตลาดขนส่งในจีนควบคุมสถานการณ์ได้และกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในช่วงเดือนเมษายน 2563 เป็นต้นไป” นายชูเดช กล่าว
นายชูเดช กล่าวว่า ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าไปยังอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีของประเทศ หรืออุตสาหกรรมที่ได้รับอานิสงค์จากภาครัฐ อาทิ อุตสาหกรรมการบิน และสินค้านำเข้าธุรกิจค้าปลีก เนื่องจากบริษัทเห็นความต้องการใช้บริการโลจิสติกส์ของอุตสาหกรรมดังกล่าวมีปริมาณสูง จึงวางแนวทางเข้าไปรับงานขนส่ง เพื่อสร้างโอกาสใหม่และรายได้ให้กับธุรกิจ
นอกจากนี้ บริษัทยังเน้นบริหารจัดการต้นทุนทุกช่องทางให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ขนส่งข้ามพรมแดน บริษัทเครือข่าย EUROASIA TOTAL LOGISTICS CO., LTD. (ETL) เพื่อเพิ่มความสามารถการทำกำไร โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นสัญญาณการเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้น กลับสู่ภาวะปกติที่ระดับ 20% และสร้างการเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งเป้ารายได้รวมอยู่ที่ 20% หรือมีรายได้รวม 2,700 ล้านบาท
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่