โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สทนช. นัดถกด่วนรับมือ ภูเก็ตส่อแล้งหนัก น้ำประปาไม่พอ! ทุ่มงบหลายพันล้านแก้

Khaosod

อัพเดต 28 ต.ค. 2562 เวลา 16.06 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2562 เวลา 16.06 น.
สทนช. นัดถกด่วนรับมือ ภูเก็ตส่อแล้งหนัก น้ำประปาไม่พอ!

สทนช.นัดถกด่วนรับมือ ภูเก็ตส่อแล้งหนัก น้ำประปาไม่พอ! ทุ่มงบหลายพันล้านแก้

วันที่ 28 ต.ค. นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สทนช.ร่วมประชุมทำแผนจัดการน้ำต้นทุน และแผนปฏิบัติการปี 2563-2564 จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับ นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรัฐมนตรี สั่งการในการลงพื้นที่ตรวจราชการเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2562 ถึงความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำแผนการจัดหาแหล่งน้ำและแผนการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่เมืองเศรษฐกิจที่สำคัญทั่วประเทศ พร้อมทั้งจัดลำดับความสำคัญในจังหวัดต่างๆ เช่น ภูเก็ต ขอนแก่น และเชียงใหม่ เป็นต้น

ทั้งแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยบูรณาการหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น และภาคเอกชน เพื่อการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ ทั้งนี้ ให้บรรจุแผนปฏิบัติการโดยเร็ว

สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พบว่า ปัจจุบัน ณ วันที่ 28 ต.ค. 2562 มีปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่ง รวมประมาณ 5 ล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็น อ่างเก็บน้ำคลองกระทะ 1.75 ล้าน ลบ.ม. หรือ 40.5% ของความจุ 4.32 ล้าน ลบ.ม.

อ่างเก็บน้ำบางวาด 2.60 ล้าน ลบ.ม. หรือ 25.5% ของความจุ 10.20 ล้าน ลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ 0.65 ล้าน ลบ.ม. หรือ 9% ของความจุ 7.20 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำสำหรับใช้ในการผลิตน้ำประปา เพื่อการอุปโภค-บริโภคของจังหวัดภูเก็ต มีปริมาณน้ำในอ่างเหลือน้อย รวมทั้งน้ำในขุมเหมือง จำนวน 109 แห่ง มีความจุรวมเหลือเพียง 21.03 ล้าน ลบ.ม.

เนื่องจากประสบสภาวะฝนทิ้งช่วง อีกทั้งปริมาณฝนมีน้อย ถึงแม้ช่วงที่ผ่านมาจะมีปริมาณฝนตกในหลายพื้นที่ แต่ปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างมีไม่มากนัก อาจจะไม่เพียงพอในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึง เนื่องจากในพื้นที่มีความต้องการใช้น้ำอุปโภคบริโภคเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

จึงจำเป็นต้องวางแผนการใช้น้ำอย่างรอบด้าน เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ ปี 2563 และในอนาคต โดยประชากรในพื้นที่กว่า 80% ใช้น้ำจากประปา ทั้งนี้ในพื้นที่มีปริมาณความต้องการน้ำอุปโภคบริโภคเฉลี่ย 220,000 ลบ.ม.ต่อวัน 80 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี กำลังผลิตอยู่ที่ 188,000 ลบ.ม.ต่อวัน 65 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี ซึ่งยังคงไม่เพียงพอต่อความต้องการ จำเป็นต้องพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มเติมหรือซื้อน้ำประปาเอกชน

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

ภูเก็ตเป็นพื้นที่เป้าหมายที่คาดว่าจะเสี่ยงภัยแล้ง แม้ว่าจะมีปริมาณฝนตกมากก็ตาม โดยท่านนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้มีการเตรียมการป้องกันภัยแล้งในระยะยาว รวมทั้งฤดูแล้งที่จะถึงนี้ด้วย ที่ประชุมสรุป 2 ประเด็น คือ ประเด็นแรกจะแก้แล้งนี้ได้อย่างไร เรามีน้ำต้นทุนที่คาดว่าจะเพียงพอในการผลิตน้ำประปา แต่ยังขาดโครงข่ายน้ำและความเชื่อมโยงที่จะนำน้ำมาใช้ จึงต้องกลับไปหาแนวทางที่จะดำเนินการ ได้มอบหมายให้กปภ. เทศบาล ประปาท้องถิ่นไปสำรวจเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังมีน้ำผิวดินหรือน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ลำห้วย คลอง สามารถนำมาใช้ได้ก่อน รวมทั้งการใช้น้ำจากแหล่งน้ำบาดาลมาเสริม”

นายสมเกียรติ กล่าวว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำจะสำรองไว้ใช้ในกรณีที่เกิดเหตุจำเป็นจริงๆ และให้กปภ. เทศบาล ชป.ดำเนินการตามแผนจัดการน้ำต้นทุนและการใช้น้ำรายเดือนอย่างเคร่งครัด รวมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด

และประเด็นที่ 2 ในการจัดทำแผนหลักตามพ.ร.บ.น้ำ ระบุว่าจะต้องจัดทำแผนปฏิบัติการ 5 ปี (พ.ศ.2561-2565) ซึ่งเราได้แผนงาน/โครงการจากหลายหน่วยงานแล้ว แต่ยังขาดอีกบางหน่วยงาน จึงต้องให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตบูรณาการแผนงานอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความชัดเจนเป็นรูปธรรมและตอบสนองต่อความต้องการของทุกภาคส่วนของจังหวัดภูเก็ตอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ จังหวัดภูเก็ต มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปี 450 ล้าน ต่อ ลบ.ม. มีแหล่งน้ำในพื้นที่ความจุรวม 43.5 ล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็น อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 3 แห่ง ความจุรวม 21.7 ล้าน ลบ.ม. แหล่งน้ำขนาดเล็ก 184 แห่ง ความจุรวม 20.4 ล้าน ลบ.ม. และขุมเหมือง 7 แห่ง ความจุรวม 1.44 ล้าน ลบ.ม.

ปัจจุบันมีความต้องการใช้น้ำ 60.2 ล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็นน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการท่องเที่ยวรวม 33.1 ล้าน ลบ.ม. น้ำเพื่อภาคอุตสาหกรรม 25.6 ล้าน ลบ.ม. และน้ำเพื่อการเกษตร 1.5 ล้าน ลบ.ม. โดยเป็นพื้นที่ที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค และปัญหาการระบายน้ำ

ส่วนแผนงานและโครงการสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งของจังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาพังงา-ภูเก็ต วงเงินรวม 3,870 ล้านบาท งบประมาณปี 64 โดยครม.มีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 62 ที่ผ่านมา แบ่งเป็น แผนงานก่อสร้างปรับปรุงขยาย กปภ.สาขาพังงา-ภูเก็ต (ระยะที่1-2) วงเงิน 3,517.785 ล้านบาท งบประมาณปี 2564 และแผนการบริหารจัดการลดน้ำสูญเสีย กปภ.สาขาภูเก็ต วงเงิน 353.123 ล้านบาท งบประมาณปี 2567 โดยใช้แหล่งน้ำดิบจากคลองพังงา (กปภ. ขอรับจัดสรรน้ำ 49 ล้าน ลบ.ม. ต่อปี)

 

และสระพักน้ำดิบเดิมและสระใหม่ของ กปภ. (ความจุรวม 1.4 ล้าน ลบ.ม.) สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ 120,000 ลบ.ม./วัน (รวมเป็น 232,200 ลบ.ม./วัน) เฉลี่ย 84.75 ล้าน ลบ.ม. ต่อปี นอกจากนี้ ยังมีแผนงานโครงการสำคัญอื่นๆ ที่จำเป็นต้องดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม

อาทิ การพัฒนาแหล่งน้ำใต้ดินหรือน้ำบาดาลมาใช้ประโยชน์ การบำบัดน้ำเสียผลิตน้ำประปา การพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำ การพัฒนาแก้มลิง การพัฒนาแหล่งน้ำจากขุมเหมืองและแอ่งเก็บน้ำใต้ดิน เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...