"ชนาพรรณ" ระดมพนง.ร่วมบริจาคเลือด 1 แสนซีซีแก้ขาดแคลนช่วงโควิด
พี่สาวธนาธรระดมพนักงานบริจาคเลือดแสนซีซีแก้วิกฤตขาดเลือดช่วงโควิด เตรียมลงพื้นที่ออกตรวจเชิงรุกบริการชุมชนฟรี
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี และมูลนิธิไทยซัมมิทพัฒนา ร่วมกับพนักงานในเครือโรงงานไทยซัมมิท ระดมพนังงานร่วมบริจาคเลือดให้กับโรงพยาบาลรัฐและสภากาชาด ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทางมูลนิธิไทยซัมมิทพัฒนาทำทุกปี แต่ปีนี้ตั้งใจมุ่งเน้นประชาสัมพันธ์ให้พนักงานร่วมกันมาบริจาคเลือดให้มากกว่าทุกครั้ง เนื่องจากเกิดวิกฤตขาดเลือดในช่วงโควิด
ล่าสุด ได้รณรงค์ให้พนักงานร่วมบริจาคเลือดแล้วทั้งสิ้น 3 โรงงาน โดยบริจาคให้กับโรงพยาบาลสมุทรปราการ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลหลักที่จะแจกจ่ายเลือดไปให้โรงพยาบาลรัฐอื่นๆในจังหวัดต่อไป
ชนาพรรณระบุว่า ทางฝ่ายหัวหน้าพยาบาลที่มาอำนวยความสะดวกครั้งนี้ ได้ยืนยันว่าโรงพยาบาลเจอวิกฤตการณ์เลือดขาดเป็นอย่างมาก และบริษัทต่างๆที่เคยร่วมทำกิจกรรมบริจาคเลือด ก็มาขอยกเลิกกันหมดในช่วงโควิด-19 ระบาด ทางตัวแทนโรงพยาบาลจึงมีความยินดีเป็นอย่างมากที่ทางไทยซัมมิทติดต่อไปบริจาค เพราะในสภาวะนี้ยังมีผู้ป่วยที่รอเลือดเพื่อการผ่าตัดและรักษาอีกมาก โดยการบริจาคเลือดรวมทั้ง 3 โรงงานของไทยซัมมิท จะมีตัวเลขคร่าวๆ ที่น่าจะได้เลือดมากกว่า 1แสน ซีซี และยังมีอีกหลายโรงงานของไทยซัมมิทที่ทยอยทำกิจกรรมนี้ ซึ่งหากการบริจาคเลือดครบทั้งเครือตามที่ตั้งเป้าเมื่อไหร่ ตนจะมาสรุปยอดให้ทราบอีกครั้ง
ชนาพรรณยืนยันว่าตนและมูลนิธิมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือสังคมที่กำลังเผชิญภาวะยากลำบากทั้งทางเศรษฐกิจและทางสาธารณสุขให้ได้มากที่สุด เช่นก่อนหน้านี้ก็ได้นำชุด PPE และสิ่งของจำเป็นไปบริจาคให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในชุมชนคลองเตยมาแล้ว
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม เวลา 9.00-11.00น. มูลนิธิไทยซัมมิทพัฒนา จะร่วมกับคณะก้าวหน้า และกลุ่มเปลือกส้ม นำโดยชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานมูลนิธิไทยซัมมิทพัฒนา และ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล จะออกตรวจโควิดเชิงรุก เพื่อบริการประชาชนฟรี พร้อมแจกถุงน้ำใจสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ต้องกักตัวในบ้าน บริเวณใกล้ตลาดวัดสะพาน ดินแดง กรุงเทพมหานคร
ชนาพรรณ กล่าวทิ้งท้ายว่า “เรายังมีศักยภาพที่จะทำอะไรได้อีกมากมายและหลากหลาย เพื่อสังคมในช่วงที่ยากลำบากนี้ นอกจากการแค่บริจาคเงินอย่างเดียว”