โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

10 นักเรียนเฮ!! ชนะคดีเข้าเรียนต่อม.1 สวนกุหลาบได้

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 เม.ย. 2562 เวลา 06.26 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2562 เวลา 06.24 น. • The Bangkok Insight

ศาลปกครองกลางพิพากษา 10 เด็กนักเรียน ป.6 ชนะคดีฟ้องเพิกถอนออกคำสั่งคณะกรรมการตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิ์ สมัครเป็นนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ เข้าเรียนม.1 ปีการศึกษา2562 ได้  ให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่มีคำสั่ง ชี้คำสั่งออกไม่ชอบ ไม่มีอำนาจ  ส่วนอีกคนไม่ได้รับสิทธิ์เหตุไม่ได้อยู่ในพื้นที่ 

ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ 440 /2562 ที่เด็กนักเรียนชายจบการศึกษาชั้นป.6 อายุ 12 ปี ยื่นฟ้องผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เรื่องหน่วยงานกระทำการโดยมิชอบ
ผู้ฟ้อง ได้พักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนครตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2562 ประสงคืจะเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 (ม.1) และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ม.4) ปีการศึกษา2562

ผู้ฟ้องเห็นว่าประกาศของโรงเรียนไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นมาตรการที่แตกต่างจากการคัดเลือกผู้สมัครประเภทพื้นที่บริการในปีอื่นๆที่ผ่านมา และไม่มีกาปรระกาศหลักเกณฑ์การเปิดรับสมัครดังกล่าวให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 2 ปี จึงกระทบต่อสิทธิในการเลือกที่อยู่อาศัยตามรัฐธรรมนูญ การพิจารณามีการสร้างความกดดัน จึงนำคดีไปยื่นฟ้องศาล เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาถอนประกาศดังกล่าว

ศาลปกครองกลาง ได้มีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งปฏิเสธ ไม่รับสมัครนักเรียนบางรายเข้าศึกษาต่อในระดับชั้น ม.1 ประเภทพื้นที่บริการ ปีการศึกษา 2562 เนื่องจากการที่คณะกรรมการตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิ์ เพื่อการสมัครเป็นนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ ได้ออกคำสั่งปฏิเสธไม่รับสมัครนักเรียนบางรายเข้าศึกษาต่อฯ โดยไม่มีการนำเสนอให้ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกคำสั่งดังกล่าวได้พิจารณาและออกคำสั่งตามอำนาจหน้าที่ ทำให้คำสั่งของคณะกรรมการฯดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 440/2562 โดยวินิจฉัยว่า ประกาศของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยในส่วนที่กำหนดหลักเกณฑ์ว่า การรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ประเภทพื้นที่บริการ ให้รับนักเรียนที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และต้องมีการอาศัยอยู่จริง เห็นได้ว่าเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อป้องกันมิให้นักเรียน ที่มิได้อาศัยอยู่จริงในพื้นที่บริการของโรงเรียนใช้สิทธิ์สมัครเข้าศึกษาต่อประเภทพื้นที่บริการ จึงเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ที่มีความจำเป็นและพอสมควรแก่เหตุ ประกาศดังกล่าวจึงมิใช่การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อย่างไรกต็าม การที่คณะกรรมการตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิ์ เพื่อการสมัครเป็นนักเรียนในเขตพื้นที่บริการได้ออกคำสั่งปฏิเสธไม่รับสมัครผู้ฟ้องคดีเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ประเภทพื้นที่บริการปีการศึกษา 2562 โดยไม่มีการนำเสนอให้ผู้ถูกฟ้องคดี (ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย) ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจออกคำสั่งดังกล่าวได้พิจารณาและออกคำสั่งตามอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดี คำสั่งดังกล่าวที่ออกโดยคณะกรรมการฯ จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากออกโดยคณะกรรมการฯ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ไม่มีอำนาจออกคำสั่ง

ศาลปกครองกลางจึง พิพากษาเพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดี โดยคณะกรรมการฯ ที่ปฏิเสธไม่รับสมัครผู้ฟ้องคดีเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ประเภทพื้นที่บริการปีการศึกษา 2562 โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่มีคำสั่งดังกล่าว และมีข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางหรือวิธีการ ดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาว่า ในระหว่างพิจารณาคดี เมื่อผู้ฟ้องคดีได้สอบคัดเลือกเข้าศึกษา ต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ประเภทพื้นที่บริการ และตามประกาศผลการสอบคัดเลือกปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดีสอบผ่านการคัดเลือก ผู้ถูกฟ้องคดี จึงชอบที่จะรับผู้ฟ้องคดีเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2562ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยต่อไป

วันเดียวกันนี้ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษากลุ่มคดีที่มีข้อเท็จจริงเดียวกันนี้อีก 10 คดี โดยในส่วนของ 9 คดี มีผลของคำพิพากษาในทำนองเดียวกันกับคดีหมายเลขแดงที่ 440/2562

ส่วนอีก 1 คดี ได้แก่ คดีหมายเลขแดงที่ 440/2562 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากผู้ฟ้องคดีมิได้พักอยู่จริงในบ้านซึ่งมีทะเบียนบ้านในเขตพื้นที่บริการของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จึงมิใช่ผู้มีคุณสมบัติที่จะสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ปีการศึกษา 2562 ประเภทพื้นที่บริการ

คดีทั้ง 11 สำนวนคดีนี้อธิบดีศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยเร่งด่วน ตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครองพ.ศ. 2543 ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมตามระเบียบฯ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 เพื่อให้ศาลสามารถ พิจารณาพิพากษาคดีให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วตามลักษณะคดีที่มีความจำเป็นต้องพิจารณาโดยเร่งด่วน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...