โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ราโชมอน' วัคซีน / การเมืองหน้า 8

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 30 ม.ค. 2564 เวลา 13.55 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2564 เวลา 13.55 น.

การเมืองหน้า 8

‘ราโชมอน’ วัคซีน

กรณี “ดีล 3 เส้า” ระหว่างบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด บริษัทแอสตร้าเซเนก้า และรัฐบาลไทย

กำลังกลายเป็น “ราโชมอน” ทางการเมือง

เพราะต่างคนต่างมีมุมมองแตกต่างกัน

ทั้งที่เป็นเรื่องเดียวกัน

ในมุมของรัฐบาลและบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ มองคล้ายๆ กัน

รัฐบาลมองว่าแนวทางนี้จะทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคงในเรื่องวัคซีนโควิด-19

เพราะโรงงานผลิตอยู่ที่เมืองไทย และได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากเจ้าของวัคซีน

รัฐแค่เอางบประมาณใส่ไป 595 ล้านบาทเอง

ส่วน “สยามไบโอไซเอนซ์” บอกว่าเป็นเรื่องการช่วยเหลือประเทศชาติ

ใช้คอนเน็กชั่นระหว่าง “เอสซีจี” กับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ดึงฐานการผลิตวัคซีนมาอยู่เมืองไทย

ระดมสรรพกำลังทั้งหมดมาผลิตวัคซีน

เป็นการเสียสละ

แต่ในมุมของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” มองว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

เพราะรัฐบาลเอาภาษีอากรประชาชนไปอุดหนุนบริษัทเอกชนเพียงบริษัทเดียว

และ “สยามไบโอไซเอนซ์” ไม่เคยอยู่ในแผนการจัดหาวัคซีนมาก่อนเลย

ถ้าใครติดตามข่าวเรื่องนี้มาตลอด จะพบว่ารัฐบาลให้น้ำหนักกับโรงงานผลิตวัคซีนขององค์การเภสัชกรรมที่สระบุรีมาตลอด

เพราะเพิ่งลงทุนไป 1,411 ล้านบาท

แต่นายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีน ยืนยันว่าเทคโนโลยีที่ใช้ผลิตวัคซีนโควิด-19 นั้นทันสมัยมาก

มีแต่ “สยามไบโอไซเอนซ์” เท่านั้นที่รองรับได้

โรงงานผลิตวัคซีนขององค์การเภสัชกรรมก็ยังไม่มีความพร้อมเพียงพอ

ที่สำคัญ “แอสตร้าเซเนก้า” เป็นคนเลือก ไม่ใช่รัฐบาล

แต่คำถามที่น่าสนใจก็คือ รัฐบาลเคยพาตัวแทนของ “แอสตร้าเซเนก้า” ไปดูโรงงานผลิตวัคซีนขององค์การเภสัชกรรมหรือยัง

“วัคซีน” ในมุมของวงการแพทย์ คือสิ่งที่จะช่วยยุติสงครามโควิด-19

แต่ในมุมธุรกิจ นี่คือ “โอกาส” ที่ดีเยี่ยมระดับ 100 เด้ง

ไม่เช่นนั้นทาง “ซีพี” คงไม่เข้าไปถือหุ้นในบริษัทที่ผลิตวัคซีนซิโนแวค

อย่าลืมว่า “สยามไบโอไซเอนซ์” จะผลิตวัคซีนให้ได้ปีละ 200 ล้านโดส

ถ้าขายโดสละ 5 เหรียญสหรัฐ หรือ 150 บาท เท่ากับที่ไทยซื้อมา

200 ล้านโดสก็ 30,000 ล้านบาท

ปี 2562 บริษัทนี้มียอดขาย 152 ล้านบาท

เพียงแค่เปลี่ยนมาผลิตวัคซีน มูลค่าธุรกิจของบริษัทจะขยับเป็นหลักหมื่นล้านบาททันที

แม้ว่า “นวลพรรณ ล่ำซำ” ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรกิตติมศักดิ์ของ “สยามไบโอไซเอนซ์” จะบอกว่า

“สยามไบโอไซเอนซ์ได้ดำเนินการผลิตวัคซีนโดยยึดนโยบายไม่กำไร ไม่ขาดทุน หรือ no profit, no loss ในช่วงที่มีการระบาดนี้ ซึ่งเป็นนโยบายเดียวกันกับของแอสตร้าเซเนก้า”

ขีดเส้นใต้คำว่า “ในช่วงระบาดนี้”

เพราะแนวทางของ “แอสตร้าเซเนก้า” ถ้าพ้นจากช่วงระบาดเมื่อไร

ราคาขยับตามกลไกตลาดแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...