โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ทรัมป์” ขู่ยึดน้ำมันอิหร่าน เล็งคุม “เกาะคาร์ก” ซ้ำรอยโมเดลเวเนซุเอลา

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 03.08 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 03.08 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดนัลด์ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าวแสดงท่าทีแข็งกร้าว โดยระบุว่าสหรัฐฯ สามารถเข้ายึดทรัพยากรน้ำมันของอิหร่าน และเข้าควบคุม เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันที่สำคัญของอิหร่านได้ ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5

รายงานระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับ Financial Times เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม โดยกล่าวว่าสิ่งที่เขาต้องการคือ “การเข้ายึดน้ำมัน” พร้อมเปรียบเทียบกับปฏิบัติการของสหรัฐฯ ใน เวเนซุเอลา ช่วงต้นปี ภายหลังการจับกุม นิโคลัส มาดูโร ซึ่งส่งผลให้สหรัฐฯ สามารถเข้าควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาได้อย่างมีประสิทธิภาพในเวลาต่อมา

ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และ อิสราเอล กับ อิหร่าน ที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยการโจมตีได้ขยายวงกว้างทั่วภูมิภาค ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และผลักดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้ปรับตัวสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน The Washington Post รายงานเมื่อวันที่ 28 มีนาคมว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐ อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ของการสู้รบภาคพื้นดินในอิหร่าน ซึ่งอาจยืดเยื้อเป็นเวลาหลายสัปดาห์ โดยมีการส่งกำลังทหารสหรัฐฯ หลายพันนายเข้าสู่ภูมิภาคแล้ว

สัญญาณการยกระดับความรุนแรงปรากฏชัดมากขึ้น เมื่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในภูมิภาคตกเป็นเป้าการโจมตี โดยทางการ คูเวต เปิดเผยเมื่อวันที่ 30 มีนาคมว่า อาคารบริการของโรงไฟฟ้าและโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลได้รับความเสียหายจากเหตุโจมตีเมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งเป็นแรงงานชาวอินเดีย

ทั้งนี้ ทางการคูเวตระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการรุกรานจากอิหร่าน พร้อมยืนยันว่าได้ส่งทีมฉุกเฉินเข้าควบคุมสถานการณ์โดยทันที และประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ โดยระบบไฟฟ้าและน้ำประปายังคงมีเสถียรภาพ และมีการใช้แผนสำรองเพื่อให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม โรงงานผลิตน้ำจืดในบริเวณอ่าวเปอร์เซียถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในภูมิภาค จึงเป็นเป้าหมายที่มีความอ่อนไหวสูง หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังคงทวีความรุนแรงต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...