โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สลด! ทารกออสเตรเลียเสียชีวิต คาดเหตุมาจากนิโคตินเหลวใน "บุหรี่ไฟฟ้า"

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 07 ก.พ. 2562 เวลา 10.54 น.
แฟ้มภาพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุสลดเมื่อทารกเสียชีวิตหลังจากถูกกล่าวหาว่าได้รับนิโคตินเหลวจากบุหรี่ไฟฟ้า ในรัฐวิกทอเรีย ของออสเตรเลีย

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กำลังชันสูตรศพ เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิต หลังจากถูกกล่าวหาว่าเด็กทารกได้รับนตินเหลวที่อยู่ในบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งสารดังกล่าวผิดกฎหมายในออสเตรเลีย เเต่ยังคงหาซื้อปลีกได้จากผู้ค้าระหว่างประเทศ

จากเหตุดังกล่าวผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านยาสูบ ตั้งคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยของบุหรี่ไฟฟ้า

Herald Sun รายงานว่าเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียด แต่ยืนยันว่าการตายเป็นผลโดยตรง มาจากการสัมผัสกับนิโคตินเหลว เเละเพียงเเค่นิโคตินเหลว 1 มิลลิลิตร เพียงพอเเล้วที่จะทำให้เด็กเสียชีวิต หากกลืนกิน หรือสูดดม เเละโดนดวงตา

อีกทั้ง Quit Victoria เรียกร้องให้รัฐบาลกลางใช้มาตรการควบคุมนิโคตินเหลวในออสเตรเลียอย่างจริงจัง

ดร. ซาราห์ ไวท์ ผู้อำนวยการ Quit Victoria กล่าวว่า มันเป็นปัญหาที่เเท้จริง เกิดความกังวลอย่างใหญ่ในพิษที่เพิ่มมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

ตัวเลขจากศูนย์รับเรื่องสารพิษในออสเตรเลีย ระบุว่า ในปี 2016 มีสารพิษมากกว่า 70 รายการในบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมากกว่า 2 เท่าในปีก่อน

การวิจัยยังพบว่า มีผู้ป่วยจากการได้รับพิษจากบุหรี่ไฟฟ้าในออสเตรเลียกว่า 202 ราย เเยกเป็นเด็ก 76 คน เเละทารกอีก 62 คน

กรมอนามัยของรัฐบาลออสเตรเลีย กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกยังไม่พบหลักฐานที่แน่ชัดในการสนับสนุนความปลอดภัยในนิโคตินเหลว

ประธานสภาวิจัยด้านการแพทย์และสุขภาพแห่งชาติ เเถลงการณ์ว่า มีความนิยมเพิ่มขึ้นในการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ส่วนผลกระทบของการได้รับสารอยู่ในช่วงตั้งแต่ค่อนข้างอ่อนรวมถึงการระคายเคืองต่อดวงตาและผิวหนัง คลื่นไส้และอาเจียน ในบางกรณีการเสียชีวิตได้

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...