โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“กังฮูเต๊” ศิลปะการดื่มน้ำชา ที่แสดงอัตลักษณ์ “คนแต้จิ๋ว”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 พ.ย. 2565 เวลา 17.31 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2565 เวลา 17.30 น.
อุปกรณ์สำหรับชง

คนจีนดื่ม “น้ำชา” เป็นเครื่องดื่มในชีวิตประจำวันมานับพันปี เมื่อพูดถึงการดื่มชาโดยทั่วไป เรามักนึกถึง “การเติมน้ำร้อนลงบนใบชาที่ใส่อยู่ในถ้วยกระเบื้อง หรือป้านชา” แต่สำหรับ “คอชา” แล้ว การดื่มชาสักถ้วยไม่ใช่แค่มีน้ำร้อน, ใบชา และถ้วยกระเบื้อง คิดง่ายเหมือนกับการดื่ม “กาแฟดำ” ที่มีเพียงน้ำ, กาแฟ และถ้วยกาแฟ ก็ยังมีรายละเอียดที่ทำให้ได้กาแฟหอมกรุ่นกลมกล่อมเช่นกัน

นอกจากนี้การดื่มของคนจีนถิ่นต่างๆ ก็แตกต่างกันไป ส่วนที่นำมาเสนอนี้เป็นดื่มชาของ “คนแต้จิ๋ว”

ทำไมจึงเลือกคนแต้จิ๋ว เพราะแต้จิ๋วที่เป็นจีนกลุ่มใหญ่ในประเทศไทย และมีข้อมูลอ้างอิงที่เชื่อถือได้จากอาจารย์ถาวร สิกขโกศล เขียนไว้โดยละเอียดใน “แต้จิ๋ว: จีนกลุ่มน้อยที่ยิ่งใหญ่” (สนพ.มติชน, 2554)

คนแต้จิ๋วเรียก “น้ำชา (茶)” ว่า “เต๊” (บางเรียกแต๊) การดื่มน้ำชาในชีวิตประจำวันปกติ มักใช้ป้านกระเบื้องขนาดใหญ่ใส่ใบชาเติมน้ำร้อน กระหายน้ำเมื่อใดก็รินน้ำชามาดื่ม นั่นคือภาพที่เห็นกันโดยทั่วไป ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตที่ต้องเร่งรีบในการทำค้า

แต่ก็มีการดื่มชาที่เป็นอัตลักษณ์ของคนแต้จิ๋วเรียกว่า “กังฮูเต๊”

กังฮูเต๊ (工夫茶) ที่แปลว่า “ชาประณีต/ชาละเมียดละไม” เพราะประณีตทั้งอุปกรณ์, น้ำ, ไฟ, วิธีชง, วิธีริน, วิธีดื่ม ฯลฯ

ลักษณะทางกายภาพที่เห็นได้ชัดเจนคือ “ป้านชงและถ้วยดื่มมีขนาดเล็ก” แต่ก็มีบ้างที่ใช้ถ้วยชาที่มีฝาปิดชงแทนป้าน โดยมีขั้นตอนการชงกังฮูเต้ 8 ขั้นตอนคือ

1. เตรียมอุปกรณ์-ก่อนชงชาต้องใช้น้ำเดือดชงล้างถ้วย และใส่ป้านปิดฝาทิ้งไว้สักครู่ ให้ป้านดูดความร้อนเข้าไปเต้มที่ก่อนจึงเทน้ำออก และเป็นการทำความสะอาดป้านและถ้วยไปในตัว

2. ใส่ชา-เทชาใส่กรวยกระดาษขาวสะอาด เขย่าให้ใบชาขนาดเล็กอยู่ล่าง ใบใหญ่อยู่ข้างบน แล้วเอาปลายแหลมของกรวย ใส่ป้านปล่อยให้ใบชาไหลลงป้าน ใบชาเล็กอยู่ล่างใบใหญ่อยู่บน เพื่อให้เวลารินน้ำชาออกได้ง่ายและไม่มีใบชาขนาดเล็กติดออกมาด้วย เพราะอยู่ก้นป้านหรือถ้วยชง ปริมาณใบชาใส่ลงไปประมาณ 3 ใน 4 ของป้านหรือถ้วยชง แต่อาจลดหรือเพิ่มได้เล็กน้อย แล้วแต่จะชอบชารสเข้มหรือรสอ่อน

3. ต้มน้ำ-น้ำชงชาต้องต้มอย่างพิถีพิถัน พอน้ำเริ่มเดือดปุดๆ เป็นตาปูก็ใช้ได้ เพราะน้ำกําลังร้อนเต็มที่ ทำให้ได้น้ำชารสดี ไม่ใช้น้ำเดือดพล่าน เพราะไอน้ำจะพาเอาความร้อนไปด้วยชงชาไม่อร่อย

4. ชงน้ำ-ต้องชง หรือเติมน้ำจากรอบขอบในของป้านหรือถ้วยชง ห้ามชงตรงกลาง เพราะจะทําให้ใบชากระจายและฟองไปจับที่ขอบป้านปาดออกยาก การชงน้ำต้องยกกาสูง เพื่อให้รสและกลิ่นของชาออกจากใบได้สมบูรณ์ และชงจนน้ำล้นออกเล็กน้อย

5. ปาดฟอง-ถ้าชงน้ำถูกวิธี ฟองจะรวมอยู่ตรงกลาง ใช้ฝาป้านหรือฝาถ้วยปาดออกได้ง่าย แล้วปิดฝา

6. ชงน้ำล้าง-ปิดฝาแล้วใช้น้ำร้อนชงล้างฟองที่ล้นออกนอกป้านให้หมด และเพิ่มความร้อนให้ใบชา “ตื่น” เต็มที่ในการชงครั้งแรก (ถ้าใช้ถ้วยมีฝาปิดชงไม่ต้องทำขั้นตอนนี้)

7. ลวกถ้วย-ชาน้ำแรกใช้ชงล้างถ้วยอีกครั้ง เพื่อให้ถ้วยร้อนและสะอาดจริงๆ การชงครั้งที่ 2-4 อาจเว้นขั้นที่ 5-6 ได้

8. รินชา-น้ำชาที่ชงครั้งที่ 2 เป็นต้นไป รินใส่ถ้วยอย่างมีระเบียบวิธี คือ

8.1 รินต่ำ เพื่อไม่ให้กลิ่นชากระจายหายไปก่อนถึงถ้วย หรือจางหายไปน้อยที่สุด ตามหลัก “ชงน้ำสูง รินชาต่ำ”

8.2 ต้องรินหมุนเป็นวงกลมเฉลี่ยทุกถ้วย เพื่อให้ทุกถ้วยได้รับน้ำชาทีละน้อยสม่ำเสมอกัน ทําให้ชาทุกถ้วยมีสี กลิ่น และรสเสมอกัน ที่สําคัญแสดงถึงความ “เสมอภาค” ที่ผู้ชงมอบแก่ผู้ดื่มทุกคน

ห้ามเทชาใส่ที่ละถ้วยจนเต็ม เพราะไม่ “เสมอภาค และไม่ “กังฮู (พิถีพิถัน)” สมนิสัยคนแต้จิ๋ว ท่วงท่าตอนรินชาหมุนวนนี้สวยมาก ยิ่งเป็นถ้วยฝาแล้วผู้ชงต้องชํานาญ เพราะถ้วยร้อนและต้องระวังไม่ให้น้ำชาโดนนิ้วตัวเองจนไม่มีใครกล้าดื่มอีกด้วย

กิริยาตอนรินชาหมุนวนเหนือถ้วยนี้ มีชื่อเรียกเป็นภาแต้จิ๋วว่า “กวนกงสุ่งเซี้-กวนอูตระเวนตรวจรอบเมือง”

8.3 ต้องรินให้สะเด็ดน้ำจริงๆ พอน้ำชาหยุดไหลเหลือเป็นหยด ก็ต้องเขย่าหยดเหนือถ้วยที่ละถ้วยให้ได้หยดชาเสมอกัน เพราะยอดของรสชาอยู่ในหยดเหล่านี้ การค่อยๆ เขย่าหยดเหนือแต่ละถ้วยมีชื่อเรียกเป็นภาษาแต้จิวว่า “หั่งสิ่งเตี๋ยมเปีย-แม่ทัพหังสิ่ง (หานซิ่น) ตรวจนับทหาร”

แม้การชงกังฮูเต๊จะมีขั้นตอนมากมาย แต่ในทางปฏิบัติทั้งหมดใช้เวลาเพียงสั้น เพราะนั่นคือวิถีชีวิตที่คุ้นเคยยามพักผ่อนที่ไม่เร่งเรีบ หรือการรับรองแขก

ชากังฮูเต็ตามปกติจะชงลวกล้างใบชาครั้งหนึ่งแล้วชงดื่มอีก 3 ครั้ง จากนั้นเปลี่ยนใบชาใหม่ เพราะสามน้ำแรกนี้ได้สารที่มีประโยชน์เต็มที่ และกลิ่นหอม รสดี ชุ่มคอ น้ำหลังๆ จากนี้มีสารที่เป็นโทษมากกว่าประโยชน์ กลิ่นและรสที่ดีก็หมดไป จึงไม่ควรดื่ม การชงเพื่อดื่มทั้ง 3 ครั้ง จะแช่ไว้ไม่นานประมาณ 10-20 วินาที ถ้าแช่นานเกินชาจะขมเสียรส

สุดท้ายเวลาดื่มชากังฮูเต๊ เจ้าภาพและแขกต่างเชิญกันดื่มด้วยภาษาแต้จิ๋วว่า “เชี่ย เชี่ย” (请请-เชิญ เชิญ) แล้วรอให้ผู้อาวุโส (ด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ หรือชาติวุฒิ) ยกถ้วยขึ้นมาก่อน คนอื่นจึงจะทยอยยกตาม ถ้าเป็นการรับแขกอย่างเป็นทางการ คนชงต้องไม่ดื่ม

อาจารย์ถาวรยังอธิบายอีกว่า “ในวงชากังฮูเต้จึงมักมีถ้วยชาน้อยกว่าคนอยู่ 1 ถ้วยเสมอ ทั้งนี้เพื่อฝึกความอ่อนน้อม ถ่อมตน ความรักสามัคคี ผูกไมตรี และเสียสละเป็นสําคัญ วิถีชีวิตปกติของคนแต้จิ๋ว การแก่งแย่งแข่งขันสูง เพราะพื้นที่น้อยคนมาก จึงใช้วัฒนธรรมชากังฮูเต้สร้างไมตรี สามัคคี และเสียสละ ลดความขัดแย้งแข่งดี สร้างไมตรีและความรักเพื่อนมนุษย์ อันเป็นอุดมการณ์สูงสุดของจริยธรรมขงจื้อ”

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

ข้อมูลจาก :

ถาวร สิกขโกศล. แต้จิ๋ว: จีนกลุ่มน้อยผู้ยิ่งใหญ่. สำนักพิมพ์มติชน, กันยายน 2554.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 พฤษภาคม 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...