จุดแข็ง "ซัมมิท แคปปิตอล" "I-TRUST" คือหัวใจขับเคลื่อนองค์กร
บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง หนึ่งในผู้นำธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในเครือซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น มีพันธกิจที่จะส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม ด้วยการให้ความคล่องตัวด้านการเงิน ภายใต้แนวทาง “การปล่อยสินเชื่อด้วยความรับผิดชอบ” โดยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา“ฮิเดโตโมะ ฟูจิวาระ” เข้ามารับตำแหน่งประธานบริหาร ต่อจาก “วิชิต พยุหนาวีชัย” ซึ่ง 2 ผู้บริหารต่างมีความเชื่อเหมือนกันว่า…พนักงานเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจไม่น้อยไปกว่าลูกค้า
โดยทิศทาง และแนวทางการบริหารของประธานบริหารคนใหม่ยังมีความต่อเนื่องในการสร้างเส้นทางการเติบโตทางธุรกิจ ทั้งในด้านการขยายสาขา การสร้างช่องทางการขายใหม่ และการเพิ่มพื้นที่ในการให้บริการ แต่จะมุ่งเน้นความชัดเจนในเรื่องของวิสัยทัศน์องค์กร ด้วยการจัดทำ “corporate value” ในชื่อว่า “I-TRUST” ที่เป็นเหมือนเป็นเข็มทิศชี้นำว่าองค์กรเป็นคุณลักษณะ และบรรทัดฐานที่เป็นลักษณะเฉพาะขององค์กร
“ฮิเดโตโมะ ฟูจิวาระ” กล่าวว่า I-TRUST เกิดจากการช่วยกันคิดของพนักงาน และผู้บริหารในองค์กร ดังนั้น พนักงานทุกคนในองค์กรจึงเข้าใจดีว่าองค์กรจะดำเนินกิจการ หรือธุรกิจไปในทิศทางไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ธุรกิจกำลังเผชิญความท้าทายจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (COVID-19) ฉะนั้น ความเป็นหนึ่งเดียวกันจะช่วยให้บริษัท และพนักงานผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบาก และอุปสรรคต่าง ๆ ไปด้วยกันได้
ทั้งนั้น เพราะค่านิยมหลักขององค์กรตามแนวทาง “I-TRUST” ประกอบด้วย
I-integrity (ความซื่อสัตย์) คือ การทำสิ่งที่ถูกต้อง ยุติธรรม ทั้งด้านกระบวนการทำงาน ผลตอบแทน ปฏิสัมพันธ์กับคนในองค์กร หากไม่มีความยุติธรรมในองค์กร จะทำให้คนไม่มีความสุขในการทำงาน เพราะกลัวว่าอาจโดนเอาเปรียบ
T-transparency (ความโปร่งใส) ผู้นำองค์กรต้องทำทุกอย่างให้มีความยุติธรรม ต้องมีความโปร่งใส และรับฟังเสียงของพนักงานทุก ๆ คน และดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม
R-responsibility (ความรับผิดชอบ) คือ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ต่อลูกค้า และสังคม
U-unity (ความเป็นหนึ่งเดียวกัน) มีเป้าหมายร่วมกันทั้งองค์กร และเป็นเป้าหมายที่ไม่เห็นแก่ตัว
S-service excellence การบริการที่ยอดเยี่ยม เพราะบริษัทให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างพนักงานให้มีทัศนคติ และสร้างจิตสำนึกในงานให้บริการที่ดีกับลูกค้า สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างมืออาชีพ
และ T-technology and innovation เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน และทำให้ระบบการปฏิบัติงานของบริษัทเป็นที่ยอมรับและไว้วางใจ เราจึงมุ่งผลักดันการพัฒนาระบบบริการดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการก้าวขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจ
“ที่สำคัญ เราตั้งเป้าหมายที่จะใช้เทคโนโลยีในการปรับปรุงการทำงานของพนักงานให้เกิดความง่าย มีประสิทธิภาพ และผลิตภาพในบริษัทมากขึ้น รวมถึงเพิ่มการปรับปรุงช่องทางการบริการลูกค้าจากแบบออฟไลน์เป็นออนไลน์ โดยบริษัทเพิ่มการใช้ RPA (robotic process automation) หรือไอทีโรบอตสำหรับงานออฟฟิศที่มีการผสมผสานเทคโนโลยีหลายด้าน รวมไปถึง AI (artificial intelligence)
ระบบซอฟต์แวร์ RPA เปรียบเสมือนเป็นหุ่นยนต์ซอฟต์แวร์ที่สามารถเลียนแบบการทำงานของมนุษย์เพื่อลดภาระงานของพนักงาน, มีความรวดเร็ว, แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การดาวน์โหลดข้อมูลการชำระเงินของลูกค้าจากธนาคารเข้าระบบหลักของบริษัท ปกติใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที แต่เมื่อนำระบบซอฟต์แวร์ดังกล่าวมาใช้ สามารถลดกระบวนการทำงานให้เหลือเพียง 30 นาที”
“นอกจากนี้ เรากำลังทำโปรเจ็กต์ chatbot เพื่อช่วยในการโต้ตอบกับลูกค้าที่สามารถรองรับการบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมุ่งมั่นที่จะเปิดตัวบริการนี้ในช่วงต้นไตรมาสที่ 2 ของปี 2563 และเรากำลังวางแผนที่จะขยายต่อไปใช้กับโครงการ Auto Dialer ในส่วนการดำเนินการงานเร่งรัดหนี้สิน ซึ่งเชื่อว่าเครื่องมือนี้จะช่วยในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานสำหรับพนักงานฝ่ายเร่งรัดหนี้ของเราได้”
เมื่อกล่าวถึงความท้าทายในการบริหารองค์กรในปัจจุบัน“ฮิเดโตโมะ ฟูจิวาระ” บอกว่า ภาวะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของทุกคน เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและเป็นการรักษาสุขภาพอนามัยให้กับพนักงาน บริษัทจึงมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการทำงานใหม่ในช่วงนี้ ผ่านแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (business continuity plan-BCP) ประกอบด้วย
หนึ่ง กำหนดให้พนักงานบางส่วนปฏิบัติงานจากที่บ้าน (work from home) โดยบริษัทได้จัดหาอุปกรณ์การทำงาน ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ให้กับพนักงาน เพื่อให้พนักงานสามารถปฏิบัติที่บ้านได้อย่างสะดวก ไม่ต้องแบกภาระหาอุปกรณ์เอง
สอง กำหนดให้พนักงานบางส่วน ย้ายสถานที่ทำงานไปที่ทำงานชั่วคราว (split team) ตามที่บริษัทกำหนด เช่น พนักงานบางส่วนทำงานที่สาขาบางกะปิ บางส่วนไปทำงานที่ Rabbit Hub พญาไท บางส่วนไปทำงานที่ TTA space มาบุญครอง เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายและหลีกเลี่ยงการพบปะกันโดยตรงของพนักงานกลุ่มใหญ่
สาม จัดหาหน้ากากอนามัยแจกให้กับพนักงานทุกคนทั่วประเทศ รวมถึงการดำเนินการฉีดพ้นน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัส (cannon capsule) ในพื้นที่ทำงาน ไม่ว่าจะสำนักงานใหญ่ หรือสาขาต่าง ๆ ทั้งยังจัดเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาด เช่น เจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือไว้ให้กับพนักงานตามจุดต่าง ๆ เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพของพนักงาน รวมทั้งเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า
สี่ ติดตั้งระบบ e-Learning สำหรับพนักงาน โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ผ่านมา พร้อมกับจัดหลักสูตรการฝึกอบรมที่เหมาะสมกับพวกเขา เพื่อเรียนรู้ และพัฒนาในขณะที่อยู่บ้านได้
“เราไม่เพียงแต่ดูแลพนักงานอย่างดี แต่ยังมีความเข้าใจ และเห็นใจลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วย ดังนั้นเมื่อปลายเดือนมีนาคมผ่านมา บริษัทจึงออกนโยบายเยียวยาลูกค้า ให้ลูกค้าสามารถพักชำระหนี้ในช่วงเวลาวิกฤตนี้ และเพื่อเป็นการช่วยเหลือประเทศไทยให้พ้นภาวะนี้ไปด้วยกัน ด้วยการผุดโครงการพักชำระหนี้ มีเงื่อนไขกำหนด เช่น เงินคงค้างไม่เกิน 3 เดือน ไม่เป็นลูกค้าที่เป็น NPL และอื่น ๆ โดยลูกค้าสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการพักหนี้ได้หลายช่องทาง โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงาน”
ถึงแม้ปัจจุบันทุกองค์กรกำลังเผชิญกับความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการตลาดที่มีการแข่งขันสูง สภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนในปัจจัยในทางลบที่ชะลอตัว และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้องค์กรต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน แต่องค์กรต้องไม่ลืมการให้ความสำคัญเรื่องการบริหารทรัพยากรบุคคล และดูแลพนักงานให้มีความสุข โดยซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง เชื่อว่าการที่บริษัทเติบโตมาถึง 25 ปีในประเทศไทย เป็นเพราะบุคลากรมีความสุขในการทำงานนั่นเอง