“บลจ.กสิกรไทย”...ปันผล 6 ‘กองทุนหุ้นโลก-จีน-สหรัฐ’ กว่า 600 ล้านบาท วันที่ 14 มิ.ย. นี้
“บลจ.กสิกรไทย”…มองภาพรวมตลาดหุ้นโลกฟื้นขานรับการกระจายวัคซีน COVID-19 อย่างทั่วถึง มองบวกหุ้นจีน-หุ้นเทคโนโลยี-หุ้นโครงสร้างพื้นฐาน เตรียมจ่ายปันผล 6 กองทุนต่างประเทศ รวมมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท พร้อมกัน 14 มิ.ย. 21 นี้
นายนาวิน อินทรสมบัติ Chief Investment Officerบลจ.กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทจ่ายปันผลกองทุนต่างประเทศ ณ รอบผลการดำเนินงานจนถึงวันที่ 31 พ.ค. 21 จำนวน 6 กองทุน ได้แก่
-‘กองทุนเปิดเค โกลบอล แอลโลเคชั่น (K-GA)’ ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย
-‘กองทุนเปิดเค โกลบอล อิควิตี้ (K-GLOBE)’ ในอัตรา 0.30 บาทต่อหน่วย
-‘กองทุนเปิดเค โกลบอล อินคัม ชนิดเพื่อการออม (K-GINCOME-SSF)’ ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย
-‘กองทุนเปิดเค ไชน่า หุ้นทุน-A ชนิดจ่ายเงินปันผล (K-CHINA-A(D))’ ในอัตรา 0.20 บาทต่อหน่วย
-‘กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส ดัชนีเอ็นดีคิว 100-Aชนิดจ่ายเงินปันผล (K-USXNDQ-A(D))’ ในอัตรา 0.30 บาทต่อหน่วย
-‘กองทุนเปิดเค โกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ หุ้นทุน (K-GINFRA)’ ในอัตรา 0.15 บาทต่อหน่วย
(นายนาวิน อินทรสมบัติ)
“ทั้งนี้ ทุกกองทุนมีกำหนดจ่ายปันผลพร้อมกันในวันที่ 14 มิ.ย. 21 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 668.17 ล้านบาท”
นายนาวิน ยังกล่าวอีกว่า กองทุน K-GA, K-GLOBE และ K-GINCOME-SSF มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 28.59%, 33.97% และ 19.01% ตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 28 พ.ค. 21) ทั้งนี้ จากอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯที่ปรับตัวขึ้นแรงทำให้ตลาดผันผวนในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี การฉีดวัคซีนที่มีความคืบหน้าอย่างมากโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังยืนยันจะผ่อนคลายนโยบายทางการเงินต่อไป ซึ่งช่วยลดความกังวลให้กับผู้ลงทุนส่งผลให้ตลาดหุ้นโลกกลับมาฟื้นตัวต่อได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนควรติดตามตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างเงินเฟ้อ การจ้างงาน ซึ่งจะมีผลต่อการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐในอนาคต
“สำหรับกองทุน K-CHINA-A(D) มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 28.58% (ข้อมูล ณ วันที่ 28 พ.ค. 21)และมีการจ่ายปันผลนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนทั้งสิ้น 22 ครั้ง เป็นเงิน 5.45 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ จากภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ส่งผลดีต่อห่วงโซ่อุปทานโลก (Supply Chain) โดยเฉพาะจีนที่เป็นผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่อันดับต้นๆ ทำให้เศรษฐกิจจีนยังเติบโตได้ดี อย่างไรก็ดีบริษัทยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นจีน โดยในแง่ระดับราคายังมีความน่าสนใจอยู่มาก อีกทั้งยังมีปัจจัยหนุนการเติบโตในระยะยาวไม่ว่าจะเป็นความพร้อมทางด้านนวัตกรรม และการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่ง”
ด้านกองทุน K-USXNDQ-A(D) มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 36.78% (ข้อมูล ณ วันที่ 28 พ.ค. 21) และได้รับการจัดอันดับ 5 ดาว Morningstar ในประเภท Overall Rating(ข้อมูล Morningstarณ วันที่ 31 พ.ค. 21) นอกจากนี้ กองทุน K-USXNDQ-A(D) มีการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่องทุกปีนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน โดยจ่ายไปแล้วทั้งสิ้น 31 ครั้ง เป็นเงิน 10.00 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ บริษัทมองว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงมีศักยภาพและมีอัตราการเติบโตสูงในระยะยาว แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ก็ไม่ได้กระทบโดยตรงต่อภาพการลงทุนของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เนื่องจากรูปแบบและพฤติกรรมการบริโภคของคนทั่วโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว แม้การระบาดของ COVID-19 จะสิ้นสุดลงก็ตาม อีกทั้งนวัตกรรมและเทคโนโลยีสามารถนำมาต่อยอดและปรับใช้ได้กับหลากหลายธุรกิจในมิติอื่นๆ อีกในอนาคต
“สำหรับกองทุน K-GINFRA มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 18.12% (ข้อมูล ณ วันที่ 28 พ.ค. 21) ทั้งนี้ การลงทุนในหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน ผู้ลงทุนต้องติดตามแนวทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ เนื่องจากหุ้นกลุ่มดังกล่าวมีความอ่อนไหวต่อการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยทั่งโลกยังอยู่ในระดับที่ต่ำ ทำให้ผู้ลงทุนยังคงมองหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า (Search for Yield) ดังนั้น หุ้นกลุ่มนี้จึงยังคงมีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับการลงทุนในตราสารหนี้”
นายนาวิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ลงทุนที่สนใจกองทุน K-GA, K-GLOBE, K-GINCOME-SSF, K-CHINA-A(D), K-USXNDQ-A(D) และ K-GINFRAสามารถเริ่มต้นลงทุนได้เพียง 500 บาท ผ่าน App K PLUS, K-My Fundsและธนาคารกสิกรไทย รวมถึงผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน