รู้ชีวิต...ด้วยดวงดาว(๙๐๐) คุยกันโดย "ศ. ดุสิต"/วิถีโคจรของดาว
รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว(๙๐๐)
คุยกันโดย “ศ. ดุสิต”
อ่านอนาคตของคุณไม่ยากหรอก…แค่รู้จักดาว 10 ดวงเท่านั้น!
เรื่องลึกในโหราศาสตร์ไทยชุด ‘คลังโหร’
วิถีโคจรของดาว (ต่อ)
ในตอนที่แล้วผมได้ว่ามาถึงการนำสถานะของดวงเดิมมาใช้เป็นพื้นฐานในการพยากรณ์จร เรามาดูในรายละเอียดกันดังนี้
เราจะต้องนำเอา “พื้นฐาน” นี้มาใช้ด้วย พื้นฐานนี้บ่งว่า เจ้าชาตาจะต้องมีชีวิตที่ติดต่อกับคนหมู่มากหรือส่วนรวม ถ้าหากเจ้าชาตาทำงานประเภทข้ามาคนเดียว หรืองานส่วนตัวที่ตัวเองทำอยู่คนเดียวไม่ต้องพึ่งใคร มันก็ไม่ถูกโฉลกกับดาววันเกิดแล้ว แม้แต่สังคมหรือคนหมู่มากที่เจ้าชาตาไปติดต่อด้วยในชีวิตนั้น ก็ยังบอกได้ว่าเป็นสังคมในระดับสูง ไม่ใช่สังคมระดับกระจอกประเภทกรรมกรก่อสร้างหรือแม่ค้าหาบเร่ด้วย
เอ๊ะ-ทายได้ไง เอาอะไรมาทาย?
ก็เอาดาวอังคารเจ้าเรือนที่ดาววันเกิดอาศัยอยู่น่ะซีครับมาทาย เห็นหรือเปล่าล่ะว่าดาวอังคารเจ้าเรือนสหัชชะน่ะไปสถิตอยู่ที่ราศีมังกร ได้มาตรฐาน “อุจจ์” ใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มนั่นไงล่ะ
ดังนั้น ถ้าเกิดเจ้าชาตามาปรึกษากับเราซึ่งเป็นนักพยากรณ์ว่า ในปีนั้นมีคนมาจ้างให้เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ต้องนั่งคิดนั่งทำอยู่คนเดียว หรือปีนั้นอยากจะเป็นนักเขียนใหญ่กับเขามั่ง จะบินเดี่ยวไปพักที่เกาะมัลดีฟเพื่อเขียนหนังสือสักเรื่อง จะทำได้ไหม?
คำตอบก็คือ–
แม้ว่าในปีนั้นดาวจรจะทำมุมสัมพันธ์ในเรื่องนี้อย่างดี๊-ดี เช่น ดาวบอกว่าจะมีผู้สนับสนุนให้ทุนทำงานอย่างที่ว่านี่ และดาวเรื่องการเขียนก็กำลังทำมุมตรีโกณกับลัคนาหรือตนุลัคน์เจ๋งเป้ง ดาววันเกิดก็จรเข้าภพศุภะด้วย โอ๊ย-ดาวมันจรดีจะตายไป น่าทำเหลือเกิน คุณเอ๋ย
แต่เมื่อพื้นฐานมันยืนยันอยู่ว่า ชีวิตนี้จะถูกโฉลกกับงานที่สัมพันธ์กับคนหมู่มาก หรือกิจกรรมที่ดีสำหรับเจ้าชาตานี้จะต้องเป็นกิจกรรมที่ร่วมกับผู้อื่นด้วย คุณก็จะตอบได้เพียงว่า–
“ทำน่ะทำได้อยู่หรอก แต่ทำแล้วมันจะดีไม่นานน่ะซีครับ เพราะมันขัดกับโฉลกวันเกิดของคุณอยู่นี่นา”
นี่แหละครับ ที่ผมบอกว่าพื้นฐานของดวงเดิมนั้นมันเป็นตัวสำคัญที่จะบอกถึงผลในการพยากรณ์จรด้วย คนที่มีขันใบเดียวน่ะ ต่อให้ฝนตกลงมาร้อยห่า ก็รองน้ำฝนไว้ได้แค่ขันเดียวที่มีน่ะแหละ ถ้าพื้นเดิมคุณมีโอ่งมีแทงก์ใหญ่อยู่ ฝนตกมากคุณก็รับน้ำได้มาก
ตัวพื้นฐานเดิมจึงสำคัญฉะนี้แล
นี่เป็นเพียง “ออเดิร์ฟ” ยั่วน้ำลายก่อนถึงเวลาอาหารจริงเท่านั้นเอง แต่มันก็จำเป็นที่คุณๆ ที่คิดจะเรียนรู้เรื่องของดาววันเกิดจรแบบที่ผมใช้อยู่ละก็ จะต้องจดจำวิธีการอย่างนี้ไว้ให้ได้ก่อน ทดลองหัดอ่านดาววันเกิดในราศีต่างๆ ดูก็ได้ครับ อ่านให้ชินกับวิธีการนี้แล้วต่อไปคุณจะอ่านได้ทุกราศีเลย มันไม่ยากอะไรหรอก ราศีมี 12 ราศี และดาววันเกิดก็จะต้องจรไปข้างหน้าราศีละปีๆ เรียกว่าต้องไปทุกราศีทุกภพแหละ ลองดูที่ดวงของคุณเองก็ได้ หัดดูไปเรื่อยๆ นะครับ เอาให้ชินเลย
ฝึกดูฝึกทายให้ชินแล้ว ทีนี้เราจะก้าวหน้ากันต่อไปอีกละ ตามผมมาได้เลย
วิธีอ่านดาววันเกิดจร
เรารู้แล้วว่า ดาววันเกิดของเจ้าชาตาตัวอย่างนี้จรมาตกที่ราศีธนูภพพันธุ (อายุย่าง 38 ปี) และภพที่ ร่วมธาตุ กับภพพันธุก็คือ ภพ มรณะ และ วินาสน์ นั่นเอง (ตามวิธีที่ผมใช้อ่านดาววันเกิดโดยโยงไปยังภพที่ร่วมธาตุกันด้วย)
ดังนั้น เราจึงต้องชำเลืองดูภพมรณะและวินาสน์นี้อยู่ด้วย
ชำเลืองดูทำไม?
ดูเพื่อจะสังเกตหรือค้นหาว่า มันจะเข้ามาร่วมวงไพบูลย์เป็นเรื่องราวในชีวิตของเจ้าชาตาในปีนั้นด้วยหรือไม่
ถ้าร่วม ดูยังไงถึงจะรู้ว่าร่วม ถ้าไม่ร่วม ดูยังไงถึงจะรู้ว่าไม่ร่วม?
ก็ดูความสัมพันธ์ของมันน่ะซีครับ ถ้ามันสัมพันธ์กับภพหรือกับดาวด้วยกัน มันก็มีสิทธิ์ที่จะร่วมด้วย แต่ถ้ามันไม่สัมพันธ์กันเลย โอกาสที่จะร่วมก็น้อยลงจนถึงกับไม่มีเลยก็ได้
เอ้า-ดูดวงตัวอย่างของจริงกันอีกทีดีกว่า จะได้รู้เรื่องง่ายขึ้น ดวงเป็นยังงี้
ผมวางรูปดาวไว้ที่ราศีธนู เพื่อให้รู้ว่าในปีอายุย่าง 38 ปีนั้น ดาววันเกิดจรมาสถิตที่นี่ นอกจากจะเป็นภพพันธุแล้ว ราศีนี้ยังเป็นทวิภาวะราศีด้วย ซึ่งแปลง่ายๆ ว่าไม่แน่นอน
อะไรไม่แน่นอน?
ก็เรื่องที่มันจะเกิดขึ้นน่ะซีครับ คือเรื่องของ พันธุ นี่แหละ คือไม่ใช่เรื่องบ้านก็เรื่องรถ หรือเรื่องของตำแหน่งหน้าที่ รวมถึงเรื่องของผู้เป็นบุพการี (พันธุมีความหมายถึงบุพการีด้วย) ก็ได้ สิ่งเหล่านี้จะไม่ทรงภาวะที่แน่นอนอยู่ได้ในปีนั้น
ในราศีธนูนี้ มีดาวอาทิตย์ลอยอาศัยอยู่ด้วยดวงหนึ่ง
เราต้องอ่านดาวอาทิตย์นี้ด้วยนะครับ อ่านยังไง อ่านดูว่าดาวอาทิตย์นี้เข้ากับดาวจันทร์ซึ่งเป็นดาววันเกิดได้หรือไม่ คือเป็นมิตรหรือศัตรูกันหรือเปล่า ปรากฏว่าไม่เป็นทั้งคู่ มีสถานะเป็นกลางต่อกัน และมีสถานะเป็น “คู่ครัวเรือน” กันด้วยตามนัยของพระเคราะห์คู่
ดาวอาทิตย์เป็นเกษตรราศีสิงห์ ภพวินาสน์ อาศัยอยู่ในราศีธนูเรือนของดาวพฤหัสฯ คู่มิตร จึงอยู่ได้อย่างสุขสบายดีเพราะเป็นบ้านเพื่อน
ดาวพฤหัสฯ เจ้าภพพันธุนั้น ตัวดาวไปลอยอยู่ในราศีมิถุน ภพกัมมะ ทวิภาวะราศี ซึ่งความหมายว่า การเปลี่ยนแปลง, ความไม่แน่นอนอีกเหมือนกัน
เป็นเรือนของดาวพุธ คู่วิชาการคู่สติปัญญากับดาวพฤหัสฯ ตามดูดาวพุธในดวงชาตา ปรากฏว่ามาอาศัยอยู่ในราศีพิจิก เรือนของดาวอังคาร และกุมอยู่กับดาวจันทร์คู่มิตรซึ่งเป็นดาววันเกิดนั่นเอง
อ่านจากความสัมพันธ์นี้ก็พอจะบอกได้ว่า ชีวิตของเจ้าชาตานี้จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการงานอยู่ด้วยอย่างแน่นอน คืออย่างน้อยในชีวิตต้องเปลี่ยนงานบ่อยครั้ง (ไม่ต่ำกว่า 2-3 ครั้ง) แต่การเปลี่ยนงานนี้ไม่ได้เป็นปัญหากับเจ้าชาตามากนัก เพราะดาวพฤหัสฯ ในเรือนพุธ และพุธมากุมดาววันเกิดอยู่ยังงี้น่ะ สติปัญญาจัดจ้านนัก มีปัญญาที่จะแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเองแน่นอน
เอ้า-มาเข้าเรื่องกันต่อไปดีกว่า
ดาววันเกิดตกราศีธนูภพพันธุ ตามสูตรบอกว่าในปีนั้นจะมีเรื่องที่เกี่ยวกับบ้านหรือยานพาหนะ ตำแหน่งหน้าที่ในการงาน ญาติพี่น้องและบุพการี ฯลฯ เกิดขึ้นกับชีวิตละ ตรวจดูในราศีร่วมธาตุในแบบของผม ซึ่งก็คือภพมรณะและวินาสน์ ภพวินาสน์ราศีสิงห์มีดาวมฤตยูจอมลึกลับลอยอยู่ ในราศีเมษภพมรณะว่างเปล่า แต่ดาวอังคารเจ้าเรือนมาสถิตอยู่ที่ราศีมังกรร่วมศุกร์คู่มิตร ได้มาตรฐานอุจจ์เสียด้วย
เอาละ-ทีนี้ก็มาดูกันซิว่า ดาวอาทิตย์เจ้าเรือนวินาสน์กับดาวอังคารเจ้าเรือนมรณะน่ะ มันสัมพันธ์กับดาวพฤหัสฯ เจ้าเรือนพันธุกันแค่ไหนอย่างไร
ตรวจดูด้วยวิธีที่เรียกว่า “ดาวกระทบดาว” ก็จะเห็นว่า ดาวอาทิตย์กับดาวพฤหัสฯ นั้นเล็งกันเจ๋งเป้งอยู่แล้ว ต้องถึงกันแน่ แสดงว่า “วินาสน์” นั้นมีเอี่ยวด้วยละในปีนั้น แล้วดาวอังคารล่ะ สัมพันธ์ถึงดาวพฤหัสฯ ไหม เอ้า-คุณๆ ลองพิจารณาดูซิว่า ดาวคู่นี้ถึงกันไหม?
ผมจะทิ้งตรงนี้ไว้ให้คุณลองคิด แล้วมาดูคำตอบกันในตอนหน้าว่าจะตรงกับที่คุณคิดไว้ไหม อย่าพลาดตอนหน้านะครับ