รู้ไว้ไม่ประมาท! “ไวรัสฮันตา” เชื้ออันตรายจากหนู เสี่ยงปอดพัง-ไตวาย ถึงขั้นเสียชีวิต
รู้ไว้ไม่ประมาท! “ไวรัสฮันตา” เชื้ออันตรายจากหนู เสี่ยงปอดพัง-ไตวาย ถึงขั้นเสียชีวิต
หลายคนอาจคิดว่าแค่มูลหนูไม่น่ากลัว แต่รู้ไหมว่า “Hantavirus Infection” หรือ “ไวรัสฮันตา” สามารถทำให้ปอดอักเสบ ไตวาย และเสียชีวิตได้ มาดูกันว่าโรคนี้คืออะไร และต้องระวังยังไงบ้าง
ไวรัสฮันตา คืออะไร?
- เป็นโรคติดเชื้อจากไวรัสที่พบใน “สัตว์ฟันแทะ” โดยเฉพาะหนู
- เชื้อสามารถปนเปื้อนอยู่ในปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลายของหนู
- แม้ไม่ใช่โรคที่พบได้บ่อย แต่หากติดเชื้อแล้วอาจรุนแรงมาก
ติดต่อสู่คนได้อย่างไร?
- สูดดมฝุ่นที่ปนเปื้อนมูลหรือปัสสาวะหนู
- สัมผัสของที่มีเชื้อแล้วจับหน้า ตา จมูก ปาก
- ถูกหนูกัด (พบได้น้อย)
- มักเกิดในพื้นที่อับ ฝุ่นเยอะ หรือมีหนูชุกชุม เช่น บ้านร้าง โกดัง ห้องเก็บของ
อาการเริ่มต้นที่ต้องระวัง
- มีไข้
- ปวดหัว
- ปวดเมื่อยตามตัว
- อ่อนเพลีย
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ไอ หรือแน่นหน้าอก
ช่วงแรกอาการอาจคล้ายไข้หวัด ทำให้หลายคนชะล่าใจ
ถ้ารุนแรงอาจเกิดอะไรขึ้น?
- ปอดอักเสบ
- หายใจลำบาก
- ความดันตก
- ไตวาย ⚠️
- บางรายอาจเสียชีวิตได้
วิธีป้องกันง่ายๆ ที่ควรรู้
- หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีมูลหนูจำนวนมาก
- ใส่หน้ากากและถุงมือเวลาเก็บกวาด
- อย่ากวาดมูลหนูแบบแห้ง เพราะฝุ่นอาจฟุ้ง
- ควรฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนทำความสะอาด
- เก็บอาหารและขยะให้มิดชิด ไม่ให้หนูเข้ามา
เมื่อไหร่ควรรีบพบแพทย์?
- มีไข้ร่วมกับอาการหายใจเหนื่อย
- เพิ่งทำความสะอาดพื้นที่เสี่ยง
- มีประวัติสัมผัสหนูหรือมูลหนู
หากมีอาการผิดปกติ อย่าปล่อยไว้ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
แม้โรคนี้จะไม่ใช่โรคที่พบได้บ่อยในไทย แต่ก็เป็นโรคที่ “ไม่ควรมองข้าม” เพราะหากติดเชื้อและอาการรุนแรง อาจอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นหากมีไข้ผิดปกติร่วมกับประวัติสัมผัสหนู หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง