โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

'ไทยคม'โต้'ดีอีเอส' ยันยิงดาวเทียมครบสัญญาสัมปทาน ปัดสร้างไทยคม5ทดแทน

แนวหน้า

เผยแพร่ 12 พ.ย. 2563 เวลา 08.28 น.

12 พฤศจิกายน 2563 นายอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ บมจ.ไทยคม เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เรียกร้องให้บริษัท ดำเนินการสร้างและส่งมอบดาวเทียมทดแทนไทยคม 5 หรือชดใช้ค่าเสียหายเป็นราคาดาวเทียม ซึ่งนำไปสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการนั้น บริษัทขอชี้แจงว่า ได้ดำเนินการจัดส่งดาวเทียมขึ้นให้บริการครบถ้วนตามเงื่อนไขของสัญญาสัมปทานแล้ว จึงไม่มีหน้าที่ต้องจัดสร้างดาวเทียมดวงใหม่มาทดแทนไทยคม 5 ตามข้อเรียกร้อง 

อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังมีดาวเทียมอีก 2 ดวง คือ ไทยคม 4 และไทยคม 6 ที่บริษัทได้โอนกรรมสิทธิ์ให้กับกระทรวง ที่บริษัทได้โอนกรรมสิทธิ์ให้กับกระทรวงฯแล้ว และยังมีอายุวิศวกรรมเลยระยะเวลาสิ้นสุดสัมปทาน ซึ่งกระทรวงฯ สามารถนำไปบริหารจัดการต่อไป

ทั้งนี้ สัญญาสัมปทานดาวเทียมไทยคม เกิดขึ้นมานานเกือบ 30 ปี โดยมีการกำหนดเงื่อนไขในเชิงกรอบดำเนินการและหลักการปฏิบัติ และมีการอ้างอิงกับแผนดำเนินการที่บริษัทเสนอและกระทรวงฯ ได้ให้ความเห็นชอบ โดยเน้นความต่อเนื่องของบริการดาวเทียมตลอดอายุสัญญา ในแผนดำเนินการที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา กำหนดให้บริษัทจัดสร้างดาวเทียม 2 ชุด รวม 4 ดวง โดยแต่ละชุดประกอบด้วยดาวเทียมหลักและดาวเทียมสำรอง และเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง ดาวเทียมที่ยังมีอายุวิศวกรรมเหลือใช้งานได้อยู่ กระทรวงฯ ก็สามารถนำไปบริหารจัดการต่อไป 

ในการดำเนินการตามสัญญาจนถึงปัจจุบัน บริษัทได้มีการจัดสร้างและโอนกรรมสิทธิ์ดาวเทียมให้รัฐไปแล้ว 6 ดวง มากกว่าที่กำหนดไว้ในแผน  กรณีการขัดข้องของดาวเทียมไทยคม 5 ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องปลดระวางไปนั้น กระทรวงฯ ทราบถึง อายุการใช้งานของดาวเทียมไทยคม 5 ตามที่ออกแบบไว้ 

นอกจากนี้ขณะที่ขออนุมัติจัดส่งว่า ดาวเทียมไทยคม 5 จะครบอายุการใช้งานตามที่ออกแบบไว้ (ครบอายุในปี 2561) และเมื่อเกิดกรณีการขัดข้องของดาวเทียมไทยคม 5 เนื่องจากการใช้งานเกินกว่าอายุที่กำหนด ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องปลดระวางในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 บริษัท มีการหารือกับกระทรวงฯ และ กสทช. ล่วงหน้า และแจ้งแผนการปลดระวางให้ทุกฝ่ายทราบและขออนุมัติก่อน นอกจากนั้น บริษัทยังได้นำส่วนแบ่งรายได้จากลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ นำส่งกระทรวงเป็นค่าชดเชย รวมถึงเจรจากับบริษัทประกันภัยเพื่อนำเงินสินไหมทดแทนส่งมอบกระทรวงฯ ต่อไป และบริษัทยังคงมีดาวเทียมไทยคม 4 และดาวเทียมไทยคม 6 สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุสัญญาสัมปทาน และเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง กระทรวงฯ ก็สามารถนำดาวเทียมทั้งสองดวงไปบริหารจัดการต่อไป ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาสัมปทานแล้ว

ทั้งนี้บริษัทจึงมีความเห็นว่า บริษัทได้ดำเนินการครบถ้วนแล้วโดยรัฐไม่เสียประโยชน์แต่อย่างใด เนื่องจากบริษัทได้นำดาวเทียมขึ้นให้บริการและโอนกรรมสิทธิให้กับกระทรวงแล้วครบถ้วนตั้งแต่จัดส่งดาวเทียม และยังได้ชำระค่าส่วนแบ่งรายได้ของดาวเทียมทั้ง 6 ดวง รวมกัน จนถึงปัจจุบัน เป็นเงิน 13,792.23 ล้านบาท ขณะที่จำนวนขั้นต่ำที่กำหนดไว้ในสัญญาคือ 1,415 ล้านบาท อีกทั้งบริษัทยังมีส่วนสำคัญในการเสาะแสวงหาวงโคจรให้กับประเทศและช่วยดำเนินการรักษาวงโคจรดาวเทียมไม่ให้ประเทศไทยต้องเสียสิทธิตลอดมา และรัฐยังได้รับการส่งมอบดาวเทียมบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตที่เป็นดาวเทียมดวงแรกของโลก อันถือเป็นชื่อเสียงของประเทศ และเป็นประโยชน์ต่อบริการสาธาณะ และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกล ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย

บริษัทขอยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาในสัมปทาน บริษัทมีการดำเนินการที่เปิดเผยโปร่งใสต่อเจ้าหน้าที่รัฐมาโดยตลอด ผ่านกระบวนการ เห็นชอบ และอนุมัติดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในสัญญา และความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในการนำส่งรายได้ตามสัญญา จัดฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ตรวจสอบเอกสาร ตรวจสอบทรัพย์สิน อย่างต่อเนื่องมาทุกปี  บริษัทเชื่อมั่นว่า บริษัทได้ดำเนินการเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาโดยครบถ้วนถูกต้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...