โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ขึ้นรถทัวร์อย่าลืม! สแกน ‘ม33เรารักกัน’ ซื้อตั๋ว บขส. ได้ถึง 31 พ.ค.

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 มี.ค. 2564 เวลา 15.03 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. 2564 เวลา 18.00 น. • The Bangkok Insight

ขึ้นรถทัวร์อย่าลืม! สแกนใช้สิทธิ “ม33เรารักกัน” ซื้อตั๋ว บขส. ได้ถึงวันที่ 31 พ.ค. ด้าน “บัตรคนจน - เราชนะ” ยังใช้วงเงินจ่ายได้เหมือนเดิม

นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า บขส. พร้อมร่วมสนับสนุนโครงการของรัฐบาลในการลดค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในโครงการ “ม33เรารักกัน” ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง (G-Wallet) สามารถใช้สิทธิ์ซื้อตั๋วรถโดยสาร บขส. ได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2564 จนสิ้นสุดโครงการในวันที่  31 พฤษภาคม 2564

ส่วนผู้ใช้สิทธิโครงการ “เราชนะ” และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) สามารถใช้สิทธิ์ซื้อตั๋วได้เช่นเดิม ที่ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส. ทั่วประเทศ

ม33เรารักกัน บขส.

สำหรับเงื่อนไขการใช้วงเงินเยียวยาของภาครัฐเป็นดังนี้

  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน สามารถใช้สิทธิ์ร่วมกับโครงการ “เราชนะ” ได้ แต่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนซื้อตั๋วโดยสาร
  • หากวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน ไม่เพียงพอ สามารถใช้เงินจากโครงการ “เราชนะ” ชำระค่าโดยสารได้
  • สิทธิ์โครงการ “ม33เรารักกัน” และโครงการ “เราชนะ” เมื่อออกบัตรโดยสารเรียบร้อยแล้ว ไม่สามารถขอคืนตั๋ว หรือแลกเป็นเงินสดได้ แต่สามารถเลื่อนการเดินทางได้ ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
  • สามารถใช้สิทธิ์จองตั๋วล่วงหน้าช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส. ทั่วประเทศ

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวถึงความพร้อมในการรองรับการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ว่า บขส.ได้เตรียมจัดรถโดยสารทั้งเที่ยวปกติ และเที่ยวเสริมไว้อย่างเพียงพอ รวมทั้งขอความร่วมมือผู้โดยสารทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ โดยเฉพาะผู้ที่จะเดินทางไปเส้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ขอให้เผื่อเวลามาขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด

นอกจากนี้ ขอให้ผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด อาทิ สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดการเดินทาง สแกนคิวอาร์โค้ดแอปพลิเคชันไทยชนะ หรือกรอกข้อมูลการเดินทางตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด เพื่อบันทึกประวัติการเดินทางของผู้โดยสารทุกคน

"ม33เรารักกัน" คืออะไร?

โครงการ ม33เรารักกัน คือโครงการช่วยเหลือ เยียวยา และแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วยการจ่ายเงินเยียวยาคนละ 4,000 บาทผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังหรือบัตรประชาชน ซึ่งไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้

ผู้ที่สามารถเข้าร่วมโครงการ ม33เรารักกัน และรับเงินเยียวยาโควิด-19 จำนวน 4,000 บาทได้ ต้องมีคุณสมบัติ 5 ข้อดังนี้

  • มีสัญชาติไทย
  • เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 (ลูกจ้าง) ในระบบกองทุนประกันสังคม ณ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการฯ หรือเคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา
  • ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน)
  • ไม่ได้รับสิทธิเยียวยา 7,000 บาทจากโครงการเราชนะ
  • มีเงินฝากในสถาบันการเงินรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563
ม33เรารักกัน วิธีใช้วงเงิน

วิธีใช้วงเงินเยียวยา

ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับวงเงินเยียวยา ม33เรารักกัน สามารถใช้วงเงินซื้อสินค้าและบริการผ่านร้านค้า/ผู้ประกอบการ/บริการ ในร้านธงฟ้าที่ใช้แอปพลิเคชัน“ถุงเงิน” หรือภายใต้โครงการ “คนละครึ่ง” และโครงการ “เราชนะ”ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม - 31 พฤษภาคม 2564

โดยประชาชนที่ได้รับสิทธิในโครงการ ม33เรารักกัน ผ่านระบบออนไลน์ จะต้องทำการโหลดแอปพลิเคชันเป๋าตังลงในสมาร์ทโฟน

  • ดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตังในระบบ ios คลิกที่นี่
  • ดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตังในระบบ Android คลิกที่นี่

ระบบจะดำเนินการโอนเงินวงเงินสิทธิเข้า G-Wallet เพื่อนำไปใช้ตามร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งผู้ประกันตนสามารถใช้จ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตังตามขั้นตอนดังนี้

  • เปิดแอปฯ เป๋าตัง เข้าสู่เมนู "G-Wallet"
  • เลือกปุ่ม "ม33เรารักกัน"
  • กดปุ่ม"สแกน QR" เพื่อใช้สิทธิ์ ม33เรารักกัน
  • ประชาชนทำการ สแกน QR ที่ร้านค้าถุงเงิน
  • ตรวจสอบยอดเงินสินค้าหรือบริการ ยืนยันการชำระเงิน
  • ใส่รหัส PIN 6 หลัก
  • บันทึกสลิปทำรายการสำเร็จ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...