โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รื้อโมเดล"เมืองใหม่แปดริ้ว" รัฐชะลอลงทุนดึงเอกชนเสียบ แฉปั่นราคาที่ดินพุ่งกระฉุด !!

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 11 พ.ค. 2561 เวลา 05.10 น.

รัฐรื้อแผนลงทุนเมืองใหม่ฉะเชิงเทรา 5 แสนล้าน ดัดหลังกลุ่มทุน-นายหน้าปั่นราคาที่ดิน 3 จังหวัดอีอีซีพุ่งกระฉูด 30-50% ใช้ทางเลือกใหม่เปิดกว้างเอกชนที่มีแลนด์แบงก์เสนอโมเดลพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ “สมาร์ทซิตี้” แลกสิทธิประโยชน์บีโอไอ ลดหย่อนภาษี ผ่อนกฎผังเมืองจูงใจ ไฟเขียวใช้ประโยชน์ที่ดินได้สูงสุด

แหล่งข่าวจากสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หรือ สกรศ. เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้การเลือกพื้นที่จะกำหนดพัฒนาเป็นเมืองใหม่เพื่อรองรับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ยังไม่นิ่ง มีโอกาสสูงที่รัฐบาลอาจต้องรื้อแผนใหม่ จากเดิมที่จะลงทุนพัฒนาเมืองใหม่สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยของคนไทยและต่างชาติที่ทำงานอยู่ใน EEC รูปแบบเป็นเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart Cities And Clean Energy มีเทคโนโลยี โครงข่ายเส้นทางคมนาคมอำนวยความสะดวกสบายสมบูรณ์แบบ ประหยัดพลังงาน ปลอดภัย และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร(กทม.) โดยรัฐจะลงทุนเอง เป็นเปิดให้ภาคเอกชนลงทุนพัฒนาแทน โดยรัฐกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์ และให้สิทธิประโยชน์พิเศษดึงดูดเอกชนเข้าลงทุน

รัฐปรับแผนใหม่หนีที่ดินแพง

สาเหตุที่ต้องปรับแผนใหม่เป็นเพราะหลังลงพื้นที่สำรวจทำเลที่ตั้งของเมืองใหม่ใน EEC ทั้ง 3 จังหวัด ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง พบว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาราคาที่ดินใน 3 จังหวัดดังกล่าวปรับตัวสูงขึ้น แบบก้าวกระโดด ส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มทุนทั้งในพื้นที่และทุนจากส่วนกลางกว้านซื้อที่ดินเก็งกำไร ขณะเดียวกันก็ฉวยจังหวะช่วงที่รัฐบาลบูมโครงการ EEC ปั่นราคาที่ดินจนพุ่งสูงขึ้นมาก จากเดิม สกรศ.ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมพื้นที่จะพัฒนาเป็นเมืองใหม่ นำร่องฉะเชิงเทราเป็นแห่งแรก ปรากฏว่าราคาที่ดินพุ่งขึ้นจากเดิมไร่ละไม่ถึง 10 ล้านบาท เป็นไร่ละ 10-20 ล้านบาท หรือ ตร.ว.ละ 25,000-30,000 บาท ทำให้รัฐบาลต้องพิจารณาทางเลือกใหม่ หรืออาจจะไม่พัฒนาเมืองใหม่บริเวณฉะเชิงเทราแล้ว แต่จะพัฒนาที่ จ.ระยอง ซึ่งเป็นแหล่งงาน และมีนิคมอุตสาหกรรมอยู่จำนวนมากแทน

“หลังมีข่าวเมืองใหม่ออกไป ทำให้มีการซื้อที่ดินเก็งกำไร ปั่นราคาแพงมาก รัฐจึงไม่รู้จะกำหนดพื้นที่ไหนเป็นเมืองใหม่ดี เพราะไม่ว่าจะจับไปตรงไหนที่ดินก็แพงหมด และแม้จะมีทีมศึกษาเรื่องนี้หลายทีมแต่ถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถระบุพิกัดที่แน่นอนของเมืองใหม่ได้”

เปิดทางเอกชน-แจกสิทธิ์ไม่อั้น

อย่างไรก็ตาม จะเปิดให้เอกชนมีที่ดินในมืออยู่แล้วและต้องการจะพัฒนาเป็นเมืองใหม่ ยื่นข้อเสนอโครงการมาให้พิจารณาแทน โดยเอกชนเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด ขณะที่ภาครัฐจะพิจารณาสิทธิพิเศษต่าง ๆ ให้ นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แล้ว เช่น สิทธิลดหย่อนภาษี การปรับเปลี่ยนสีผังเมืองให้สามารถใช้ประโยชน์ที่ได้คุ้มค่าในเชิงธุรกิจ เป็นต้น

แหล่งข่าวกล่าวว่าเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกเอกชนพัฒนาโครงการเมืองใหม่จะเปรียบเทียบข้อเสนอของเอกชนแต่ละราย ที่นำเสนอที่ดินทั้งทำเลที่ตั้ง รูปแบบการพัฒนาโครงการทั้งที่อยู่อาศัย สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย พื้นที่เชิงพาณิชย์ สัดส่วนพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ ฯลฯ หากพิจารณาแล้วว่ามีความเหมาะสมก็จะอนุมัติให้พัฒนาโครงการ แต่หากภายในระยะเวลา 3 ปีหลังได้รับสิทธิประโยชน์แล้วยังไม่มีการพัฒนา ก็จะเพิกถอนสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้รับคืน

ก่อนหน้านี้บริษัทที่ปรึกษากำหนดพื้นที่บริเวณรอบ ๆ อ.เมือง ฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่พัฒนาเมืองใหม่ เนื่องจากอยู่ใกล้สถานีรถไฟความเร็วสูง หรือไฮสปีดเทรน ขนาดพื้นที่รวม 12,500 ไร่ สามารถรองรับคนได้ 80,000-150,000 คน จะใช้เวลาพัฒนา 10-20 ปี ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Smart City” หรือเมืองอัจฉริยะ ทั้งโครงการใช้เงินลงทุนประมาณ 500,000 ล้านบาท ประกอบด้วย ระบบสาธารณูปโภค เช่น ถนน ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ ระบบขนส่งมวลชน การพัฒนาที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม และบริการต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาล ขนาด 100-200 เตียง วิทยาลัย ร้านสะดวกซื้อ ศูนย์การค้า เป็นต้น

ชี้ที่ราชพัสดุไม่เหมาะสม 

“ตอนนี้เป้าหมายของรัฐบาลเรื่องเมืองใหม่ยังไม่ชัดเจน ต้องปรับเปลี่ยนตลอด ครั้งแรกกำหนดพื้นที่ไว้ 5,000 ไร่ แต่มองว่าเล็กไป จึงปรับเป็น 10,000 ไร่ ล่าสุดอยากจะได้ 100,000 ไร่ ส่วนที่ราชพัสดุ ที่กรมธนารักษ์จะมอบให้ 4,000 ไร่ บริเวณ อ.บางน้ำเปรี้ยว เท่าที่ศึกษาเบื้องต้นเห็นว่าเป็นทำเลที่ไม่ค่อยเหมาะสม เพราะอยู่ไกล ต้องลงทุนก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานเข้าไปรองรับ”

ก่อนหน้านี้ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เดิมทาง EEC มีนโยบายจะให้ฉะเชิงเทราเป็นโมเดลนำร่องการพัฒนาเมืองใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Smart City แต่ปัจจุบันยังไม่กำหนดพื้นที่ชัดเจน และจะเปิดกว้างในการพัฒนาโดยเน้นการลงทุนของภาคเอกชนมากกว่าที่รัฐจะลงทุนเอง เช่น เอกชนรายใดมีที่ดินและสนใจจะพัฒนาเมืองใหม่ก็สามารถเสนอโครงการให้พิจารณาได้ โดยรัฐจะดูว่าจะเข้าเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ ซึ่งขนาดพื้นที่น่าจะประมาณ 10,000 ไร่

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตามผลการศึกษารถไฟความเร็วสูงเชื่อมอีอีซี สถานีฉะเชิงเทราจะสร้างบนพื้นที่ใหม่ ขนาด 84 ไร่ ห่างจากสถานีรถไฟเดิมไปทางด้านเหนือ 1.5 กม. ตั้งอยู่ใน ต.นาเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งจากการลงสำรวจพื้นที่พบว่าจุดดังกล่าวการคมนาคมสะดวก เนื่องจากอยู่ติดกับถนนสาย 304 อีกทั้งบริเวณโดยรอบเป็นพื้นที่โล่ง เหมาะสมจะพัฒนาเป็นเมืองใหม่

ทั้งนี้ในเงื่อนไขทีโออาร์ประมูลก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกำหนดให้เอกชนสามารถยื่นข้อเสนอซองที่ 3 และสามารถปรับตำแหน่งสถานีที่ตั้งได้ตามความเหมาะสม หากมีที่ดินและต้องการจะพัฒนาเป็นเมืองใหม่เพื่อต่อยอดโครงการ โดยเอกชนจะเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด และต้องจ่ายผลตอบแทนให้รัฐด้วย

ที่ดินแปดริ้วพุ่งไร่ละ 13-15 ล้าน

นายรัชภูมิ จงภักดี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า หลังรัฐบาลประกาศพัฒนาเขตเศรษฐกิจ EEC ความเคลื่อนไหวซื้อขายที่ดินในชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง คึกคักขึ้นอย่างมาก ขณะที่ราคาที่ดินก็ปรับตัวสูงขึ้น ประเมินว่าราคาที่ดินโดยเฉพาะในจุดที่เป็นเขตเศรษฐกิจ EEC ปรับขึ้นเฉลี่ยกว่า 30-50%

โฟกัสความเคลื่อนไหวเฉพาะ จ.ฉะเชิงเทรา ที่ดินบริเวณถนนบางปะกง-ฉะเชิงเทรา หรือแนวมอเตอร์เวย์ แปลงเล็กไม่เกิน 10 ไร่ ทำเลติดถนนใหญ่ เดิมไม่เกิน 10 ล้านบาท/ไร่ ขยับขึ้นเป็นไร่ละ 13-15 ล้านบาท กรณีที่ดินแปลงใหญ่ราคาซื้อขายจะลดลงเล็กน้อย

“เหตุผลหลักเนื่องจากที่ดินในฉะเชิงเทราส่วนใหญ่อยู่ในเขตผังเมืองพื้นที่สีเขียว ไม่มีการลงทุนด้านอุตสาหกรรมมากนัก จะถูกนำมาพัฒนาเป็นเมืองสำหรับพื้นที่ที่อยู่อาศัยมากกว่า โดยเฉพาะในเขตตัวเมือง ครอบคลุม อ.เมือง บ้านโพธิ์ บางคล้า”

ด้านนายเบน เตชะอุบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. คันทรี่กรุ๊ปดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า บริษัทรับโอนที่ดิน 80 ไร่ มูลค่า 800-1,000 ล้านบาท เฉลี่ยไร่ละ 10-12 ล้านบาท ทำเลถนนสาย 314 ใกล้โรงงานโตโยต้า อ.บ้านโพธิ์ วางแผนพัฒนาในอนาคตจะป็นโครงการมิกซ์ยูสเต็มแปลง แต่แบ่งพัฒนาเป็นเฟส ๆ พื้นที่ส่วนใหญ่จะทำเป็นที่จอดรถ มีคอมมิวนิตี้มอลล์ขนาด 2 ชั้น มูลค่าโครงการไม่เกิน 10,000 ล้านบาท ส่วนปีนี้จะโฟกัสการลงทุนบนทำเลถนนพระราม 3 บนที่ดินแปลงใหม่ที่เพิ่งซื้อเข้ามาเป็นหลัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...