โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รัฐบาลเพื่อไทยปักธง 5 นโยบาย เบิกงบฯ 5.86 แสนล้าน ทำทันที

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ส.ค. 2566 เวลา 03.18 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2566 เวลา 02.25 น.

คอลัมน์ : Politics policy people forum

พรรคเพื่อไทยใส่เกียร์ 5 เดินหน้าเป็นรัฐบาลเต็มกำลัง รวมกับขั้วรัฐบาลเดิม

ประกาศเป็นแกนนำรัฐบาล เวอร์ชั่น “สลายขั้วขัดแย้ง”

แม้ว่าขณะนี้ “เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ยังถูกการเมือง “เขย่า” และให้เปลี่ยนตัวเป็น “แพทองธาร ชินวัตร” แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทยอีกคน

เพราะบังเอิญมองว่า รัฐมนตรีขั้วเดิมจะอยู่ในเก้าอี้ตัวเดิมไม่ได้ ต้องมีการเปลี่ยนแปลง เป็น “แนวคิดที่ดี”

ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมเล็ก ๆ จากพรรคขั้วเก่า ที่ต้องการเป็นรัฐบาลและนั่งอยู่ในเก้าอี้รัฐมนตรีตัวเดิม และสะเทือนไปถึง ส.ว. ที่เป็น “ลูกคู่” กับขั้วอำนาจเดิม

อย่างไรก็ตาม แม้พรรคเพื่อไทยอาจถูกพรรคที่ต้องการร่วมรัฐบาล “บีบคอ” แลกเสียงโหวตนายกรัฐมนตรี แต่พรรคเพื่อไทยไม่อาจปล่อยมือให้ “สิทธิ” การจัดตั้งรัฐบาลหลุดไปง่าย ๆ เพราะ “จ่ายต้นทุน” ความน่าเชื่อถือทางการเมืองไปแทบหมดหน้าตัก

พรรคเพื่อไทยแลกเดิมพันทางการเมือง หวังพิสูจน์ฝีมือ-ผลงาน การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

ต่อไปนี้คือนโยบาย “เรือธง” ของพรรคเพื่อไทย ที่ประกาศต่อสาธารณะ ว่า “ทำทันที” และแจ้งความเสี่ยง ความคุ้มค่ากับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม

เงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท

พรรคเพื่อไทยชูนโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท เป็นนโยบายหลัก และเคยประกาศว่าใช้งบฯทั้งสิ้น 5.6 แสนล้านบาท ให้คนไทยทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ใช้ภายในรัศมี 4 กิโลเมตรตามทะเบียนบ้าน ทั้งนี้ ประชาชนได้รับเงินดิจิทัลก้นถุง ที่มีเงื่อนไขเป็นประโยชน์สูงสุดต่อการกระตุ้นและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เกิดเงินหมุนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างเท่าเทียม และขยายตัวสูงกว่าเม็ดเงินที่ใช้

ประเทศเข้าสู่ระบบเงินรูปแบบใหม่ผ่านเทคโนโลยี blockchain เพื่อรองรับการเปลี่ยนของระบบการเงินโลก ภาคธุรกิจได้รับอานิสงส์จากกำลังซื้อประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างเท่าเทียม ทั่วถึงในทุกพื้นที่

“เผ่าภูมิ โรจนสกุล” รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า ทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยได้ทำการบ้านมาแล้วว่า โดยศึกษาทุกปัญหาอย่างครบถ้วน ไม่ก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ และไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางการคลัง

กราฟิกนโยบายเพื่อไทย

ควัก 1.3 หมื่นล้าน พักหนี้

2.นโยบายลดภาระหนี้ประชาชนในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก “เศรษฐา” ที่วันนี้ยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หวังว่า ครม.จะมีมติในเรื่องลดภาระหนี้สินของประชาชน

นโยบายนี้ใช้งบประมาณ 13,000 ล้านบาท คือ พักหนี้และดอกเบี้ยเกษตรกร 3 ปี พักหนี้ธุรกิจเฉพาะที่เดือดร้อนจากโควิด-19 เป็นเวลา 3 ปี สนับสนุนและอุดหนุน pico finance เพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

เฉพาะพักหนี้เกษตรกรใช้งบประมาณแผ่นดิน 8,000 ล้านบาท ลดภาระเกษตรกรในการชำระหนี้จากความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ คาดว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับสูงกว่างบประมาณที่ใช้ และควรเป็นนโยบายระยะสั้นในการบรรเทาภาระหนี้ แต่ไม่ควรใช้ตลอดไป

ควบคู่กับนโยบาย “เกษตรนำ นวัตกรรมเสริม” สินค้าเกษตรขึ้นยกแผง รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้น 3 เท่า ใน 4 ปี ด้วยการเพิ่มผลิตภาพการเกษตร แปรรูป ลดต้นทุน ปรับวิธีการผลิต ใช้ตลาดนำการผลิต ปรับอุปสงค์และอุปทานภาคการเกษตร ส่งเสริมการปลูกและการแปรรูปสมุนไพร เกษตรสารสกัดและเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว

และนโยบายเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส เพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคการเกษตร ด้วยการยกระดับการเกษตรของประเทศทั้งระบบ

ส่วนมาตรการช่วยเหลือ SMEs จะคู่ขนานกับนโยบายสนับสนุนและส่งเสริม SMEs อื่น ๆ ที่จะเป็นนโยบายภาคต่อในหมวดนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อสนับสนุนและอุดหนุนภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ SMEs ผลักดันแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ สนับสนุนและอุดหนุนการค้ำประกันสินเชื่อ สนับสนุน อุดหนุน ส่งเสริม SMEs สามารถเข้าถึงตลาดโลก ลดการผูกขาดทางธุรกิจอันเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของ SMEs สนับสนุนและอุดหนุน SMEs ให้เป็นกลไกสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในทุกมิติ

งบฯแก้รัฐธรรมนูญ 3 พันล้าน

3.นโยบายรัฐธรรมนูญ ในจังหวะที่พรรคเพื่อไทยถูกโจมตีดึง 2 ลุงร่วมขบวนรัฐบาล พรรคเพื่อไทยประกาศวาระการเมืองสำคัญ คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยวันแรกของการประชุมคณะรัฐมนตรี จะมีวาระทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ใช้งบฯ 3,000 ล้านบาท โดยคงรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร.และทำประชามติขอฉันทามติของประชาชน สำหรับงบประมาณ รัฐบาลต้องมีการจัดสรรงบประมาณ แต่ผลประโยชน์ที่ได้รับสูงกว่างบประมาณที่ใช้

ลดราคาพลังงานทันที

4.นโยบายปรับลดราคาพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า ก๊าซ เพื่อลดภาระประชาชนในการเข้าถึงแหล่งพลังงานในชีวิตประจำวัน ปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ และปรับลดอุปทานส่วนเกิน ทั้งนี้ ต้องใช้ความสามารถและความตั้งใจจริงในการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน

นอกจากนี้ ต้องใช้ความสามารถในการเจรจาเพื่อให้ได้มาซึ่งแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มีราคาถูก และสามารถสร้างรายได้ให้ภาครัฐจากค่าภาคหลวง โดยเร่งเจรจาพื้นที่ทับซ้อน เป็นการบริหารทิศทางและนโยบายทั้งบุคลากรและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อบรรลุเป้าหมายของนโยบาย โดยการบริหารงบประมาณปกติ และการบริหารระบบภาษี

สนับสนุนพลังงานสะอาด พลังงานทางเลือก โดยสนับสนุนให้ประชาชนใช้แหล่งพลังงานสะอาด renewable energy ลดการพึ่งพิงพลังงานแบบดั้งเดิม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งราคาพลังงาน-ค่าไฟฟ้า ในช่วงปลายปี 2566 หากจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว

งบฯซอฟต์พาวเวอร์หมื่นล้าน

5.นโยบาย 1 ครอบครัว 1 ศักยภาพ หรือ 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ ใช้งบประมาณปกติ 10,000 ล้านบาท

หวังสร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง โดยมี “THACCA” (Thailand Creative Content Agency) ที่จะทำหน้าที่สร้างระบบนิเวศทั้งหมดเพื่อสร้างอุตสาหกรรม soft power ไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

เมื่อรวมทุกนโยบายเรือธง ที่ประกาศว่าจะทำทันที ต้องใช้งบประมาณรวมทั้งหมด 586,000 ล้านบาท นี่เป็นเพียงการเดิมพันในลอตแรก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...